วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 1

 


 

 

 

#ทิวาเริงวิมาน

 

 

บทลงทัณฑ์กำลังดำเนินไปตามคำประกาศิตฉันใด

คำสาปแช่งของผู้ทรยศก็กำลังเป็นไปฉันนั้น

 

 

 

 

ชาติหนึ่งเราเคยร่วมหอครองรัก 

ทว่าโทษทัณฑ์กลับพรากสองเราจากกันหลายภพชาติ

หากสิ่งเดียวที่ตัวน้องจักปรารถนา

ขอให้มีสักคราที่เราได้รักกันชั่วนิรันดร์

 

 

sds

เผยแพร่วันที่: ๒๐๒๖-๐๕-๒๑

ลิมปริงน์ © All Right Reserved


 

 

 

 

เรื่องย่อ

ความศักดิ์สิทธิ์ของเทวาลัยองค์พญานาคราชทำให้ผู้คนหลั่งไหลกราบไหว้บูชาไม่ขาดสาย

เช่นเดียวกับคุณยายของ 'บัวบูชา' ที่เฝ้าอธิษฐานขอเพียงสิ่งเดียวในชีวิต

นั่นก็คือการขอให้ 'องค์สมุทรา' ช่วยปกป้องหลานสาวของเธอ และอย่าให้เธอต้องตกตายก่อนวัยอันควร

 

ทุกคำขอของผู้คน องค์สมุทรา ล้วนประทานให้ได้ทั้งสิ้น

ทว่ากับชะตาชีวิตของหญิงสาวผู้เคยมีชาติภพร่วมกัน

และครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นถึง 'องค์ปทุมธารา' พระมเหสีเคียงกายกันมาช้านานกลับมิอาจเปลี่ยนผันได้โดยง่าย

 

เช่นนั้นแล้ว เขาและเธอจักทำเช่นไร เพื่อหลุดพ้นจากโทษทัณฑ์ที่องค์สมุทราเป็นผู้เอ่ยปากลงโทษตระกูลผู้ทรยศด้วยตนเอง

 

ลุ้นเอาใจช่วยพวกเขาได้ในหน้าถัดไปได้เลยค่ะ !

 

 

 

 

 

องค์สมุทรา

(อายุ 100x ปี)

X

บัวบูชา

(นลินลิดา / องค์ปทุมธารา)

(อายุ 25 ปี)

 

 

 

 

 

 

 

 

คำเตือน

ตัวละคร สถานที่ และเนื้อเรื่องเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง

เนื้อหาสำหรับผู้ที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เยาวชนควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำ

 

 

ลิ้งเพลงในธีม 

# ทิวาเริงวิมาน

            (แนะนำให้เปิดเพลย์ลิสต์นี้ฟังขณะอ่านเพื่อเพิ่มอรรถรสค่ะ)

 

 

 



บทที่ ๐๑ เพื่อนรักสายมู




บทที่ ๐๑

‘เพื่อนรักสายมู’

 

 

 

อุทยานแห่งชาติเขตตะวันออกเฉียงเหนือ     

 

“แน่ใจนะว่าทางนี้”

ใบหน้าหวานดูเคร่งเครียด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบว์ กรอบหน้าเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ สองขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินขึ้นภูเขาตามทางเนินหินสูงชัน  ทว่าเดินไกลเท่าไหร่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมายสักที

นลินลิดา สาวน้อยวัย ๒๔ ปี เจ้าของผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ตอนนี้เจ้าตัวเลือกที่จะขมวดขึ้นเป็นทรงโดนัทแทนการปล่อยอิสระอย่างที่ชอบทำในทุกวัน

 

ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายยามได้ทานของอร่อย บัดนี้ฉายแววเหนื่อยล้าและสับสน คิ้วเรียวสวยกระตุกเข้าหากันน้อยๆ ใบหน้าหวานละมุนผิวอมชมพูเริ่มขึ้นสีแดงจัดตามสภาพอากาศที่ร้อนราวกับอยู่ในเตาอบ

ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ ข้างนั้นนิ่งสนิท บ่งบอกว่าวันนี้สายลมธรรมชาติไม่ได้มาทำหน้าที่ของมัน

เธอตัดสินใจถอดเสื้อแจ็คเก็ตสียีนส์ที่สวมอยู่ออกมามัดไว้ที่เอวอย่างลวกๆ เหลือไว้เพียงเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงผ้าขายาวสีชมพูหวานแหววเท่านั้น

อากาศร้อนทำเอานลินลิดาแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว เธอจะเป็นลมอยู่แล้ว แถมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่พึ่งซื้อมาใส่ครั้งแรกก็ดันทรยศกัดส้นเท้ากันซะได้

นี่มันวันอะไรกันเนี่ย

สวรรค์ช่างไม่เป็นใจกับการเดินขึ้นเขาครั้งแรกของเธอเอาเสียเลย

ข้าวของสัมภาระจำเป็นมากมายที่หอบหิ้วสะพายหลังขึ้นมาเริ่มหนักอึ้งจนอยากจะโยนทิ้งไปมันตรงนี้

ถ้าไม่ติดว่าของพวกนี้ราคาเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดือนทั้งเดือน หญิงสาวจะไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งไป

สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะชะงักปลายเท้าและหยุดก้าวเดินต่อ นัยน์ตาคู่สวยหันมองบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ทุกทิศทางดูคล้ายคลึงกันไปหมดจนแทบแยกไม่ออกว่าเมื่อครู่พวกเธอเดินมาจากทางทิศไหนกันแน่

“ไม่ใช่ว่าเราหลงทางกันจริงๆ แล้วหรออ้าย” นลินลิดาเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่หันมามองสบตากันพอดีโดยไม่ได้นัดหมาย

“ป้ายทางขึ้นถ้ำก็ชี้มาทางนี้นี่นา อีฟแกอย่างที่เราเดินมาก็ไม่มีทางแยกเลยสักทาง”

เดือนอ้ายยกมือขึ้นปาดเหงื่อ สาวหมวยตาสระอิออกเดินทางมาด้วยความตื่นเต้นในตอนแรก ตอนนี้เริ่มหน้างอ นึกสนุกไม่ออกแล้ว

พวกเธอเดินเท้ามาเกือบชั่วโมง แถมยังเป็นทางชันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ทางราบแบบสนามฟุตบอลที่เคยไปวิ่งออกกำลังกาย

“ไหนเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าระยะทางไปกลับไม่ถึง ๒ กิโลเลยไงล่ะ นี่ไม่ใช่ว่าเราเดินมาเกินสามกิโลแล้วหรอ”

นลินลิดาตัดสินใจทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินขนาดใหญ่

หญิงสาวเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว

หลังจากที่ตรากตรำทำงานกันมาทั้งปี เธอกับเพื่อนสนิทก็ชวนกันมาเที่ยวต่างจังหวัด เพื่อผ่อนคลายตัวเองและให้กำไรชีวิตแลกกับความเหนื่อยล้าที่อดทนทำงาน

ชีวิตประจำวันในเมืองหลวงนั้นแสนแออัด เมื่อมีโอกาส นลินลิดาจึงไม่ลังเลเลยที่จะหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติมาบำบัดจิตใจ

โปรแกรมปีนภูเขาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจและควรค่าแก่การพาตัวเองมา แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้สิ่งที่คิดเอาไว้มันจะแตกต่างกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง

“เราเดินกลับลงไปข้างล่างกันเถอะหนูบัว”

เดือนอ้ายออกความคิดเห็น

เท่าที่เดินมาไม่มีนักท่องเที่ยวสวนทางกลับมาเลยสักคน ทั้งๆ ที่ทางขึ้นลงเขามีแค่ทางเดียว

คงไม่ใช่ว่าพวกเธอหลงทางกันจริงๆ แบบที่เพื่อนบอกหรอกนะ

“ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”

นลินลิดาแทบร่ำไห้ ใบหน้าหวานงอง้ำ

ชีวิตสาวธนาคารที่วันๆ อยู่แต่ในสำนักงานไม่เคยได้เจอแดด เธอหอบสังขารตัวเองขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายมากๆ แล้ว

“งั้นเราโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับแล้วกัน ขึ้นไปไม่ถึงถ้ำก็ไหว้ตรงนี้เอาก็ได้เนอะ”

แม้จะอยากขึ้นไปให้ถึงที่หมายแค่ไหน แต่เดือนอ้ายเองก็หมดปัญญา เธอเดินไม่ไหวแล้วเช่นเดียวกัน

ที่พวกเธอมุ่งมั่นตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะคำร่ำลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคีบนถ้ำหินเหนือภูเขาลูกนี้

ไม่ว่าใครจะขอเรื่องใด ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ได้สมดั่งปรารถนากันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก

ตำนานเล่าว่านางพญานาคีสาวผู้นั้นไร้โชควาสนาอาภัพรัก เธอถูกจองจำเอาไว้ที่ถ้ำหินลึกใต้บาดาลจนจิตวิญญาณแตกสลายไปในที่สุด

หลายพันปีให้หลัง ใต้น้ำลึกโผล่พ้นขึ้นสู่พื้นผิวโลกมนุษย์ ถ้ำมืดมิดถูกเคลื่อนให้อยู่สูงขึ้นสัมผัสแสงอาทิตย์เสียดฟ้ากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนได้กราบไหว้

เธอมักให้โชคเรื่องความรัก

ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่านางนาคินีนั้นไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บช้ำเพราะความรักเหมือนเช่นตนจึงพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่มาร้องขอด้วยความเมตตา

บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ทางกรมอุทยานแต่งขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว บ้างก็ว่าเป็นนิทานปรัมปรา บ้างก็ว่ามันคือเรื่องจริง

ไม่มีใครพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้ได้ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มาขอพรที่นี่แล้วสุขสมหวัง นั่นเป็นสาเหตุให้สาวโสดทั้งสองปักหมุดที่นี่เอาไว้ทันทีโดยไม่คิดลังเล

“เอาแบบนั้นก็ได้ เธอโทรเลยอ้าย”

เดือนอ้ายพยักหน้ารับ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เพื่อนสนิท มือเล็กกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาเจ้าหน้าที่อุทยานไปด้วย

โชคดีที่ที่นี่ยังพอมีสัญญาณ แม้จะมีๆ หายๆ บ้างเป็นบางช่วงก็ยังดีกว่าติดต่อใครไม่ได้เลย

“กว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นมาคงอีกนานเลย”

นลินลิดาว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

ถึงจะติดต่อให้คนมาช่วยและแชร์โลเคชั่นให้เจ้าหน้าที่ได้ แต่พวกเขาก็ต้องเดินเท้ามาหาพวกเธออยู่ดี

“เราขึ้นไปไม่ถึงข้างบนแบบนี้ จะขอแฟนได้สำเร็จหรือเปล่าอ่ะหนูบัว”

“เธอยังมีแรงคิดเรื่องนี้อีกหรอ ตอนนี้ฉันขอแค่ให้ตัวเองกลับลงไปข้างล่างอย่างปลอดภัยก่อนเถอะ เรื่องเนื้อคู่ค่อยว่ากันทีหลัง”

เหลือจะเชื่อเลย สภาพพวกเราตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปลาตัวน้อยที่ขาดน้ำ อ่อนระโหยโรยแรง แม้แต่ลุกขึ้นยืนร่างกายยังทำแทบไม่ไหว

แล้วเดือนอ้ายยังมีกระจิตกระใจคิดถึงเรื่องขอพรอยู่อีกหรอเนี่ย!!!

“ก็เรามาที่นี่เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรอ เดินมาตั้งไกลฉันก็อยากได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิ”

“เช่นอะไรล่ะ”

“ผู้ชายดีๆ สักคน”

“ในป่าเนี่ยนะ”

“ฉันเห็นในรีวิวบางคนยังบอกว่าบังเอิญเจอกันตอนเดินเท้าขึ้นเขามาไหว้ พอกลับลงไปก็คุยกันต่อจนแต่งงานกันไปเลยก็มี”

สายเสพรีวิวอย่างเดือนอ้ายมีหรือจะพลาด ถึงไม่ได้หนุ่มบนนี้ก็ขอพรให้กลับลงไปได้ในอนาคตข้างหน้าแทนก็ยังดี

“องค์พญานาคินีขา ข้าน้อยนามว่าเดือนอ้าย…”

นลินลิดาถึงกับเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่อยู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางยอดเขา ทั้งยังยกสองมือขึ้นพนมตรงกลางอก

“วันนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจเดินทางมาไหว้ แม้จะหมดแรงก่อนที่จะขึ้นไปถึงก็ขอให้เดือนอ้ายคนนี้สมหวังเรื่องความรัก ขอให้ได้ขอให้โดนกับเขาสักทีเถิด สาธุ”

เดือนอ้ายหลับตาขอพรจริงจังจนนลินลิดาอดหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดูไม่ได้

“ขำอะไร เธอก็รีบขอซะสิ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ขึ้นมาขอไม่ได้แล้วนะ พวกเขาคงรีบหิ้วเรากลับลงไปแน่ๆ”

นลินลิดาส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ล่ะ ฉันไม่มีอะไรจะขอ ก็บอกแล้วไงว่ามาเป็นเพื่อนเธอเฉยๆ แค่อยากสัมผัสธรรมชาติแค่นั้นเอง”

“แต่ไหนๆ ก็ได้มาแล้วไม่ใช่หรอ เธอจะมาเสียเที่ยวได้ยังไง”

นลินลิดายักไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงว่าเธอไม่ได้สันทัดในเรื่องเหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอแทนให้ก็แล้วกัน”

เดือนอ้ายยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง ก่อนจะร่ายยาวประหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้นพญานาคินีในถ้ำหินนั้นจริงๆ

“ขอท่านประทานพรให้หนูบัวของอ้ายมีแต่ความสุข ขอให้เพื่อนสนิทหนูเจอคู่ครองที่ดีและรักกันไปตลอดกาล”

“เกินไปมาก ตลอดกาลเลยนะ”

“อื้อ ก็ต้องตลอดกาลสิ หนูบัวจะได้มีแต่ความสุข ไม่ต้องเสียใจอีก”

นลินลิดายิ้มหวานให้กับความน่ารักของเพื่อนคนนี้

ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนที่พึ่งเจอและสนิทกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะจริงใจและเป็นเพื่อนแท้ของเราได้ขนาดนี้

คิดไม่ผิดเลยที่วันรับน้องเดินไปทักทายอีกฝ่ายก่อน

เดือนอ้ายเป็นเพื่อนที่ดีมากจริงๆ นั่นแหละ

นลินลิดานิ่งคิดกับตัวเองเรื่องชีวิตรักที่ผ่านมาของเธอ หากตำนานนาคินีตนนี้เป็นเรื่องจริง ชีวิตของเธอในชาตินี้ก็คงไม่ต่างกัน อาภัพรักซะยิ่งกว่าอะไรดี

ถ้าการมาเที่ยวขอพรที่ขึ้นไปก็ยังไม่ถึงครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้จริงๆ นลินลิดาก็ขอให้ตัวเองได้เจอกับความรักดีๆ อย่างคนอื่นเขาสักทีเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...