1 0
หมาไม่รู้จักพอ
“โอ้ย!
อะไรของพี่เนี่ย”
มีนาหลุดเสียงโวยวาย
เธอถูกลากออกมาจนกระทั่งถึงบริเวณลานจอดรถของคณะ
เธอเป็นอิสระจากฝ่ามือหนาเมื่ออีกฝ่ายพากันมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารถคันเดิมที่เธอคุ้นเคย
“เธอไปยิ้มให้คนอื่นต่อหน้าเราได้ไง
นิสัยไม่ดีไปแล้วนะ”
สหภัฐว่าอย่างนึกงอน
เขาน่ะทั้งขี้หึงและขี้หวงมีนาแบบสุดๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้นิสัยนี้มันได้มายังไง
ทั้งๆ ที่กับผู้หญิงที่เคยผ่านมาในชีวิตตั้งหลายคน
เขากลับไม่เคยมีอาการแบบนี้กับใครเลยสักคน
“ก็เขาเป็นเพื่อนของพี่รหัสเรานี่นา
จะให้ทำหน้าบึ้งใส่หรอ”
“ไม่ต้องมาอ้าง”
ใบหน้าคมบูดลง สหภัฐยกมือขึ้นกอดอกกดสายตามองแฟนสาวด้วยความไม่พอใจ
หมดมาดพี่คราม เดือนคณะบริหารขวัญใจสาวๆ ไปโดยสิ้นเชิง
“เมื่อกี้เธอจงใจว่าเราเป็นหมาหรอ”
“...”
มีนาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
เธอพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถ
“กล้าเปรียบเทียบเราเป็นหมา
คอยดูเถอะจะเลียให้ล้มเลย”
สหภัฐแกล้งยื่นหน้าไปใกล้
ให้หญิงสาวผละถอยหลังหนี
ชายหนุ่มพอจะรู้อยู่หรอกว่าสิ่งที่เขาพูดกับสายขิมไปเมื่อครู่นี้
มันอาจทำให้มีนารู้สึกเสียใจ
คงต้องโทษความแพรวพราวและนิสัยเจ้าชู้ที่มันอยู่ในสายเลือดจนยากจะสลัดออกนี่ที่ทำให้คำพูดมันหลุดออกจากปากไปเอง
โดยที่สหภัฐไม่ทันได้ฉุกคิดซะด้วยซ้ำ
“หมาไม่รักดี
ระวังจะโดนเอาไปปล่อยวัด”
“กล้าปล่อยก็ลองดู
โดนหมากัดจะร้องไม่ออก”
นัยน์ตาดุๆ ที่มองมา
ทำให้มีนาเลือกที่จะหันหน้าหนีอย่างนึกงอน
“ขึ้นรถได้แล้ว”
สหภัฐเอ่ยบอกยามเปิดประตูรถค้างเอาไว้
“คืนนี้มีนจะกลับไปนอนบ้าน”
“อย่ามาว่ะมีน
ไหนใครมันบอกว่าจะให้เวลากันเยอะๆ ไง ไม่กลัวเราวอกแวกแล้วหรือไง”
สหภัฐเอ่ยถามเพื่อลองใจ
มีนากัดปาก
พยายามเข้มแข็ง ยามเงยหน้าสบตา
“ก็ถ้ามันคันขนาดนั้น
เราจะไปห้ามอะไรเธอได้ล่ะพี่คราม”
สหภัฐขบกรามแน่น
ประโยคที่ได้ยินนั้นค่อนข้างรุนแรง
ขนาดผู้ชายอย่างเขายังรู้สึกเจ็บจนหน้าชา มันไม่ต่างจากคำด่าว่าเขามันไม่ต่างจากหมาที่ไล่เอาไปทั่วอย่างไรอย่างนั้น
“อย่ามาดราม่า
เราไม่ชอบเธอก็รู้” เสียงเข้มเอ่ยเตือน
“งั้นก็ช่วยเห็นแก่หน้ากันบ้างสิ
เห็นแก่ความรู้สึกเราบ้างก็ได้”
คิดว่าเธอไม่มีความรู้สึกหรือไง
ใจร้าย...
ใจร้ายที่สุดเลย
สหภัฐถอนหายใจหนักๆ
ก่อนจะรั้งมีนาเข้ามากอด
“ขอโทษครับ
ปากมันไปเอง ไม่ได้ตั้งใจจะพูดต่อหน้าเธอขนาดนั้น”
ชายหนุ่มยกมือเล็กขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากเบาๆ
แววตาคู่คมฉายแววจริงจังว่ากำลังรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
“ดีกันนะคะ... นะ”
“เราไม่ได้อยากรับรู้ว่าเธอจะไปเอาหรือกำลังได้อยู่กับใคร”
“โอเค รู้แล้ว ถึงได้ไม่เคยเอาเรื่องพวกนี้มาใส่หัวเธอเลยไง”
สหภัฐเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิม
ในจังหวะที่มีนานั้นร้องไห้ออกมาพอดี เธอยกมือปาดน้ำตาเร็วๆ กระพริบตาถี่ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลลงมามากกว่าเดิม
ร่างสูงกระชับกอด
ก่อนจะกดศีรษะเล็กแนบลงกับอก
“อย่าร้อง”
สหภัฐเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายคนจะขาดใจ
“ไม่เอาดิ เราไม่ชอบเห็นน้ำตาเธอเลยว่ะ”
มีนายอมยืนนิ่งๆ ให้สหภัฐกอดอยู่อย่างนั้นสักพักใหญ่
จนเธอคลายสะอื้นลงจากเดิมเล็กน้อย หญิงสาวสูดน้ำมูก ยามค่อยๆ ผละออกและเงยหน้าสบตากับคนรัก
“กลับกันเถอะ
คืนนี้เรานอนกับเธอก็ได้ แต่พรุ่งนี้วันหยุดเราต้องกลับบ้าน”
สหภัฐระบายรอยยิ้มอย่างนึกโล่งใจ
อย่างน้อยมีนาก็ไม่ได้โกรธกันมากไปกว่านี้
“โอเคเลย”
ชายหนุ่มพยักหน้าระรัว
พวกเขาพาขึ้นรถ ก่อนที่ตัวรถจะค่อยๆ
เคลื่อนขับออกไปตามท้องถนน
ซู่ ซู่
มีนาเอื้อมมือไปเปิดน้ำจากฝักบัวติดผนัง
ก่อนจะปล่อยให้สายน้ำชะล้างทั่วเรือนร่างเปลือยเปล่าไปพร้อมๆ กับหยดน้ำตาที่ไหลอาบทั่วใบหน้า
เธอเม้มปากตัวเองแน่น
เมื่อนึกไปถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้
“ฮึก...”
เสียงสะอื้นเล็กๆ เริ่มหลุดออกจากริมฝีปากสวย
ยามที่เธอทรุดตัวนั่งลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเยียบราวกับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวเองอีกต่อไป
ความอ่อนแอเกาะกินไปทั่วทุกพื้นที่ของหัวใจ
ความเสียใจสะสมถาโถมเข้าหากันราวกับคลื่นใหญ่สาดซัดเข้าฝั่ง
หญิงสาวได้แต่ยกมือปิดหน้าตัวเองและร้องไห้ต่อไปทั้งแบบนั้น
ที่เห็นว่าเข้มแข็งก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เจ็บสักหน่อยนี่นา
ต่อให้ได้กันแล้ว
เราก็ยังสำคัญได้แค่เท่านี้สินะ
คาดหวังอะไรจากพี่ครามที่มันมากกว่าเดิมล่ะมีน
มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพาให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
ดวงตากลมโตยังคงสั่นระริก
ทั้งยังเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปในเร็วๆ นี้
“ล็อคทำไมหนู
พี่อาบด้วยสิ”
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตา
ใบหน้าหวานเงยมองไปทางประตูที่ถูกล็อคเอาไว้ด้วยฝีมือของเธออย่างตั้งใจ
มีนาไม่อยากให้สหภัฐเห็นเธอในสภาพนี้
ถ้าเลือกได้ทุกเวลาที่อยู่ด้วยกัน มีนาอยากให้อีกฝ่ายมีความสุข เธออยากให้สหภัฐรู้สึกสบายใจที่จะอยู่ด้วยกันมากกว่า
“มีนครับ” สหภัฐเอ่ยเรียกอีกครั้ง
มีนาตัดสินใจลุกขึ้นยืน
เธอคว้าชั้นวางของเพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น
เพล้ง!
ขวดแชมพูบนชั้นวางของร่วงกระจาย
เช่นเดียวกับตะแกรงเหล็กที่กระแทกพื้นห้องน้ำเต็มแรงจนเกิดเสียงดังลั่น
เสียงที่ได้ยินทำให้สหภัฐรู้สึกร้อนใจขึ้นในทันที
มือหนาทุบประตูเต็มแรงเพื่อหวังให้คนด้านในขานรับออกมา
“เฮ้ย! มีน หนูมีน!”
มีนารีบขยับไปคว้าผ้าขนหนูผืนใหญ่มาสวมพันคลุมร่างกายตัวเองเอาไว้
ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
สหภัฐตวัดตามองมีนาทั้งตัวด้วยความเป็นห่วง
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วเพื่อมองหาบาดแผลตามร่างกายของอีกฝ่าย
“เป็นอะไรไหม
หนูล้มหรอ”
“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
มีนาตอบกลับด้วยท่าทางปกติ
เธอจับยึดผ้าขนหนูเอาไว้เพราะกลัวมันหลุด
“ตกใจหมดเลย”
น้ำเสียงทุ้มเข้มที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
แล้วไหนจะสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้มีนาหลุดยิ้มหวาน
“เป็นห่วงมีนหรอ”
เธอยื่นใบหน้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างนึกแกล้ง
หมับ!
สหภัฐกอดเอวเล็กแน่นจนร่างกายแนบชิดกัน
“ห่วงสิ ห่วงมากๆ เลยล่ะ”
ใครจะยอมปล่อยให้ว่าที่เจ้าสาวในอนาคตเป็นอันตรายกัน
มีนาสบตาก่อนจะเบือนสายตาหนี
เธอเผลอกัดปากด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในหัวใจ
ตึกตัก ตึกตัก
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นอีกครั้งไม่ต่างจากวันแรกที่เคยพบหน้า
สหภัฐยังคงเป็นผู้ชายเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถครอบครองทั้งสี่ห้องหัวใจของเธอได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมีนาเองก็ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองหนีออกไปจากผู้ชายคนนี้ได้ยังไง
ทุกอย่างที่เป็นเขา
เธอแพ้เสมอ ไม่ว่าจะในครั้งไหนก็ตาม
สหภัฐเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นของมีนาขึ้นทัดหูให้เบาๆ
“ทีหลังอย่าเงียบหายไม่ตอบอีกนะ
รู้ไหมมันทำพี่กระวนกระวายใจแค่ไหน”
“ก็มีนแปรงฟันอยู่นี่นา
พี่นั่นแหละจะมางอแงอะไรตอนอาบน้ำล่ะ”
มีนาอ้างไปเรื่อย
เธอไม่อยากให้สหภัฐรับรู้ว่าเธอน่ะเอาแต่นั่งร้องไห้จนไม่ยอมลุกมาเปิดประตูให้กัน
“อยากอาบด้วยนี่ครับ”
“ไม่ค่ะ
ออกไปรอข้างนอกเลย”
“ทำไมอ่ะ
เป็นผัวแล้วอาบน้ำกับเมียไม่ได้หรอ”
สหภัฐจ้องมีนาด้วยแววตาพราวระยับ
มีนาหันมองคนตรงหน้าทันทีที่ได้ยินสรรพนามดังกล่าว
“เป็นแค่แฟนเถอะ
เรายังไม่ได้แต่งกันสักหน่อย” เธอแย้ง
“ได้กันแล้ว
ตามศักดิ์ร่างกายเธอเสียตัวให้เราเท่ากับว่าเธอเป็นเมียเรา”
มีนาแก้มแดง
สองแก้มร้อนฉ่า
“เราอยากอาบน้ำแล้ว”
“งั้นเธออาบไปก่อน
เดี๋ยวเรามา”
สหภัฐขมวดคิ้ว
ก่อนจะทำหน้าเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“พี่จะไปไหน”
มีนาเลิกคิ้วขึ้นสงสัย
“ซื้อยาคุมให้เธอไง
ยังไม่ได้กินเลยไม่ใช่หรอ”
นี่ผ่านมากี่ชั่วโมงแล้วนะ
ชายหนุ่มทำหน้านึก
ในขณะที่แฟนสาวของเขานั้นอ้าปากค้างไปแล้ว
ลืมไปสนิทเลย ตอนไปตรวจที่โรงพยาบาลก็ยังนึกไม่ได้ด้วยซ้ำ
สหภัฐกดหอมแก้มมีนาหนึ่งฟอด
ก่อนจะยกยิ้มหวานส่งให้
“เดี๋ยวมานะคะ”
ร่างสูงคว้าเสื้อคลุมพร้อมกุญแจรถ
และกระเป๋าสตางค์ ก้าวออกจากห้องไป
มีนาเผลอยกมือลูบท้องตัวเองเบาๆ
ยามมองไปที่ประตูห้องที่ปิดลงไปแล้ว
“ยาคุมงั้นหรอ”
บ้าจริง พึ่งมากินเอาตอนนี้จะทันรึเปล่านะ
“ยาครับ”
สหภัฐเอ่ยพลางวางซองสีเงินไว้ให้บนโต๊ะ
พร้อมกับแก้วน้ำอีกหนึ่งใบ
“เทน้ำไว้ให้แล้ว
พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”
ชายหนุ่มไม่ได้อยู่รอมีนาตอบกลับรับคำ
แค่เห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้าให้ก็เดินถือผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป
มีนามองยาด้วยความชั่งใจ
ริมฝีปากบางเม้มหากันแน่น
หญิงสาวรีบหยิบกล่องยาคุมกำเนิดมาแกะกิน
ถึงเธอจะรักสหภัฐมาก
แต่ด้วยหน้าที่ที่ยังเรียนอยู่ก็ยังไม่เอื้อให้ข้ามขั้นไปตั้งท้องเด็กสักคนได้เลย
ขอให้ทันทีเถอะ
อย่าพึ่งมาตอนนี้เลยนะลูก
สหภัฐเช็ดผม
ยามเดินออกมาจากห้องน้ำ
“กินยายังคะที่รัก” เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มๆ
มองแฟนสาวอย่างนึกอารมณ์ดี
มีนาชูแผงยาขึ้นให้ดูโดยที่ไม่ได้เอ่ยตอบ
สหภัฐคลี่ยิ้มด้วยความพอใจ
“พรุ่งนี้เช้ากินอีกเม็ดด้วยนะ”
มือหนาส่งไปขยี้เส้นผมมีนาเบาๆ
อย่างนึกเอ็นดู
“รู้แล้วน่า”
มีนาลากเสียงยาวๆ ตอบกลับ
ก่อนจะช้อนตามองด้วยท่าทางออดอ้อน
“เธอไม่อยากมีเด็กตัวเล็กๆ
กับเราหรอ”
“อยากมีค่ะ
แต่มันยังไม่ถึงเวลา” สหภัฐเอ่ยบอกตามความจริง
“เธอเองก็ยังเรียนอยู่ด้วย
อยากท้องป่องมานั่งเรียนหรือไง”
มีนาทำหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
ให้สหภัฐหยุดมองตามเล็กน้อย
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ
หรือเธออยากท้องกับเราตอนนี้เลยหรอ”
“ก็ปะ...
เปล่าสักหน่อย”
ร่างเล็กปฏิเสธระรัว
แก้มขาวขึ้นสีแดงนวล
“ดีแล้ว ยังไงก็ต้องรอให้แต่งงานก่อน”
ท้องก่อนแต่งมันดีที่ไหน
ถึงโลกจะเปิดแต่มันก็ไม่ได้นับว่าเป็นเรื่องที่ดี
สหภัฐไม่ได้ห่วงอนาคตตัวเอง
แต่เขาเป็นห่วงอนาคตของมีนา เพื่อนในคณะและคนอื่นๆ
จะมองหญิงสาวยังไงหากอีกฝ่ายอุ้มท้องไปเรียน
มีนาชะงักกึก เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำว่าแต่งงานหลุดออกมาจากปากของสหภัฐ
รอแต่งหมายความว่ายังไง
สหภัฐพูดถึงเรื่องแต่งงานเป็นด้วยอย่างนั้นหรอ
“เอาเป็นว่ายังไม่ใช่ตอนนี้หรอก
พี่ว่าหนูควรได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นไปก่อน เราจะรีบเป็นคุณแม่ยังสาวไปทำไมหืม”
สหภัฐเอื้อมบีบปลายจมูกเล็กเบาๆ
อย่างนึกหมันเขี้ยว
“นึกว่าเพราะเธอยังอยากใช้ชีวิตลั้ลลาอยู่ซะอีก”
มีนาว่าออกมาอย่างรู้ทันให้สหภัฐหัวเราะ
“ลั้ลลาอะไรล่ะ หนูประกาศตัวไปขนาดนั้นแล้วหมาตัวนี้จะยังกล้าไปเล่นกับใครที่ไหนได้อีก”
“นี่แหน่ะๆ หมันไส้”
มีนาขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับที่สหภัฐนั่งอยู่
ก่อนจะใช้ฝ่ามือบีบสองแก้มของเขาด้วยน้ำหนักแรงสลับเบา
เบื่อจริงๆ เลยคนหล่อเลือกได้เนี่ย
ชอบจริงๆ สินะชีวิตรักสนุก
มีอิสระ
สหภัฐคว้ามือเล็กมาจูบเบาๆ
ก่อนจะจรดริมฝีปากคลอเคลียพลางเงยหน้าขึ้นสบตา มีนากัดปากตัวเองแน่น
หัวใจเต้นรัวเร็วจนรู้สึกได้
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ใกล้กันขนาดนี้
สหภัฐจะแอบได้ยินมันบ้างรึเปล่า
“อยากอ้อนเจ้าของอีกแล้ว...
ได้ไหมครับที่รัก” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า
คำพูดที่ฟังดูไม่ได้ติดหยาบโลนเลยสักนิด
ทว่ากลับสร้างความรู้สึกตื่นเต้นในอารมณ์ให้มีนาได้เป็นอย่างดี เธอเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยท่าทางประหม่า
อยากอ้อนของสหภัฐไม่ได้มีความหมายตามที่พูดเลยสักนิด
ชายหนุ่มมองมาราวกับว่าตัวเองนั้นอยากถูกเธออ้อนแทนซะมากกว่า
ปลายเท้าเล็กทั้งสองข้างค่อยๆ
แยกกว้างออกจากกันกว้าง นัยน์ตากลมโตช้อนขึ้นมองด้วยแววตาสั่นระริกไม่ต่างจากลูกแมวน้อยที่กำลังไม่มั่นใจในการกระทำของตนเอง
นิ้วเรียวเกี่ยวรั้งแหวกชุดกระโปรงนอนที่ปกคลุมทั่วเรียวขาให้เลิกสูงขึ้นจนเห็นอะไรต่อมิอะไรที่แอบซ่อนไว้อย่างง่ายดาย
“ก็มาสิ... เด็กดีของมีน”
คำพูดสวนกับท่าทางเขินอายของเจ้าตัว
เป็นความหวานซ่อนเปรี้ยวที่ทำเอาคนฟังชะงักนิ่ง สหภัฐจ้องมองแฟนสาวของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
ทุกส่วนของกล้ามเนื้อเริ่มแข็งตึงขึ้น
ความถูกใจอย่างถึงที่สุดที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า
ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองสามารถยอมหยุดได้ทุกสิ่ง
ถวายให้ได้ทุกอย่างแบบไม่มีข้อแม้
มีนาทำให้สหภัฐรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งไม่ต่างจากสมัยแรกๆ
ที่เราเจอกัน
ครั้งแรกที่เขาได้เจอกับเธอ
หญิงสาวเหมือนเด็กน้อยที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์ มันใสซื่อมากซะจนสหภัฐไม่อาจทำลายสิ่งเหล่านั้นลงได้ด้วยน้ำมือตัวเอง
มันเป็นเหตุผลที่ทำให้สหภัฐเลือกที่จะถนอมและเก็บร่างกายของมีนาเอาไว้
โดยไม่คิดจะเกินเลยกันไปก่อนวัยอันควร
ทว่าในครั้งนี้...
หญิงสาวคนนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว
มีนากลายเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่
ดูน่ารักและน่าหลงใหลเอามากๆ
หนุ่มเจ้าชู้ตัวพ่ออย่างสหภัฐถูกตกจนโงหัวไม่ขึ้น
มีนาของเขากลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ให้ตายเถอะ!
สหภัฐชอบมันมาก
ชอบสุดๆ ไปเลย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น