0 9
เปิดตัว
“หายหัวไปซะนานเลยนะมึง
กินข้าวหรือกินใครกันแน่วะ”
แมทธิวบ่นออกมาอย่างไม่จริงจังนัก
เมื่อมองเห็นเพื่อนตัวดีที่หายไปทั้งพักกลางวัน ก่อนจะกลับมาด้วยท่าทางอารมณ์ดี
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยยามปรายตามอง
ไม่รู้ทำไมแมทธิวถึงได้รู้สึกว่าวันนี้เพื่อนสนิทดูอารมณ์ดีมากกว่าในทุกๆ
วัน
ไม่สิ...
ดูอารมณ์ดีกว่าตอนพักกลางวันเยอะเลย
สหภัฐกระตุกยิ้ม
เขาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าอิ่มเอม
ใครจะไปรู้ว่ามันจะดีขนาดนี้
รู้แบบนี้ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปได้ตั้งนานหรอก
เจสันคิ้วกระตุกเล็กน้อย
ก่อนจะโยนมือถือของตนที่กำลังเปิดกล้องหน้าไปให้
สหภัฐรับมามือด้วยท่าทางงุนงง
ยามเลิกคิ้วมองแทนประโยคคำถาม
“เผื่อยังไม่เห็นคอตัวเอง”
“Damn it!!!”
สหภัฐตาโต
เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
ก่อนหน้านี้บนรถ ชายหนุ่มเอาแต่ตักตวงความสุขจากมีนาซะเพลิน
แม้ว่าจะมีช่วงที่รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณลำคอก็ยังเอาแต่เปล่งเสียงครางออกมาด้วยความสุขสมไม่หยุด
ลืมตัวเพราะกำลังปล่อยใจไปกับรสรักอันหอมละมุนของแฟนสาว
“ไอ้ไมล์ เอาคอนซีลเลอร์มาที”
แมทธิวหลุดหัวเราะ
เขาค้นขวดเครื่องสำอางที่มักพกเอาไว้เสมอในกระเป๋าเป้ตัวเอง ก่อนจะโยนส่งให้กับเพื่อน
“ใครวะ
อยากเห็นหน้าเลย”
สหภัฐไม่ใช่พวกที่จะยอมปล่อยให้สาวๆ
มาทำร่องทำรอยบนร่างกายได้ง่ายๆ
ส่วนคอนซีลเลอร์นี่ส่วนใหญ่แมทธิวเก็บไว้ใช้กับตัวเองซะมากกว่า
สหภัฐถูๆ ครีมสีเนื้อลงบนคอของตัวเอง
ก่อนจะเริ่มเกลี่ยด้วยท่าทางเงอะงะ
เกิดมาเขาเคยใช้เจ้านี่ที่ไหน
จำได้ว่าล่าสุดเห็นแมทธิวมันใช้เพื่อพลางรอยบนคอตัวเองยังเคยแอบหัวเราะมันอยู่เลย ไม่คิดว่าจะมีวันที่ต้องกลับกลายมาเป็นคนพึ่งเจ้านี่เสียเอง
“อย่าบอกนะว่า...
น้องมีน!?”
แมทธิวเว้นช่วงเล็กน้อยให้ดูตื่นเต้น
ยามเอ่ยชื่อที่ตัวเองคิดออกมา สหภัฐตวัดตามองอย่างไม่นึกสบอารมณ์ เมื่อได้ยินชื่อต้นเหตุของรอยแดงช้ำพวกนี้
ยัยนั่นนี่ปั่นหัวเขาได้ตลอดเลย
หรือที่จริงแล้วเขากำลังโดนเด็กหน้าซื่อตาใสหลอกกันวะ
การกระทำของอีกฝ่ายนี่ไม่ได้ใสเลยสักนิด
ราวกับจงใจที่จะแสดงความเป็นเจ้าของให้ใครต่อใครได้รับรู้ยังไงยังงั้น
“หึ” เจสันกระตุกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางหัวเสียของสหภัฐ
“เดี๋ยวรอดูเลย จากเสือจะกลายเป็นหมาก็คราวนี้”
แมทธิวหัวเราะร่วน
แววตาเจ้าเล่ห์มองเพื่อนอย่างนึกสนุก
แบบนี้ก็มันส์ดิ
อยากเห็นสหภัฐหลุดมาดมานานแล้ว
และก็ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นมันซะด้วย
“แต่เอาจริงๆ ก็ไม่แปลก
เด็กงานดีขนาดนั้น... เป็นฉันคงได้ไปนานแล้ว”
แมทธิวแอบมองเย้ยขำๆ
“ที่ไม่เอาเพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา”
สหภัฐพรูลมหายใจ
“ตอนแรกคิดว่าอยากเก็บไว้ให้ถึงวันแต่งงานด้วยซ้ำ”
ชายหนุ่มก็แค่ยังไม่พร้อมจะถอดเขี้ยวถอดเล็บเท่านั้นเอง
แม้จะรู้ล่วงหน้าและแอบทำใจเอาไว้บ้างแล้วก็เถอะ พอเอาเข้าจริงเขาก็แอบเซ็งในตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
“งานแต่ง? พูดอะไรออกมา”
แมทธิวตาโต
เขาเกือบจะยกมือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ
“ตกใจอะไร นึกว่าพวกนายจะรู้อยู่แล้ว”
แมทธิวส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ
“ยินดีด้วยคราม
ชีวิตชายโสดที่นายหลงรักได้จากกันไปแล้ว” เจสันหลุดขำ
ก็ถ้าถึงขึ้นอยากแต่งงานด้วยแล้วล่ะก็นะ
หลังจากนี้พวกเขาคงจะมีโอกาสได้สวมสูทเพื่อนเจ้าบ่าวในอีกไม่นาน
“ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอกน่า”
สหภัฐตอบกลับ ยามยื่นขวดแก้วคอนซีลเลอร์คืนแมทธิว
“อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้”
“คิดแบบนั้นหรอ”
เจสันยิ้มล้อ เขาอดไม่ได้ที่จะมองเพื่อนอย่างนึกเอ็นดูคนที่ยังไม่ยอมรับความจริง
ทั้งๆ ที่หลักฐานมันปรากฏอยู่บนลำคอนั่นไงล่ะ
“อือดิ ทำไม”
สหภัฐขมวดคิ้ว
“คิดว่าฉันจะยอมปล่อยให้ยัยตัวเล็กนั่นมาก่อกวนกันมากกว่านี้หรอ”
แค่นี้ยังมากไม่พออีกหรือไงกัน
“ขนลุกว่ะไอ้เสือ
บอกเลยว่าไม่ชิน” แมทธิวลูบแขนตัวเองเบาๆ
“แค่ได้กัน
ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสเนอะ” สหภัฐยืดอกด้วยความมั่นใจ
“ชีวิตฉันก็ยังเป็นของฉัน
มีอิสระไม่ต่างจากแต่ก่อน”
ครืด
มือถือของสหภัฐในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นจนต้องล้วงออกมาดูด้วยความสงสัย
N' MEEN
สหภัฐขมวดคิ้ว
เลื่อนนิ้วกดปุ่มปิดเสียงเพื่อให้โทรศัพท์เลิกสั่น
ปกติไม่โทรมาในเวลานี้นะ
แมทธิวชะโงกหน้ามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สหภัฐเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย
เขานิ่งมองจอมือถือจนกระทั่งสายเงียบไป
ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนจะขมวดคิ้วฉับทันทีที่เห็นข้อความจากอีกฝ่ายกำลังปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
N'MEEN
What's mean!?:
เธอ
เราเลือดไหล
ทำยังไงดี
Read
สหภัฐ:
อยู่ไหน
เดี๋ยวเราไปหา
What's mean!?:
พี่คราม
มีนกลัว
เริ่มการสนทนา
[ 0 : 12 : 15 ]
END CALL
ลานจอดรถโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
“บอกแล้วว่ามันไม่มีอะไรน่ากลัวเลย
ครั้งแรกก็แบบนี้”
สหภัฐเอ่ยบอกยามเดินออกมาจากโรงพยาบาลพร้อมกันกับมีนา
ในมือเขาถือถุงยาสีขาวติดมือมาด้วย
อันที่จริงการมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก
มักเป็นเรื่องปกติที่หญิงสาวเกือบทุกคนต้องเผชิญ หากว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงมีเยื่อพรหมจรรย์อยู่
ซึ่งเจ้าเยื่อบางๆ นี่ในผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะขาดตั้งแต่ตอนเด็กๆ แล้ว จากการทำกิจกรรมต่างๆ
ที่ไม่รู้ตัว เช่น ปั่นจักรยาน หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง
“เห็นไหมว่าหมอยังบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ”
ชายหนุ่มเอ่ยปลอบอีกครั้งเพื่อให้แฟนสาวคลายกังวล
“ก็ตอนแรกยังไม่เห็นออกเลย
พอเข้าห้องน้ำก็ไหลออกมา” มีนายู่ปาก
แบบนั้นเป็นใคร ใครจะไม่ตกใจบ้าง
เธอยังไม่ได้มีประจำเดือนสักหน่อย
“โอ๋ๆ มา กอดๆ ”
สหภัฐยกมือลูบหัวมีนาเบาๆ
เขายกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู
มีนาเม้มปาก สบตาคนที่สูงกว่าด้วยความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า
อยู่ๆ ก็รู้สึกเขินยังไงไม่รู้
เหมือนรักสหภัฐมากกว่าเดิมเลย
“หายตกใจแล้วเนอะ
คราวหน้าเวลาโดนทำจะได้ไม่แตกตื่นแบบนี้อีก”
สหภัฐกระตุกยิ้มมุมปาก
“ไม่ต้องมาพูดเลย”
มีนาใช้มือตีอกแกร่งของสหภัฐด้วยความหมันไส้ให้อีกฝ่ายหัวเราะร่วน
“หิวว่ะ กลับไปทำกินอาหารกินเองกันที่บ้านดีไหม”
“มีนต้องกลับไปเรียน
พี่ไม่มีเรียนแล้วหรอ”
“นี่มันจะหกโมงอยู่แล้วนะ
วันนี้มีเรียนดึกหรือไง” สหภัฐทำหน้างง
มีนาพยักหน้ารับ
“เเค่ชั่วโมงครึ่งเอง
เข้าไปเช็คชื่อรอเวลาก็เลิกเรียนแล้ว”
“แต่พี่หิวครับ”
สหภัฐทำหน้าบูด มือหนายกขึ้นลูบแผ่นท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามรอนสวยบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังหิวซะเต็มประดา
ท่าทางงอแงของแฟนหนุ่ม
ทำเอามีนาหันมอง
“มีนจะไม่โดนเรียนแน่”
หญิงสาวยื่นคำขาด
คิดไว้แล้วว่าสหภัฐคงไม่รอแล้วขอกลับไปก่อนแน่ๆ
สหภัฐถอนหายใจเฮือกใหญ่
ดูท่าเรื่องนี้คงขัดใจไม่ได้ง่ายๆ
สินะ มีนาดูจริงจังกับการเรียนมากจริงๆ
“งั้นแวะซื้อขนมก่อน
เดี๋ยวไปนั่งเรียนด้วย”
“จริงหรอ” มีนาตาโตอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
คำว่านั่งเรียนด้วยนั้นมันเหนือความคาดหมายไปมาก
สำหรับสหภัฐแล้วแค่รอรับกลับห้องพร้อมกันยังแทบเป็นไปได้ยากเลย
ที่ผ่านมาสหภัฐไม่เคยยอมแสดงตัวขนาดนี้มาก่อนเลย
หรือนี่จะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นระหว่างเรากันนะ
“อือ แต่เลิกเรียนแล้วกลับเลยนะ
หิวจริงไม่ได้ล้อเล่น”
“อื้ม
เดี๋ยวเราจะทำมื้อเย็นให้เธอเอง”
มีนายกยิ้มหวาน
ยามเดินไปที่รถด้วยกัน
ก็ถ้าพี่ครามของเธอน่ารักขนาดนี้
เธอจะยอมเหนื่อยแสดงฝีมือให้ชิมก็ได้
“จะกินได้จริงใช่ป่ะ”
สหภัฐหรี่ตามองอย่างนึกแกล้ง
“พี่อยากกินอร่อยๆ นะ”
สหภัฐอ้อมเดินไปเปิดประตูรถให้
“กินได้สิ เราจะแอบร่ายมนต์ใส่อาหารให้เธอรักเธอหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลย”
มีนาแกล้งพูด
พลางขยับเข้าไปนั่ง
“หึ” สหภัฐส่ายหน้าไปมาเบาๆ
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความจริงข้อหนึ่งที่เขาไม่คิดจะเอ่ยบอกให้มีนาล้อกันแน่ๆ
ความจริงที่ว่า...
แค่ที่เป็นอยู่นี้
เขาก็รักก็หลงอีกฝ่ายจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
ห้องเรียน
คณะอักษรศาสตร์
มีนาเดินไปนั่งข้างๆ เพื่อนที่โบกมือเรียก
เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นโดยรอบ
เพื่อนร่วมชั้นต่างมองมาที่สหภัฐที่กำลังเดินตามมีนาเข้ามาภายในห้องด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น
นัยน์ตาคมตวัดขึ้นมองรอบตัวด้วยแววตาไม่สบอารมณ์
ก่อนที่เสียงเหล่านั้นจะเงียบลงไปทันที
เด็กพวกนี้มันยังไงกันนะ
นินทากันได้ซึ่งๆ หน้าเลย
“ทันเช็คชื่อรึเปล่า”
มีนาหันไปเอ่ยถามกับเพื่อนสนิท
“ทันๆ
อาจารย์เข้าช้าแหละ” ลิลล์เอ่ยตอบ
สหภัฐทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างมีนา
ก่อนหยิบมือถือออกมาเล่น ให้จ้าวสมุทรมองตามด้วยความประหลาดใจ
ถึงขั้นนี้แล้วหรอวะ
ปกติไม่เคยโผล่หน้ามาเหยียบคณะพวกเขาด้วยซ้ำ
มีนาหยิบหนังสือออกมาเปิดรอพร้อมกับจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ
มือเล็กหยิบกล่องนมรสเมล่อนขึ้นมาเจาะหลอด
ก่อนจะยื่นให้แฟนหนุ่ม
“ดื่มนมรองท้องไปก่อนนะ”
“ไม่กินเมล่อน
ลืมหรอ”
สหภัฐแอบทำหน้าแหยงเล็กน้อย
ยามดันกล่องนมให้ออกห่างจากตัว
ชายหนุ่มแกะซองโรตีไข่ใส่นมของโปรดมางับเข้าปาก
“แล้วเธอซื้อมาทำไมอ่ะ”
มีนารู้อยู่แล้วว่าสหภัฐไม่ชอบดื่มนม
แต่อีกฝ่ายเป็นคนซื้อมาแท้ๆ เลยคิดว่าบางทีสหภัฐอาจจะอยากลองชิมดู
“ซื้อมาให้แมวกิน
ชอบไม่ใช่หรอคะ”
มีนาอมยิ้ม หญิงสาวหยิบนมกล่องขึ้นมาดูดเอง
ความใส่ใจที่ได้รับทำเอาหัวใจดวงน้อยอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เวลาผ่านไปสักพักโรตีในมือของสหภัฐก็หมดลง
มือหนาดึงทิชชูเปียกออกมาเช็ดทำความสะอาดฝ่ามือของตัวเอง นมข้นหวานไหลเลอะขอบปากและดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวอีกด้วย
มีนาที่เงยหน้ามองสหภัฐเป็นระยะๆ
อยู่แล้วจึงสังเกตเห็นพอดี เธอหยิบทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดปากให้แฟนหนุ่มด้วยท่าทางอ่อนโยน
ริมฝีปากสวยพูดบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้
“เป็นเด็กหรือไงเล่า
เลอะหมดแล้วนะพี่คราม”
มือเล็กหยุดเช็ด
ก่อนจะเก็บทิชชูใส่ถุงขยะเล็กๆ เมื่อมุมปากของสหภัฐกลับมาสะอาดอีกครั้ง
สหภัฐเป็นแบบนี้ตลอด ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะระวังตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเวลาอยู่กับคนอื่นก็เป็นแบบนี้เหมือนกันนะ
ใบหน้าหวานยับยู่ลงเล็กน้อยเมื่อนึกมาได้ถึงตรงนี้
อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกหวงแฟนขึ้นมาซะดื้อๆ ไม่รู้ว่าใครต่อใครเคยเห็นภาพนี้ไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
รู้อยู่หรอกว่าอดีตก็คืออดีต
แต่เธอก็อดหึงไม่ได้นี่นา
สหภัฐเจ้าชู้น้อยที่ไหน
หญิงสาวเผลอเม้มปากเข้าหากัน
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ที่สหภัฐแสดงออกนั้นมีแค่เธอเพียงคนเดียวที่ได้เห็นมัน
ปกติสหภัฐจะค่อนข้างระวังตัว
เขาต้องดูดีเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าใครคนอื่น แต่เมื่อได้อยู่ต่อหน้าคนตัวเล็ก
ชายหนุ่มกลับรู้สึกสบายใจที่จะเป็นตัวเองโดยไม่ต้องเสแสร้งหรือแกล้งทำ
สหภัฐแลบลิ้นเลียขอบปาก
ยามยื่นใบหน้าไปใกล้ๆ อย่างนึกแกล้ง
“หวานนะ ชิมป่ะ”
ชายหนุ่มสบกับดวงตากลมโตด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“เธอป้อนดิ”
เมื่อถูกแฟนอ่อย
มีนาก็ไม่ยอมแพ้
ใบหน้าหวานเลื่อนเข้าหาสหภัฐเช่นเดียวกัน
สหภัฐกระตุกยิ้มอย่างนึกถูกใจ
เขาขยับใบหน้าเข้าไปทาบทับริมฝีปากหยักลงบนอวัยวะเดียวกัน ปลายลิ้นร้อนเกือบจะแตะลงบนริมฝีปากนุ่มหยุ่นของมีนาอยู่แล้ว
ทว่า...
ตึ้ง!
จ้าวสมุทรกลับแกล้งทำหนังสือเล่มหนาหล่นพื้นจนเกิดเสียงดังลั่น
พาให้มีนาถึงกับสะดุ้งสุดตัว และเผลอผละออกจากสหภัฐแทบจะทันที
หญิงสาวเม้มปากเข้าหากันด้วยท่าทางประหม่า
เธออุตส่าห์แอบทำเงียบๆ
คิดว่าจะไม่มีใครเห็นซะอีก ลืมไปได้ยังไงว่ามีกลุ่มเพื่อนนั่งอยู่ข้างๆ
ด้วย ต่อให้พวกเราจะกระซิบคุยกันเบาแค่ไหน จ้าวสมุทรกับลิลล์ก็สามารถได้ยินทุกประโยคของบทสนทนาทั้งหมดได้อยู่ดี
สหภัฐหลุดหัวเราะเล็กน้อย
ชายหนุ่มลอบมองเสี้ยวหน้าของจ้าวสมุทรที่เจ้าตัวกำลังทำท่าเหมือนไม่ได้เห็นอะไร แต่ความจริงแล้วคงเห็นเต็มๆ
ตา
สีหน้าของรุ่นน้องหนุ่มที่กำลังมองตรงไปยังจอมอนิเตอร์ดูตึงเครียดจนอดที่จะรู้สึกสะใจไม่ได้
พวกเขาเป็นผู้ชายด้วยกันทำไมจะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับแฟนเขา
เสียใจด้วยนะไอ้น้อง
เพื่อนนายคนนี้มันเลือกพี่ว่ะ
ริมฝีปากหยักเหยียดยิ้ม
ไม่ถือโทษโกรธอะไร
เพราะมีนาทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีเกินกว่าจะปล่อยให้ความรู้สึกหงุดหงิดเข้าครอบงำ
ชายหนุ่มเอนแผ่นหลังลงกับพนักเก้าอี้เล็กน้อยด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ก่อนจะก้มกลับไปเล่นเกมในโทรศัพท์ต่อโดยไม่นึกสนใจอะไรอีก
หลังจากเริ่มเรียนได้ไม่นาน
มีนาก็เผลอนั่งหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ศีรษะเล็กเอนไปซบไหล่สหภัฐโดยไม่รู้ตัว
ฝ่ามือหนาลูบศีรษะมนขึ้นลงเบาๆ
“อือ...”
ลิลล์สะกิดให้จ้าวสมุทรหันมองฉากดังกล่าว
ขณะที่ตาของสหภัฐยังไม่ละจากจอมือถือ มือข้างหนึ่งของเขาก็ยังถือเล่นไปด้วย
นิ้วเรียวเลื่อนไถหน้าจอไปมา
พรึบ!
แกร่ก
“อ๊ะ!”
มีนาตกใจตื่น เมื่อเผลอหลับจนปากกาหลุดมือ
เป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์ประจำวิชาสอนเสร็จพอดี
“เลิกเรียนแล้วครับ
เรากลับกันเลยดีไหม”
สหภัฐก้มลงเก็บปากกาส่งคืนให้
“อื้อๆ”
มีนาพยักหน้ารับ
เธอเก็บอุปกรณ์การเรียนใส่กระเป๋าด้วยท่าทางงัวเงีย
“แกจะกลับแล้วหรอมีน”
ลิลล์แอบกระซิบถาม
“อือ พี่ครามหิวน่ะ”
“แต่เรามีนัดกับพี่ขิมนะ
ลืมไปแล้วหรอ”
คิ้วเข้มกระตุกเมื่อได้ยินชื่อของใครบางคน
“นัดกับใครนะ” สหภัฐถามเสียงเข้ม
“เอ่อ...”
ลิลล์หันมองมีนาอีกครั้ง
รอจนเพื่อนพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต เธอถึงได้เอ่ยเล่าให้สหภัฐฟัง
“พี่สายขิมค่ะ เขาบอกว่าเป็นสายรหัสมีนก็เลยนัดให้ไปเจอที่ห้องสโม”
สหภัฐนิ่งเงียบไปทันที
สายรหัสงั้นหรอ
มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหมนะ
สหภัฐกำลังคิดว่ามันเป็นดูแปลกๆ
เกินกว่าจะเป็นจริงอย่างที่ได้ยิน
เขาไม่ได้อยากจะมองสายขิมในทางที่ไม่ดีหรอกนะ
แต่ล่าสุดที่เจอกันอีกฝ่ายดูมีท่าทีสนใจเด็กของเขาเป็นพิเศษ และเด็กคนนั้นจะเป็นใครกันถ้าไม่ใช่มีนา
แม้จะแอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้รู้เรื่องของเขาเร็วขนาดนี้
ทว่าสหภัฐกลับยังคงเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบออกไป
“เขานัดไปทำอะไร”
มีนาส่ายหน้าแทนคำตอบ
“เราจะรู้ได้ยังไงล่ะ”
“ไม่ไปไม่ได้หรอครับ
พี่หิวจะตายอยู่แล้วนะ”
ไอ้หิวมันก็หิวอยู่หรอก
แต่ประเด็นหลักเลยก็คือสหภัฐคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่คนทั้งคู่จะควรเจอกัน
สายขิมควรรู้เรื่องมีนากับเขา
หลังจากที่เราทั้งสองแต่งงานกันไปแล้วเท่านั้น
“ก็รับปากเขาไปแล้วนี่นา
ขอโทษนะ เราลืมไปสนิทเลย”
ประโยคหลังมีนาเอ่ยบอกด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
ถ้าเลือกได้เธอคงจะยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อสหภัฐอยู่แล้ว
แต่เพราะเหตุจำเป็นในวันนี้ มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้จริงๆ หากแข็งข้อในตอนนี้
นั่นหมายความว่าเธอกำลังทำให้อนาคตของตัวเองตกที่นั่งลำบากไปด้วย
ก็พี่สายขิมน่ะ
เป็นที่รู้จักของคนในคณะน้อยซะเมื่อไหร่กันล่ะ
“จะทิ้งกันหรอ
จะทิ้งให้พี่นั่งกินข้าวคนเดียวจริงๆ อย่างนั้นสิ”
สหภัฐเผลอยู่ปากด้วยความไม่พอใจ
เขาอุตส่าห์ถ่อสังขารมานั่งรอถึงห้องเรียน
นี่คือสิ่งที่เขาได้รับตอบแทนงั้นหรอ
มันไม่ยุติธรรมสักนิดเลย
“งั้นไปด้วยกันเลยดีป่ะ
มีนจะได้มีข้ออ้างกลับเร็วๆ ด้วย”
“อืม...” ชายหนุ่มทำหน้าคิด
เอายังไงดี
ไม่อยากให้สายขิมรู้ซะด้วยสิว่าเด็กคนที่ว่าคือคนข้างๆ
ตัวเขา
ถึงแม้ตอนนี้อีกฝ่ายจะกำลังคลางแคลงใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว
แต่การที่สหภัฐไปปรากฏตัวพร้อมมีนา
มันไม่ต่างอะไรกับการไปยืนยันกับสายขิมเลยว่ามีนานั่นแหละที่เป็นเด็กในความดูแลของเขาของจริง
“ดีเลยค่ะ
ให้พี่ครามไปด้วยก็ดี บอกตามตรงว่าลิลล์กับโจก็ไม่อยากไปกันเองตามลำพัง”
ลิลล์เอ่ยเสริม ขณะที่จ้าวสมุทรนั้นได้แต่ลอบถอนหายใจ
ก่อนจะมองหน้าสหภัฐด้วยท่าทางจริงจัง
“พวกผมไม่ไว้ใจพี่เขาเท่าไหร่
มันแปลกเกินไปที่อยู่ดีๆ ก็มานัดเอาตอนนี้”
ถึงเขาจะไม่ชอบขี้หน้าแฟนคนนี้ของมีนาเอามากๆ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้พวกเขาสบายใจขึ้นกว่าเดิมมากโข
หากคนนั้นจะเป็นสหภัฐที่ยืนอยู่เคียงข้างมีนา
แม้ว่าสหภัฐจะไม่ได้เรียนคณะเดียวกันกับพวกเขา
แต่ด้วยความเป็นรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยก็คงจะทำให้สายขิมรู้สึกเกรงใจกันอยู่บ้าง
อีกอย่างก็จะได้รู้กันไปเลยว่าสองคนนี้เคยรู้จักกันจริงอย่างที่มีนานึกสงสัยในความสัมพันธ์นี้อยู่หรือเปล่า
“พึ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน
สายรหัสมันควรนัดกันหลังจากนี้อีกนานมากๆ เลยนี่”
สหภัฐเอ่ยบอก
เขานิ่งลูบคางตัวเองอย่างใช้ความคิด
เรื่องนี้มันมีความเป็นไปได้หลายอย่าง
จริงๆ แล้วมันอาจจะบังเอิญอย่างที่สายขิมกล่าวอ้างก็ได้
แต่ถ้าเกิดมันไม่จริงล่ะ
ในแง่ร้ายที่สุด
หากมันมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างที่พวกเขาสงสัย มันคงไม่ดีนักที่จะปล่อยมีนากับเพื่อนไปกันตามลำพัง
“ก็ได้ พี่จะไปด้วย”
มีนาเผลอหลุดยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
เช่นเดียวกับจ้าวสมุทรและลิลล์ที่ต่างหันมองหน้ากันเช่นเดียวกัน
“จะมาจริงเปล่าวะ
นี่ก็ดึกแล้วนะเว้ย”
เมธวินบ่นออกมาอย่างนึกเซ็ง
เขาเดินออกมาจากสนามบาส
และยกน้ำเย็นขึ้นดับกระหาย
เพราะไม่มีเรียนในช่วงเย็นและทางไปห้องสโมสรก็ต้องเดินผ่านสนามบาสอยู่แล้ว
เขาเลยมาโยนบาสเล่นแก้เบื่อ แต่พอมองนาฬิกาก็รู้สึกว่าตอนนี้มันเลทมากแล้ว
เมธวินมีความรู้สึกเหมือนกลุ่มของพวกมีนาจะเบี้ยวนัดพวกเขายังไงก็ไม่รู้
ดูสีหน้าของมีนาในตอนนั้นสิ
ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดๆ เหมือนจะกลัวพวกเขาแต่ก็ดูกังวลกับอะไรบางอย่าง
ร่างหนาหลุดรอยยิ้มออกมาเมื่อมองรวมๆ
แล้วคิดว่าน้องมันก็น่ารักดี
ขี้กลัวแบบนี้มันน่าแหย่ให้กลัวกว่าเดิมแล้วค่อยกอดปลอบทีหลัง
“มาสิ
น้องมันมีเรียนภาคค่ำ เดี๋ยวเรียนเสร็จก็ต้องมาแน่”
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังเข้ามาใกล้ให้ทั้งเมธวินและสายขิมหันมอง
แววตาคมของเมธวินฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นใบหน้าของสหภัฐ
ต่างจากสายขิมที่แววตาดูเรียบนิ่งเสียจนน่ากลัว
มีนาและเพื่อนๆ เดินเข้ามาพร้อมกัน
โดยมีสหภัฐเดินขนาบข้างมาด้วย
“นัดน้องมันมาทำอะไร”
ประโยคแรกที่หลุดจากปากของสหภัฐที่พูดกับสายขิมทำคนทั้งกลุ่มนิ่งเงียบ
นั่นสามารถสรุปได้เลยว่าทั้งสองคนนั้นรู้จักกันจริงๆ
แต่จะในฐานะอะไรก็ต้องมาดูกันอีกที
มีนาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อได้ยินสหภัฐยังคงพูดคุยกับรุ่นพี่ของเธอราวกับมันเป็นเพียงเรื่องปกติที่ไม่ต่างจากการถามอีกฝ่ายว่าไปกินข้าวกันไหม
“ปกติคณะนี้เขาเฉลยสายรหัสเร็วกว่าคณะอื่นหรอ”
สหภัฐขมวดคิ้วมุ่น
เมธวินหันมองหน้าสายขิมแทบจะทันที
“คนของเธอป่ะขิม”
ถ้าจำไม่ผิดคนนี้เพื่อนเขากำลังคั่วอยู่นี่นา
แล้วทำไมมาโผล่อยู่กับน้องมีนสุดน่ารักของเขาได้วะ
สหภัฐดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มด้วยท่าทางหงุดหงิด
เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ควรจะได้ เขามองสบตากับสายขิมอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ทั้งแววตาและน้ำเสียงกลับดูราบเรียบกว่าเก่า
“ถามก็ตอบสิครับ”
“คนของพี่ขิมหรอ”
มีนาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
แค่เพียงได้ยินหัวใจก็ชาหนึบไปทั้งดวง
มือเล็กเผลอกำเข้าหากันแน่น
จุกอกจนพูดไม่ออก
เธอเงยหน้ามองสหภัฐราวกับหวังว่าเขาจะพูดอะไรออกมาบ้าง
อย่างน้อยก็อธิบายอะไรก็ได้
จะปฏิเสธหรือยอมรับ
ก็บอกมาตรงๆ ทว่าสหภัฐกลับทำเพียงแค่พ่นลมหายใจยาวออกมาเท่านั้น ไม่ตอบหรือคิดแก้อะไรสักคำ
สิ่งที่เธอสงสัยมันคงเป็นเรื่องจริง
“ลมอะไรหอบมาถึงคณะขิมล่ะพี่คราม”
สายขิมปรายมองมีนาเล็กน้อย
ก่อนจะหันไปสบตาสหภัฐ
“ที่ปีหนึ่งพูดกันว่าเดือนบริหารปีสามมานั่งกกเด็กอักษรก็เรื่องจริงสินะ”
“ถามก็ตอบ
อย่าเบี่ยงประเด็น”
สายขิมล้วงบัตรนักศึกษาในกระเป๋ายื่นให้สหภัฐดู
รหัส 3
ตัวท้ายของเธอกับมีนาเหมือนกัน นั่นแปลว่าเราเป็นสายรหัสกันจริงๆ
“ขิมเป็นพี่รหัสมีน
จะนัดน้องมาคุยเรื่องเชียร์ พี่มีปัญหาอะไรหรอคะ”
“คุยตอนนี้อ่ะนะ ทำไมถึงได้เฉลยเร็วนัก”
“จะให้น้องมาช่วยเป็นสายเอาไว้สอดแนมเด็กปีหนึ่ง
แล้วก็จะฝึกให้เข้าเป็นพี่เชียร์ต่อจากขิมด้วย”
จะว่ายังไงดีล่ะ
เธอเป็นประธานเชียร์ก็เพราะต้องสืบทอดตำแหน่งมาจากพี่รหัสของตัวเองอีกที
เรื่องพวกนี้มันเป็นมรดกสายที่หลีกเลี่ยงยากน่ะนะ
สหภัฐพยักหน้ารับ
ก็ถ้าอีกฝ่ายเอาเรื่องงานมาอ้างแบบนี้
เขาจะกีดกันอะไรได้อีก
“งั้นก็คุยให้เสร็จ
พี่จะได้พามีนกลับบ้าน”
สหภัฐแสดงสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์
แต่สายตาดูนิ่งเรียบจนเหมือนมีลมพายุหมุนเวียนอยู่ในแววตา
แม่ง โลกจะกลมไปไหนวะ
สงสัยคงต้องเสียเด็กที่ขลุกอยู่มาตั้งนานแล้ว
เปิดตัวกับมีนาไปซะขนาดนี้ เขาก็คงต้องเลิกยุ่งกับสายขิมอย่างช่วยไม่ได้
ร่างสูงพ่นลมหายใจหนักๆ
พยายามเก็บอาการหัวเสียเอาไว้ไม่แสดงออกมาให้ใครเห็น แม้ว่าความเป็นจริงแล้วในตอนนี้เขาจะกำลังรู้สึกเสียดายสายขิมมากแค่ไหนก็ตาม
ใครมันจะอยากสูญเสียความสัมพันธ์สนุกๆ
ที่มีต่อกันมาตั้งหลายปี
ในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคยร่วมเตียงมาด้วยทั้งหมด
สายขิมเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่สหภัฐถูกใจจนเลือกที่จะสานต่อ และพวกเขาก็สานต่อกันมาจนกระทั่งตอนนี้
ที่ผ่านมาสายขิมไม่ก้าวก่าย
ไม่ทำตัวเรียกร้องน่ารำคาญ ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่มีนาเป็นแบบสุดๆ ไปเลย
สหภัฐเผลอยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกสุดแสนจะเสียดาย
“แฟนเธอไม่ใช่หรอวะขิม
ทำไมไปนั่งกกน้องมีนอ่ะ”
เมธวินขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยย้ำออกมาอีกครั้ง
สีหน้าอารมณ์เสียถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน
อะไรกัน คนนี้เขาเล็งอยู่นะเว้ย
จ้าวสมุทรยกยิ้มแหย
เพราะก่อนหน้านี้เขาพึ่งพูดเป็นเชิงว่าตัวเองเป็นแฟนกับมีนา
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะมีปากเสียงอะไรออกไปมากนัก
สายขิมหันมองหน้าสหภัฐ
ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจรุ่นน้องตรงหน้าต่อ
แววตาคู่สวยไม่ได้เปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่ใช้มองมีนาเท่าไหร่นัก
ทว่าเธอเองก็อดที่จะแอบเก็บซ่อนความรู้สึกนึกอิจฉาอยู่ในใจไม่ได้เช่นกัน
สายขิมมาก่อนหรือมาทีหลังไม่รู้
แต่มีนากลับกลายเป็นคนที่สหภัฐกล้าที่จะเดินเคียงข้าง หรือแม้กระทั่งยอมเปิดตัว
โดยไม่นึกสนใจสายตาใครคนอื่น ต่างจากเธอที่มีความสุขกันเพียงสองคนในห้อง
เมื่อก้าวขาออกด้านนอกคือจบกัน
“ว่าไงน้องมีน
สะดวกจะมาสมัครเข้าเชียร์หรือเปล่า”
เสียงหวานนุ่มหูถูกเอ่ยถามออกไปให้มีนาเม้มปาก
ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นคนโง่ยังไงไม่รู้
สหภัฐไม่คิดจะปริปากอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นเลยสักนิด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาไม่คิดจะบอกด้วยซ้ำว่าไปรู้จักกับสายขิมได้ยังไง
ดวงตากลมโตมองสหภัฐสลับกับสายขิมไปมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
แม้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะไม่ได้มีท่าทางมาดร้ายเหมือนดั่งนางร้ายในละคร
ทั้งยังดูสวยมั่นและมีเสน่ห์จนเหมือนสามารถเรียกหาผู้ชายได้เป็นขบวน แต่ไม่ว่าจะใครถ้าดันได้รู้จักกับสหภัฐและขึ้นชื่อว่าเป็นคนของเขา
นั่นแสดงว่าอีกคนคงมีอิทธิพลต่อชีวิตของสหภัฐอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“มันเป็นมรดกสายน่ะน้องมีน
พี่ก็ไม่ได้อยากบังคับ แต่รุ่นสูงๆ เขาก็กดดันมา”
สายขิมว่าต่อ เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องตรงหน้ามีท่าทางที่เหมือนกำลังโฟกัสกับบางสิ่งมากกว่าประเด็นที่เธอกำลังพูดถึง
“คือมีนไม่ค่อยมีเวลา
ขอยังไม่รับปากตอนนี้ได้ไหมคะ”
มีนาตอบกลับไปตามความจริง
“พี่สายขิมเป็นแฟนพี่ครามจริงๆ
หรอคะ”
เสียงของลิลล์เอ่ยขึ้นอย่างทนฟังการสนทนาของคนทั้งคู่ไม่ไหวอีกต่อไป
จ้าวสมุทรคว้าแขนเพื่อนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เพื่อห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูดจาอะไรรุนแรงที่มันอาจจะกระทบกระเทือนจิตใจของมีนาออกไป
แต่ลิลล์ก็สะบัดออกทั้งยังพูดต่ออย่างไม่นึกสนใจใครทั้งนั้น
เธอคิดว่าสิ่งที่มีนกำลังเจอมันหนักหนามากเกินไป
จู่ๆ มีคนมาเรียกแฟนตัวเองด้วยสรรพนามแบบนั้นหน้าตาเฉยก็ยังต้องมายืนคุยเรื่องเชียร์บ้าๆ
นี่ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันใช่เรื่องหรือไงกัน
เห็นเพื่อนเธอเป็นตัวอะไร
คิดจะกระทำอะไรกับมีนาก็ได้อย่างนั้นหรอ
ฝันไปเถอะ!
“ตกลงพี่ครามเป็นแฟนใครกันแน่
ช่วยพูดอะไรหน่อยไม่ได้หรอคะ ลิลไม่อยากให้เพื่อนลิลดูแย่ไปมากกว่านี้อ่ะ”
จะแฟนใครมันไม่สำคัญหรอก
แต่นี่สหภัฐเห็นแก่ตัวมากเกินไปหน่อยไหม
คิดจะจับปลาสองมือ ปล่อยให้ผู้หญิงตีกันแต่ตัวเองลอยลำอย่างนั้นหรอ
“อย่างน้อยก็ช่วยพูดเพื่อปกป้องคนของตัวเองหน่อยไม่ได้หรอคะ”
ลิลล์เหลือบมองไปทางสหภัฐ
มีนาเผลอกัดปากตัวเองแน่นอย่างนึกกลัว
เธอรู้สึกได้เลยว่าหัวใจมันกำลังถูกบีบรัดอย่างรุนแรงจนหายใจไม่เป็นจังหวะ หญิงสาวหวาดกลัวคำพูดที่กำลังจะได้ยินจากปากของสหภัฐในเวลาต่อไป
เธอกลัวความผิดหวัง แม้จะทำใจมาบ้างและรู้ดีว่าอีกคนมีนิสัยพื้นเพเป็นยังไง
แต่พอเอาเข้าจริงก็แอบรับมันไม่ไหวเหมือนกัน
สหภัฐพ่นลมหายใจหนักๆ
ตวัดสายตามองด้วยท่าทางเรียบนิ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เปล่า พี่เป็นแฟนมีน
ไม่ได้เป็นแฟนขิมครับ”
คำที่ได้ยินทำให้มีนารู้สึกใจชื้น
ฝ่ามือเล็กๆ ที่กำลังกำชายเสื้อนักศึกษาของตัวเองค่อยๆ คลายออก ยามมองไปทางสหภัฐด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
มองจากภายนอกในตอนนี้เธอไม่มีอะไรสู้สายขิมได้เลยสักนิด
แต่สหภัฐกลับเลือกที่จะหักหน้าประธานเชียร์คนสวย แล้วปกป้องความรู้สึกของเธอเอาไว้แทน
แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นจากการที่ลิลล์พยายามช่วยพูดให้ก็เถอะ
ถึงอย่างนั้นมีนาก็อดที่จะรู้สึกดีใจไม่ได้จริงๆ
“แฟน?”
สายขิมทวนคำในลำคอ
ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย
เธอหันมองสหภัฐก่อนจะเอ่ยต่อ
“แบบนี้ก็คือจะจบเรื่องของเราแล้วสิ
เจอตัวจริงแล้วนี่นา”
อย่างที่สหภัฐเคยบอกเอาไว้
หากใครเจอตัวจริงก็แค่แยกย้าย แต่สายขิมเองก็นึกไม่ถึงว่าเวลานั้นมันจะมาถึงเร็วขนาดนี้
“ที่มาก็คิดว่าชัดเจนพอแล้วนะ
ยังต้องอธิบายอะไรอีกหรอ” สหภัฐตอบกลับ
ชายหนุ่มสบตากับคู่นอนอย่างสายขิมด้วยแววตาเรียบนิ่งราวกับว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกอะไรต่อหญิงสาวเลยสักนิด
และความสัมพันธ์ของเราสามารถขาดลงได้ง่ายๆ เพียงแค่เขาพูดว่ามันจบ
สายขิมกำมือแน่น เธอพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
นับว่าเป็นโชคดีของสายขิมที่ตอนนี้ผู้คนที่คณะบางตามากจนแทบไม่เหลือแล้ว
และเรื่องที่เกิดขึ้นก็มีเพียงเมธวิน เพื่อนสนิทของเธอ
กับกลุ่มของมีนาเท่านั้นที่รับรู้ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะทนต่อความอับอายในครั้งนี้แทบไม่ไหว
หักหน้ากันทีหลังยังพอว่า
นี่ยังพาตัวจริงมาเย้ยถึงที่อีก
สหภัฐเป็นผู้ชายที่ทั้งใจร้ายและเลือดเย็นที่สุดเลย
“แต่เอาจริงๆ
คำว่าแฟนก็แค่ชื่อเรียกนะครับ”
ในขณะนี้ทุกคนคิดว่าเรื่องทุกอย่างมันคงจะจบลงแล้ว
สหภัฐกลับเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นหันมองพร้อมกัน
เดือนบริหารหนุ่มยกยิ้มมุมปาก
ยามสบตากับสายขิมด้วยแววตาท้าทาย
“จะจบไม่จบ
มันก็ขึ้นอยู่กับว่า... เธอเด็ดพอให้พี่ไปต่อด้วยรึเปล่า”
คำพูดที่ดูเหมือนจะช่วยต่อลมหายใจให้สายขิม
และทำให้เธอรู้สึกดีกับสิ่งที่ได้ยินมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ‘แฟน’
อย่างมีนากลับรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ
พูดแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการที่สหภัฐประกาศว่าเจ้าตัวยังจะไม่ยอมหยุด
และจะไม่มีวันหยุดแค่ที่เธอคนเดียวด้วยไม่ใช่หรอ
มีนากัดตัวเองปากแน่นจนเกือบจะห้อเลือด
เธอก้มมองฝ่ามือที่กำเข้าหากันของตัวเองด้วยความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งขอบตา เธอพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสะกดกลั้นไม่ให้หยดน้ำตานั้นไหลลงมา
“จะยังคุยต่ออยู่ไหม
มีอะไรจะพูดอีกรึเปล่า”
สหภัฐเอ่ยถามสายขิมหน้าตายราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
“พี่นี่มัน...” จ้าวสมุทรกัดฟันกรอด
มือหนากำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งตัว
เขาพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองพุ่งเข้าไปต่อยคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของมีนา
ชายหนุ่มแทบไม่กล้ามองหน้ามีนาในเวลานี้เลย
จ้าวสมุทรกลัวตัวเองจะทนมองเห็นแววตาและใบหน้าที่แสดงถึงความเสียใจของอีกฝ่ายไม่ไหว
หากเขาได้ยินเสียงร้องไห้ของเพื่อนสนิท
มันคงจะเป็นอะไรที่ทรมานใจกันน่าดู
สหภัฐตวัดตามองหน้าจ้าวสมุทรนิ่งๆ
ไม่พูดตอบอะไร
หมับ!
จ้าวสมุทรขยับเดินเข้าไปคว้าแขนมีนาเอาไว้
ก่อนจะเอ่ยบอกออกมา
“กลับกันเถอะมีน
แล้วเรื่องเชียร์อะไรนี่ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องฝืนใจ”
มีนาหลับตาลงเล็กน้อย
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อผ่อนคลายตัวเอง
ไม่ให้รู้สึกโกรธหรือเสียใจมากไปกว่านี้ ก่อนจะลืมตาขึ้นสบตากับสายขิม
“งั้นมีนขอไม่ทำนะคะ
ไม่มีเวลาจริงๆ พอดีต้องคอยดูแลหมาที่เลี้ยงเอาไว้”
ประโยคหลังเธอปรายสายตาไปมองทางสหภัฐ
มีนาฉีกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไรในสิ่งที่รับรู้
ทั้งที่ในใจมันไม่ใช่แบบนั้นเลย
มีแฟนแล้วรับรู้ว่าเขาเคยมีผู้หญิงคนอื่น
อันนี้พอเข้าใจได้ แต่การมาเจอกันต่อหน้า เธอรับไม่ไหวจริงๆ
“มันชอบดื้อซะด้วย แถมยังไม่ค่อยจำเจ้าของสักเท่าไหร่
มีนก็เลยต้องให้เวลากับมันเยอะๆ มันจะได้ไม่วอกแวกไปติดของเล่นชิ้นอื่น”
สหภัฐสบตามีนาด้วยความรู้สึกคาดไม่ถึง
นัยน์ตาคมคายเป็นประกายขึ้นมาอย่างนึกถูกใจ หัวใจแมนๆ สั่นไหวราวกับเจอของที่ชอบมากๆ
เขาเคยคิดว่าตัวเองชอบมีนามาก
แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้
ยิ่งได้เห็นอีกด้านของเธอที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนมันยิ่งอดที่จะรู้สึกอึ้งไม่ได้
พอรู้อยู่แล้วว่ามีนาเป็นคนสู้คนและเป็นลูกคุณหนูที่มีความเอาแต่ใจไม่ใช่เล่น
แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะสู้สุดตัวได้ถึงขนาดนี้
เห็นทีว่าสหภัฐคงต้องมองว่าที่เจ้าสาวในอนาคตของตัวเองเปลี่ยนไปซะแล้ว
น่าเร้าใจชะมัดเลย
แบบนี้ของโปรดของเขาซะด้วยสิ
“อูว... สเปกว่ะ”
เมธวินเอ่ยอย่างถูกใจให้สหภัฐหันมองดุๆ
ไอ้นี่มันจ้องแฟนคนอื่นอะไรขนาดนั้นวะ
ชักอยากจะปล่อยใส่เพื่อนของสายขิมสักหมัดสองหมัดแล้ว
มีนาสบตาเมธวิน
ก่อนจะแกล้งส่งยิ้มหวาน เพื่อต้องการยั่วให้สหภัฐหึง และเธอก็ทำสำเร็จจริงๆ
เมื่ออีกฝ่ายหลุดสบถคำหยาบออกมาให้ได้ยินเต็มสองหู
มือหนาคว้าแขนมีนา ดึงกระชากเข้าหาตัวเองเต็มแรง
“มีน!
กลับกับพี่เดี๋ยวนี้เลย”
หึ!
สหภัฐน่ะเล่นด้วยยาก
แต่คนอย่างมีนาก็ใช่ว่าจะเล่นด้วยได้ง่ายๆ เช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น