#ทิวาเริงวิมาน
บทลงทัณฑ์กำลังดำเนินไปตามคำประกาศิตฉันใด
คำสาปแช่งของผู้ทรยศก็กำลังเป็นไปฉันนั้น
ชาติหนึ่งเราเคยร่วมหอครองรัก
ทว่าโทษทัณฑ์กลับพรากสองเราจากกันหลายภพชาติ
หากสิ่งเดียวที่ตัวน้องจักปรารถนา
ขอให้มีสักคราที่เราได้รักกันชั่วนิรันดร์

เผยแพร่วันที่: ๒๐๒๖-๐๕-๒๑
ลิมปริงน์ © All Right Reserved
เรื่องย่อ
ความศักดิ์สิทธิ์ของเทวาลัยองค์พญานาคราชทำให้ผู้คนหลั่งไหลกราบไหว้บูชาไม่ขาดสาย
เช่นเดียวกับคุณยายของ 'บัวบูชา' ที่เฝ้าอธิษฐานขอเพียงสิ่งเดียวในชีวิต
นั่นก็คือการขอให้ 'องค์สมุทรา' ช่วยปกป้องหลานสาวของเธอ และอย่าให้เธอต้องตกตายก่อนวัยอันควร
ทุกคำขอของผู้คน องค์สมุทรา ล้วนประทานให้ได้ทั้งสิ้น
ทว่ากับชะตาชีวิตของหญิงสาวผู้เคยมีชาติภพร่วมกัน
และครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นถึง 'องค์ปทุมธารา' พระมเหสีเคียงกายกันมาช้านานกลับมิอาจเปลี่ยนผันได้โดยง่าย
เช่นนั้นแล้ว เขาและเธอจักทำเช่นไร เพื่อหลุดพ้นจากโทษทัณฑ์ที่องค์สมุทราเป็นผู้เอ่ยปากลงโทษตระกูลผู้ทรยศด้วยตนเอง
ลุ้นเอาใจช่วยพวกเขาได้ในหน้าถัดไปได้เลยค่ะ !
องค์สมุทรา
(อายุ 100x ปี)
X
บัวบูชา
(นลินลิดา / องค์ปทุมธารา)
(อายุ 25 ปี)
คำเตือน
ตัวละคร สถานที่ และเนื้อเรื่องเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง
เนื้อหาสำหรับผู้ที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป เยาวชนควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำ
ลิ้งเพลงในธีม
(แนะนำให้เปิดเพลย์ลิสต์นี้ฟังขณะอ่านเพื่อเพิ่มอรรถรสค่ะ)
บทที่ ๐๑ เพื่อนรักสายมู
บทที่ ๐๑
‘เพื่อนรักสายมู’
อุทยานแห่งชาติเขตตะวันออกเฉียงเหนือ
“แน่ใจนะว่าทางนี้”
ใบหน้าหวานดูเคร่งเครียด
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบว์ กรอบหน้าเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ
สองขาเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาเดินขึ้นภูเขาตามทางเนินหินสูงชัน ทว่าเดินไกลเท่าไหร่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะถึงจุดหมายสักที
นลินลิดา สาวน้อยวัย ๒๔ ปี
เจ้าของผมยาวสลวยสีดำสนิทที่ตอนนี้เจ้าตัวเลือกที่จะขมวดขึ้นเป็นทรงโดนัทแทนการปล่อยอิสระอย่างที่ชอบทำในทุกวัน
ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายยามได้ทานของอร่อย
บัดนี้ฉายแววเหนื่อยล้าและสับสน คิ้วเรียวสวยกระตุกเข้าหากันน้อยๆ
ใบหน้าหวานละมุนผิวอมชมพูเริ่มขึ้นสีแดงจัดตามสภาพอากาศที่ร้อนราวกับอยู่ในเตาอบ
ต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ
ข้างนั้นนิ่งสนิท บ่งบอกว่าวันนี้สายลมธรรมชาติไม่ได้มาทำหน้าที่ของมัน
เธอตัดสินใจถอดเสื้อแจ็คเก็ตสียีนส์ที่สวมอยู่ออกมามัดไว้ที่เอวอย่างลวกๆ
เหลือไว้เพียงเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงผ้าขายาวสีชมพูหวานแหววเท่านั้น
อากาศร้อนทำเอานลินลิดาแทบประคองสติเอาไว้ไม่ไหว
เธอจะเป็นลมอยู่แล้ว
แถมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่พึ่งซื้อมาใส่ครั้งแรกก็ดันทรยศกัดส้นเท้ากันซะได้
นี่มันวันอะไรกันเนี่ย
สวรรค์ช่างไม่เป็นใจกับการเดินขึ้นเขาครั้งแรกของเธอเอาเสียเลย
ข้าวของสัมภาระจำเป็นมากมายที่หอบหิ้วสะพายหลังขึ้นมาเริ่มหนักอึ้งจนอยากจะโยนทิ้งไปมันตรงนี้
ถ้าไม่ติดว่าของพวกนี้ราคาเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดือนทั้งเดือน
หญิงสาวจะไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งไป
สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะชะงักปลายเท้าและหยุดก้าวเดินต่อ
นัยน์ตาคู่สวยหันมองบรรยากาศรอบตัวที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่
ทุกทิศทางดูคล้ายคลึงกันไปหมดจนแทบแยกไม่ออกว่าเมื่อครู่พวกเธอเดินมาจากทางทิศไหนกันแน่
“ไม่ใช่ว่าเราหลงทางกันจริงๆ
แล้วหรออ้าย” นลินลิดาเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่หันมามองสบตากันพอดีโดยไม่ได้นัดหมาย
“ป้ายทางขึ้นถ้ำก็ชี้มาทางนี้นี่นา
อีฟแกอย่างที่เราเดินมาก็ไม่มีทางแยกเลยสักทาง”
เดือนอ้ายยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
สาวหมวยตาสระอิออกเดินทางมาด้วยความตื่นเต้นในตอนแรก ตอนนี้เริ่มหน้างอ
นึกสนุกไม่ออกแล้ว
พวกเธอเดินเท้ามาเกือบชั่วโมง
แถมยังเป็นทางชันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่ทางราบแบบสนามฟุตบอลที่เคยไปวิ่งออกกำลังกาย
“ไหนเจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าระยะทางไปกลับไม่ถึง ๒
กิโลเลยไงล่ะ นี่ไม่ใช่ว่าเราเดินมาเกินสามกิโลแล้วหรอ”
นลินลิดาตัดสินใจทรุดตัวนั่งลงบนโขดหินขนาดใหญ่
หญิงสาวเดินต่อไปไม่ไหวแล้ว
หลังจากที่ตรากตรำทำงานกันมาทั้งปี
เธอกับเพื่อนสนิทก็ชวนกันมาเที่ยวต่างจังหวัด
เพื่อผ่อนคลายตัวเองและให้กำไรชีวิตแลกกับความเหนื่อยล้าที่อดทนทำงาน
ชีวิตประจำวันในเมืองหลวงนั้นแสนแออัด
เมื่อมีโอกาส นลินลิดาจึงไม่ลังเลเลยที่จะหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติมาบำบัดจิตใจ
โปรแกรมปีนภูเขาไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจและควรค่าแก่การพาตัวเองมา
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้สิ่งที่คิดเอาไว้มันจะแตกต่างกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง
“เราเดินกลับลงไปข้างล่างกันเถอะหนูบัว”
เดือนอ้ายออกความคิดเห็น
เท่าที่เดินมาไม่มีนักท่องเที่ยวสวนทางกลับมาเลยสักคน
ทั้งๆ ที่ทางขึ้นลงเขามีแค่ทางเดียว
คงไม่ใช่ว่าพวกเธอหลงทางกันจริงๆ
แบบที่เพื่อนบอกหรอกนะ
“ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”
นลินลิดาแทบร่ำไห้ ใบหน้าหวานงอง้ำ
ชีวิตสาวธนาคารที่วันๆ
อยู่แต่ในสำนักงานไม่เคยได้เจอแดด
เธอหอบสังขารตัวเองขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายมากๆ แล้ว
“งั้นเราโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับแล้วกัน
ขึ้นไปไม่ถึงถ้ำก็ไหว้ตรงนี้เอาก็ได้เนอะ”
แม้จะอยากขึ้นไปให้ถึงที่หมายแค่ไหน
แต่เดือนอ้ายเองก็หมดปัญญา เธอเดินไม่ไหวแล้วเช่นเดียวกัน
ที่พวกเธอมุ่งมั่นตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะคำร่ำลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคีบนถ้ำหินเหนือภูเขาลูกนี้
ไม่ว่าใครจะขอเรื่องใด
ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่ได้สมดั่งปรารถนากันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ตำนานเล่าว่านางพญานาคีสาวผู้นั้นไร้โชควาสนาอาภัพรัก
เธอถูกจองจำเอาไว้ที่ถ้ำหินลึกใต้บาดาลจนจิตวิญญาณแตกสลายไปในที่สุด
หลายพันปีให้หลัง
ใต้น้ำลึกโผล่พ้นขึ้นสู่พื้นผิวโลกมนุษย์
ถ้ำมืดมิดถูกเคลื่อนให้อยู่สูงขึ้นสัมผัสแสงอาทิตย์เสียดฟ้ากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนได้กราบไหว้
เธอมักให้โชคเรื่องความรัก
ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อกันว่านางนาคินีนั้นไม่อยากเห็นใครต้องเจ็บช้ำเพราะความรักเหมือนเช่นตนจึงพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ที่มาร้องขอด้วยความเมตตา
บ้างก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ทางกรมอุทยานแต่งขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
บ้างก็ว่าเป็นนิทานปรัมปรา บ้างก็ว่ามันคือเรื่องจริง
ไม่มีใครพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้ได้
แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่มาขอพรที่นี่แล้วสุขสมหวัง
นั่นเป็นสาเหตุให้สาวโสดทั้งสองปักหมุดที่นี่เอาไว้ทันทีโดยไม่คิดลังเล
“เอาแบบนั้นก็ได้ เธอโทรเลยอ้าย”
เดือนอ้ายพยักหน้ารับ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆ
เพื่อนสนิท มือเล็กกดโทรศัพท์ส่งข้อความหาเจ้าหน้าที่อุทยานไปด้วย
โชคดีที่ที่นี่ยังพอมีสัญญาณ แม้จะมีๆ หายๆ
บ้างเป็นบางช่วงก็ยังดีกว่าติดต่อใครไม่ได้เลย
“กว่าเจ้าหน้าที่จะขึ้นมาคงอีกนานเลย”
นลินลิดาว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
ถึงจะติดต่อให้คนมาช่วยและแชร์โลเคชั่นให้เจ้าหน้าที่ได้
แต่พวกเขาก็ต้องเดินเท้ามาหาพวกเธออยู่ดี
“เราขึ้นไปไม่ถึงข้างบนแบบนี้
จะขอแฟนได้สำเร็จหรือเปล่าอ่ะหนูบัว”
“เธอยังมีแรงคิดเรื่องนี้อีกหรอ
ตอนนี้ฉันขอแค่ให้ตัวเองกลับลงไปข้างล่างอย่างปลอดภัยก่อนเถอะ
เรื่องเนื้อคู่ค่อยว่ากันทีหลัง”
เหลือจะเชื่อเลย
สภาพพวกเราตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับปลาตัวน้อยที่ขาดน้ำ อ่อนระโหยโรยแรง
แม้แต่ลุกขึ้นยืนร่างกายยังทำแทบไม่ไหว
แล้วเดือนอ้ายยังมีกระจิตกระใจคิดถึงเรื่องขอพรอยู่อีกหรอเนี่ย!!!
“ก็เรามาที่นี่เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรอ
เดินมาตั้งไกลฉันก็อยากได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสิ”
“เช่นอะไรล่ะ”
“ผู้ชายดีๆ สักคน”
“ในป่าเนี่ยนะ”
“ฉันเห็นในรีวิวบางคนยังบอกว่าบังเอิญเจอกันตอนเดินเท้าขึ้นเขามาไหว้
พอกลับลงไปก็คุยกันต่อจนแต่งงานกันไปเลยก็มี”
สายเสพรีวิวอย่างเดือนอ้ายมีหรือจะพลาด
ถึงไม่ได้หนุ่มบนนี้ก็ขอพรให้กลับลงไปได้ในอนาคตข้างหน้าแทนก็ยังดี
“องค์พญานาคินีขา ข้าน้อยนามว่าเดือนอ้าย…”
นลินลิดาถึงกับเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่อยู่ๆ
ก็เงยหน้าขึ้นมองไปทางยอดเขา ทั้งยังยกสองมือขึ้นพนมตรงกลางอก
“วันนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจเดินทางมาไหว้
แม้จะหมดแรงก่อนที่จะขึ้นไปถึงก็ขอให้เดือนอ้ายคนนี้สมหวังเรื่องความรัก
ขอให้ได้ขอให้โดนกับเขาสักทีเถิด สาธุ”
เดือนอ้ายหลับตาขอพรจริงจังจนนลินลิดาอดหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกเอ็นดูไม่ได้
“ขำอะไร เธอก็รีบขอซะสิ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ขึ้นมาขอไม่ได้แล้วนะ
พวกเขาคงรีบหิ้วเรากลับลงไปแน่ๆ”
นลินลิดาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ล่ะ ฉันไม่มีอะไรจะขอ
ก็บอกแล้วไงว่ามาเป็นเพื่อนเธอเฉยๆ แค่อยากสัมผัสธรรมชาติแค่นั้นเอง”
“แต่ไหนๆ ก็ได้มาแล้วไม่ใช่หรอ
เธอจะมาเสียเที่ยวได้ยังไง”
นลินลิดายักไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงว่าเธอไม่ได้สันทัดในเรื่องเหนือธรรมชาติสักเท่าไหร่
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอแทนให้ก็แล้วกัน”
เดือนอ้ายยกมือขึ้นไหว้อีกครั้ง
ก่อนจะร่ายยาวประหนึ่งกำลังยืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้นพญานาคินีในถ้ำหินนั้นจริงๆ
“ขอท่านประทานพรให้หนูบัวของอ้ายมีแต่ความสุข
ขอให้เพื่อนสนิทหนูเจอคู่ครองที่ดีและรักกันไปตลอดกาล”
“เกินไปมาก ตลอดกาลเลยนะ”
“อื้อ ก็ต้องตลอดกาลสิ หนูบัวจะได้มีแต่ความสุข
ไม่ต้องเสียใจอีก”
นลินลิดายิ้มหวานให้กับความน่ารักของเพื่อนคนนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนที่พึ่งเจอและสนิทกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะจริงใจและเป็นเพื่อนแท้ของเราได้ขนาดนี้
คิดไม่ผิดเลยที่วันรับน้องเดินไปทักทายอีกฝ่ายก่อน
เดือนอ้ายเป็นเพื่อนที่ดีมากจริงๆ
นั่นแหละ
นลินลิดานิ่งคิดกับตัวเองเรื่องชีวิตรักที่ผ่านมาของเธอ
หากตำนานนาคินีตนนี้เป็นเรื่องจริง ชีวิตของเธอในชาตินี้ก็คงไม่ต่างกัน
อาภัพรักซะยิ่งกว่าอะไรดี
ถ้าการมาเที่ยวขอพรที่ขึ้นไปก็ยังไม่ถึงครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้จริงๆ
นลินลิดาก็ขอให้ตัวเองได้เจอกับความรักดีๆ อย่างคนอื่นเขาสักทีเช่นกัน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น