วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Meen to be yours คุณหนูมีนจะร้าย ตอนที่ 1

 




: ตกลงจะเป็นมั้ยแฟน : อือ! เป็น





 

ชื่อเรื่อง:                         Meen to be yours

คุณหนูมีนจะร้าย

ผู้แต่ง:                            ยัสเต

ปกและภาพประกอบ:       ยัสเต

พิสูจน์อักษร:                   Immakingtruth

จำนวน:                         306 หน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลิขสิทธิ์ © 2026 ยัสเต

Released on: 2026-04-14

 

 

 

 

talk with ยัสเต

 

สำหรับนิยายเรื่องนี้ เราแอบซุ่มแต่งมาประมาณ 2-3 ปีได้แล้วค่ะ เป็นนิยายชายหญิงเรื่องแรกของยัสเตที่ทำรูปเล่มเสร็จเลยก็ว่าได้ ในที่สุดดด พวกเขาก็ได้ออกมาให้เพื่อนๆได้ยลโฉมกันแล้ว! (เย้) แอบกระซิบว่าปกทุกเรื่องของยัสเต เราตั้งใจวาดเองทั้งหมดเลย อาจจะไม่สวยเพอร์เฟคเท่าปกของใคร แต่เราอุทิศทั้งใจเพื่อพวกเขาทุกๆเล่มเลยค่ะ <3

โดยเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวความรักของพี่คราม หนุ่มธงแดงคาสโนว่าตัวพ่อ และหนูมีน สาวน้อยที่หวังจะพิชิตใจเสือร้ายให้อยู่หมัด แต่ให้ตายเถอะ! เธอจะทำสำเร็จไหมนะ มาลุ้นเอาใจช่วยกันในหน้าถัดไปได้เลยค่า

ขอบคุณเพื่อนๆนักอ่านทุกคนที่คอยซัพพอร์ตและติดตามผลงานเรามาตลอดนะคะ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ

 

แล้วก็...

สุขสันต์วันสงกรานต์

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ

 

 

 

- ยัสเต -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำเตือน

ตัวละคร สถานที่ และเนื้อเรื่องเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ

 

 

 

 

 

 

 

                                    

 

 

 

 

 

 

 

 

0 1

เจ้าบ่าวในฝัน

 

 

 

 

 

 

 

“แอบเอามือถือพี่มาเล่นเกมอีกแล้วหรอ”

ร่างสูงของเจ้าของห้องเดินงัวเงียออกมาจากทางโซนเคาน์เตอร์ครัวขนาดเล็กที่ถูกเพิ่มเข้ามาในลิสต์การตกแต่งคอนโดที่เขาพึ่งตัดสินใจซื้อใหม่มาหมาดๆ ด้วยเหตุผลสั้นๆ เพียงเพราะที่นี่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของ ‘ใครบางคน’ ที่ชอบมาขลุกตัวอยู่ด้วยกันแทบทุกวันที่มีเวลาว่าง

นัยน์ตาคมปรายตามองเด็กสาวที่บังเอิญรู้จักกันโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อหลายปีก่อน จนตอนนี้อีกฝ่ายเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง

สหภัฐทรุดตัวนั่งลงข้างๆ มีนาที่กำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือของเขาด้วยความเมามันส์อย่างไม่คิดจะเกรงใจกันเลยสักนิด

“เธออย่าขี้หวงไปหน่อยเลยน่า” หญิงสาวบ่นพึมพำ

ก็นะ...

ยัยนี่ก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ให้มาคิดจะดุตอนนี้ก็คงไม่ทัน

นอกจากมีนาจะไม่คิดเกรงกลัวสายตาดุๆ ที่มองมาแล้ว เธอยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นต่ออย่างไม่คิดจะสนใจกันอีกต่างหาก

ใบหน้าหวานฉายแววดื้อรั้นเหมือนกับบ่อยครั้งที่อยู่ด้วยกัน พาให้สหภัฐเผลอลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับตัวนอนลงหนุนตักเล็กด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ง่วงนอนว่ะ”

วันนี้สหภัฐรู้สึกอ่อนเพลียเกินกว่าจะมีแรงสู้รบปรบมือกับยัยสาวน้อยซ่อนเขี้ยว

ทั้งการเรียนที่มหาวิทยาลัยและงานหลักของบริษัทของบิดาพรากเรี่ยวแรงที่มีไปแทบหมด

หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย สหภัฐก็เข้าศึกษาในคณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งด้วยคะแนนสอบสูงลิ่วอย่างเป็นที่น่าพอใจของผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว

ชายหนุ่มเข้าไปช่วยงานที่บริษัทของผู้เป็นพ่อตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 จนตอนนี้ผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้ว เขาค่อนข้างมีบทบาทในการตัดสินใจและบริหารงานของบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีอายุน้อยและยังเรียนไม่จบ

สหภัฐรู้ดีว่าเขาถูกครอบครัวคาดหวังมากแค่ไหน และชายหนุ่มก็ไม่อยากให้ใครต้องมารู้สึกผิดหวังเพราะตัวเขาเอง

ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ หรือแม้แต่ผู้หญิงที่เริ่มขยับตัวขยุกขยิกด้วยท่าทางไม่สบายตัวที่มีศีรษะหนักๆ ของเขานอนทับอยู่ก็ตาม

“ขอพี่หนุนตักหน่อยมีน”

เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้น ยามขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เมื่ออีกคนทำท่าทางเหมือนไม่เต็มใจให้เขายืมตักมาหนุนนอนเลยสักนิด

นัยน์ตาคมตวัดเงยขึ้นมองใบหน้าหวานด้วยแววตาดุดันมากขึ้นกว่าเดิม

มีนาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาเหลือบมองคนที่มองกันอยู่ก่อนแล้วเล็กน้อย ก่อนจะยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี

ท่าทางที่ทำให้สหภัฐเลือกที่จะหลับตาลงอีกครั้ง

ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววอ่อนล้ามากซะจนคนมองก็สัมผัสได้

มือเล็กวางโทรศัพท์ที่ยังคงเข้าเกมคาเอาไว้ลงข้างกาย

นัยน์ตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตา

ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำงานหนักแค่ไหน

ริมฝีปากเล็กหลุดอมยิ้มออกมาบางๆ ปลายนิ้วเรียวเล็กค่อยๆ ขยับไปจิ้มๆ แก้มสากของผู้ชายที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นจนถึงขั้นลงทุนตามตื้อมาตลอดหลายปีที่รู้จักกันอย่างนึกเอ็นดู

“อืม... อย่า”

เสียงเข้มเอ่ยพึมพำอย่างนึกรำคาญ

นี่ไม่ใช่เวลาที่มีนาจะมาแกล้งกันเลยสักนิด

ความง่วงงุนทำให้สหภัฐไม่อาจทนรับการก่อกวนจากคนตัวเล็กได้ไปมากกว่านี้

และเมื่อถูกขัดใจ... เด็กดื้อที่ถูกตามใจจนเคยตัวก็เริ่มแผลงฤทธิ์

“ไม่ให้นอนแล้ว เธอลุกไปเลย”

“อะไรวะมีน”

สหภัฐขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนน่าฟังกว่าเดิม

“เป็นอะไรหืม”

มือหนาขยับไปกอดเอวเล็กเอาไว้ ก่อนจะซุกใบหน้าลงบนตักนุ่มนิ่ม

“เชอะ!”

ใบหน้าหวานงอง้ำลงเล็กน้อย ยามสะบัดมือออก อีกทั้งยังออกแรงดันศีรษะหนาออกเบาๆ พลางขยับตัวหนีด้วยท่าทีงอนๆ ให้สหภัฐหลุดหัวเราะในลำคอ

“เชอะอะไร” ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นมานั่งข้างๆ กัน

“ประจำเดือนมาหรอ ถึงได้ขี้หงุดหงิดนัก”

สาเหตุหลักที่จะทำให้ผู้หญิงฟาดงวงฟาดงาอย่างไม่มีเหตุผลได้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่เรื่อง

ถ้าไม่ใช่เพราะดูซีรีย์แล้วตอนจบไม่ได้ดั่งใจ ก็มีแค่ช่วงเป็นประจำเดือนเท่านั้นแหละ

ในหนึ่งเดือน สหภัฐต้องรับมือกับอารมณ์แปรปรวนของผู้หญิงคนนี้ไปแล้วกี่วัน

“เปล่า เราท้องลูกเธออยู่นะ ประจำเดือนจะมาได้ยังไงกันเล่า”

สาวน้อยตอบกลับเสียงใส ยามยกยิ้มหวาน

“ตลกละ”

สหภัฐส่ายหน้าไปมาด้วยสีหน้าเอือมๆ

“ถ้าพี่ทำเธอท้อง บอกว่าหมาออกลูกเป็นไก่ยังน่าเชื่อกว่า”

นอกจากได้จับมือถือแขนและใกล้ชิดกันบ้างในบางโอกาส ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่รู้จักกันมา สหภัฐไม่เคยล่วงเกินมีนาไปมากเกินกว่านั้นเลย

เขาไม่ใช่ปลากัดนะที่จะได้มองตากันแล้วเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาได้

ถ้าแค่นอนหนุนตักกันแล้วท้องได้ แม่ไก่ในฟาร์มก็คงออกลูกเป็นตัวแทนที่จะเป็นไข่แล้วล่ะ

“พูดแบบนี้ลูกเสียใจนะพี่คราม”

มีนาแกล้งยกมือลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเอง

นัยน์ตาคู่สวยช้อนตามองเจ้าของห้อง ให้สหภัฐเอื้อมไปดันศีรษะมนอย่างนึกหมันไส้กับท่าทางและกิริยาที่ดูจะเกินวัยไปสักหน่อยของสาวน้อยที่พึ่งจะอายุเพียง 20 ต้นๆ

เด็กอะไรมันช่างแก่แดดนัก

“พี่ไม่ตลกนะมีน”

อีกฝ่ายชอบพูดแกล้งกันอยู่เรื่อย มันน่าจับตีซะให้เข็ด

มีนาหัวเราะขำเมื่อได้เห็นใบหน้าบูดบึ้งที่ดูจะผ่อนคลายลงกว่าเดิมไปหลายโข

อย่างน้อยเธอก็พอจะช่วยทำให้สหภัฐหายเครียดได้ไม่มากก็น้อย ถึงเธอจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของอีกฝ่ายไม่ได้เลยก็เถอะ

“แล้วนี่เป็นอะไรคะ หน้าง่วงตั้งแต่เช้าเลยนะ เมื่อคืนกลับดึกอีกแล้วล่ะสิ”

“อือ ไอ้ไมล์มันให้อยู่เป็นเพื่อนน่ะ” สหภัฐอ้าปากหาว ก่อนจะว่าต่อ

“กว่าจะได้นอนเกือบตีสี่”

ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนหนุนตักมีนาอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงตามเดิม

“โครตง่วงเลย”

“อย่าให้เจอตัวพี่ไมล์นะ จะจับตีให้เข็ด ชอบพาที่รักของมีนไปเที่ยวดึกๆ ดื่นๆ ดีนัก”

“ของใครนะ” สหภัฐแอบลืมตาขึ้นมอง

“ของเรา” มีนายกยิ้ม

“ตัวแค่นี้หัดแรดเป็นกับเขาแล้ว อย่าให้เห็นว่าไปพูดแบบนี้กับใครอื่นนะมีน”

“ไม่พูดหรอก เดี๋ยวพี่ครามหึงแย่”

ร่างเล็กเย้าแหย่ให้คนตัวโตกว่าส่ายหัวไปมาเบาๆ

“หึ”

เด็กนี่มันจริงๆ เลย

ติ๊งๆ!

มีนาคว้ามือถือสหภัฐมาดูก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อเห็นบรรดาสาวๆ เข้ามากดไลค์รูป ทั้งยังเขียนคอมเมนต์จีบกันตั้งมากมายราวกับอีกฝ่ายเป็นบุคคลสาธารณะ

ก็แค่เป็นเดือนคณะเองเถอะ ไม่ใช่ดาราสักหน่อย

เห็นแล้วมันน่าหงุดหงิดใจชะมัดเลย

สหภัฐขยับเอื้อมมือคว้ามือถือตัวเองจากมือหญิงสาวมาถือไว้ ก่อนจะกดปิดเสียง แล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงทันที

“เสน่ห์เเรงจังนะ”

มีนาลอบเบะปากอย่างนึกหมันไส้

คอยดูเลย

ถ้าเธอได้เลื่อนขั้นไปเป็นแฟนของพี่ครามเมื่อไหร่ จะตามไล่บล็อกรายคนให้เข็ด

“ทำเหมือนตัวเองไม่มี”

สหภัฐว่าเสียงนิ่ง ให้มีนายื่นมือถือตัวเองส่งให้คราม

“บริสุทธิ์ใจค่ะ จะเช็คก็ได้”

เพราะต่อให้ค้นทั้งเครื่องก็หาไม่เจอหรอก

มีนาซะอย่าง ไม่เคยพลาดอยู่แล้ว

“ไม่ค่ะ ไม่ชอบละลาบละล้วงของส่วนตัวคนอื่น” สหภัฐตอบกลับ

“คนอื่น?”

มีนาทวนคำ คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดที่ค่อนข้างไม่เข้าหูสักเท่าไหร่ 

“คนที่ไม่ใช่ตัวเอง พี่ก็เรียกคนอื่นทั้งนั้น”

“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ”

ริมฝีปากอวบอิ่มยู่เข้าหากัน สหภัฐก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไปได้ตลอดนั่นแหละ

ผู้ชายอะไรชอบพูดจาทำร้ายจิตใจกันอยู่เรื่อยเลย

“ชอบหาเรื่องทะเลาะว่ะมีน พี่ขี้เกียจจะคุยด้วยแล้วนะ”

สหภัฐถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะขยับลุกขึ้นเดินไปทางตู้เย็นขนาดกลางที่ตั้งอยู่ทางโซนห้องครัวแทน

เมื่อประตูตู้เย็นถูกเปิดออก ชายหนุ่มก็ถึงกับสบถในลำคอ

“น้ำเกลี้ยงตู้ ทำไมไม่รู้จักแช่”

สหภัฐหลุดถอนหายใจออกมาเบาๆ

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ต้องให้บ่นทุกที

ผู้หญิงอะไรไม่มีความเป็นแม่ศรีเรือนเอาซะเลย

“ก็แล้วทำไมพี่ไม่แช่ล่ะ ห้องก็ห้องตัวเองแท้ๆ”

มีนาเถียงกลับ มือเล็กเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมากดเล่นต่อ

สหภัฐหยิบแผงน้ำแข็งในตู้เย็นออกมาเทใส่แก้ว ก่อนจะรินน้ำดื่ม

นัยน์ตาคมคายปรายตามองหญิงสาวคนสนิทที่เอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือตามลำพัง

“คุยกับใคร”

ชายหนุ่มหรี่ตามองด้วยความสงสัย

“แมวเพื่อน”

“แมวบ้านเธอคุยได้หรอมีน”

“ก็นี่ไง... แมว”

มีนาชูหน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังวิดิโอคอลกับเพื่อนสนิทอยู่ให้อีกฝ่ายดูด้วยท่าทางปกติอย่างไม่คิดจะปิดบังหรือมีความลับอะไร

สหภัฐนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นชายหนุ่มวัยประมาณใกล้เคียงกันกับเขาแทนที่จะเป็นแมวน้อยหน้าขนอย่างที่อีกคนว่าเอาไว้

มือหนากำหมัดแน่น ชายหนุ่มขบกรามข่มอารมณ์ร้อนๆ เอาไว้ภายในใจ

“กิ๊กใหม่เธอหรอ

“อืม น่ารักป่ะ”

มีนาตอบตาแป๋ว

“จะกลับบ้านก็ล็อคประตูให้ด้วยแล้วกัน คืนนี้คงไม่กลับมานอนห้องอีก”

สหภัฐว่าเสียงนิ่ง ก่อนจะคว้ากระเป๋ากับกุญแจรถเดินออกจากห้องไปทันที

การกระทำที่ทำให้มีนาขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

อะไรของพี่เขานะ

อาการแบบนี้อย่าบอกนะว่าหึงเธอกับแมวตัวน้อยๆ นั่นจริงๆ

(เมื่อกี้พี่ครามหรอยัยมีน หล่อมาก!)

เสียงของลิลล์ เพื่อนสาวคนสนิทดังออกมาจากโทรศัพท์เรียกให้มีนาหันกลับไปให้ความสนใจกับปลายสายอีกครั้ง

แมวส้มตัวอ้วนกลมนอนกลิ้งเล่นอยู่บนตักของลิลล์ไปมาด้วยท่าทางออดอ้อน

เนี่ย! น้องน่ารักจะแย่

น่าแปลกที่สหภัฐกลับไม่ได้เอ็นดูเจ้าเหมียวนี่เลยสักนิด

“เก็บนอไปเลยค่ะ คนนี้ของเรา เธอห้ามยุ่ง”

(โอ้ย... อิจฉาอ่ะ)

พี่ครามแห่งนิเทศเชียวนะ

ธรรมดาที่ไหนกันเล่าคนนี้

“เตรียมตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลย เรียนจบเมื่อไหร่แจกการ์ดแน่”

มีนาแกล้งพูดไปขำๆ

เธอตามตื้อตามจีบสหภัฐมานานหลายปีมากแล้ว

แม้ความสัมพันธ์เราจะค่อยๆ ดีขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ขยับใกล้ชิดกันมากขึ้นอยู่บ่อยๆ แต่ระหว่างเราก็ยังคงเป็นเพียงรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่สนิทกันเท่านั้น

แค่อีกฝ่ายยอมให้เธอเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดมากๆแล้ว เรื่องขยับสถานะให้หวานแหววมากกว่าเดิมคงเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาซะอีก

(ไวไฟมากจ้า เขาขอแกแล้วหรอ)

“ถึงไม่ขอก็จะแต่ง ไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปหรอก”

มีนายักไหล่เล็กน้อย

เธอตามจีบของเธอมาตั้งนาน ใครจะยอมปล่อยหลุดมือไปให้คนอื่นง่ายๆ ล่ะ

ตำแหน่งเจ้าสาวของสหภัฐต้องเป็นเธอแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น!

คอยดูได้เลย

(แต่อย่างว่าอ่ะ หล่อล่ำน่ากัดแบบนั้นเป็นฉันนะจะกกเช้ากลางวันเย็นเลย)

ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคลิ้มชวนฝัน ให้มีนายู่ปากอย่างนึกเซ็ง

“ถ้าได้กัดง่ายๆ ก็ดีน่ะสิ ผู้ชายอะไรหวงตัวเป็นบ้า”

นึกมาถึงตรงนี้ทีไร มีนาก็เซ็งทุกที

ปกติคนโบราณเขามีแต่สอนให้ลูกผู้หญิงรักนวลสงวนตัว แต่พอได้มารู้จักอีกฝ่ายจริงๆ กลับกลายเป็นสหภัฐเองที่หวงเนื้อหวงตัวยิ่งกว่าใคร

แค่ได้นอนหนุนตัก จับมือถือแขนเล็กน้อยก็ถือว่าเขายอมให้เธอมากๆ แล้ว

เมื่อก่อนแค่เดินจูงมือกันยังต้องแทบยกมือไหว้ขออนุญาตก่อนเลย

แล้วผู้ชายเจ้าเล่ห์เพลย์บอยแบบสหภัฐน่ะหรือจะหวงตัวเป็น กับผู้หญิงคนอื่นก็เห็นยอมให้สัมผัสได้ง่ายๆ

มันน่าน้อยเนื้อต่ำใจนัก

(อย่าบอกนะว่าแกกับเขายังไม่เคย... กันอีกอ่ะ)

“อื้ม” มีนายกยิ้มแหย ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

(แล้วนี่พี่เขาไปไหนแล้วล่ะ)

“ออกไปข้างนอกแล้วล่ะ ยังบอกอีกนะว่าคืนนี้จะไม่กลับมานอนที่นี่ด้วย ถ้าเราจะกลับบ้านก็ให้ล็อคห้องดีๆ”

ใบหน้าหวานฉายแววหงอยลงเล็กน้อย

คืนนี้ตั้งใจมานอนด้วยกันหลังจากที่ผ่านศึกหนักของสัปดาห์แห่งการสอบกลางภาคมาอย่างเหน็ดเหนื่อยแท้ๆ

“ไม่รู้ว่าไม่พอใจเรื่องแมวหรืออะไร แต่ดูอารมณ์ไม่จอยสุดๆ ไปเลยล่ะ”

(เขาแอบน้อยใจรึเปล่า ที่แกสนใจแมวมากกว่าเขา)

ประโยคที่ทำให้มีนาส่ายหน้าไปมาทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำสอง

อย่างพี่ครามเนี่ยนะจะมาน้อยใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้

“ไม่มีทางหรอก”

(เออมีน วันเสาร์นี้ว่างรึเปล่าจะชวนมางานเลี้ยงต้อนรับพี่ชายคนโต)

“พี่เรย์กลับมาจากต่างประเทศแล้วหรอ” มีนาเลิกคิ้วอย่างนึกแปลกใจ

เรย์ตัน พี่ชายแท้ๆ ของลิลล์ที่ตัดสินใจไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศตามลำพัง นานๆ ทีอีกฝ่ายจะกลับมาบ้านสักครั้ง

(ใช่สิ เมื่อกี้พี่เขายังโผล่หน้ามาทักทายในกล้องอยู่เลย ตอนนี้ออกไปข้างนอกกับคุณแม่แล้วล่ะ อ่า... หรือว่าจะเป็นตอนเดียวกับที่แกแพลนกล้องไปหาพี่ครามพอดีนะ) ลิลล์ทำหน้าคิด

หรือว่าจริงๆ แล้ว สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นสาเหตุให้ผู้ชายของเพื่อนอารมณ์ไม่ดี ไม่ใช่เพราะแมวอย่างที่เข้าใจ

“ต้องใช่แน่เลย” มีนาคิดตาม

(ฉันว่าบางทีพี่ครามของแกอาจจะไม่ได้ไม่พอใจแมวก็ได้นะมีน)

ลิลล์ตวัดตามองเพื่อนสนิทด้วยแววตามีเลศนัย

(แต่เขาอาจจะกำลัง... หึงแก กับพี่ชายฉันแทน)

มีนาเม้มปากสบตาเพื่อนอย่างใช้ความคิด

หึงงั้นหรอ

สหภัฐกับคำว่าหึงหวงเธอ มันเป็นอะไรที่เข้ากันไม่ได้สักนิดเลย

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เราจะเลี้ยงไอศกรีมพี่เรย์สามวันสามคืนเลย”

ใช่ว่าสหภัฐจะมีอาการแบบนี้บ่อยๆ ซะที่ไหน

ก่อนจะหึงได้ก็แปลว่าต้องมีความรู้สึกต่อกันมากเกินกว่าคำว่าเพื่อนหรือพี่น้องมาแล้วรึเปล่า

ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเธอกำลังใกล้เข้าสู่ความสำเร็จแล้วสินะ

อยากจะกรี๊ดให้ดังๆ ไปเลย

 

 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...