บทที่ ๒๖
‘เคียงใจนิจนิรันดร์’
องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย
ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุบันที่บัวบูชาเป็นคนไปเลือกซื้อมาให้
ข้างกายมีบัวบูชาหยุดยืนดูพานดอกไม้นานาชนิดสำหรับไหว้บูชาด้วยความสนใจ
เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสมาเทวาลัยของตัวเองในฐานะแขกผู้มาเยือน
นับว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากสำหรับองค์นาคาอย่างสมุทรา
ผู้คนจอแจเซ็งแซ่
การรำถวาย เครื่องดนตรีครบชุด กลิ่นควันธูปเทียนลอยคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณลานพิธี
บรรดาผู้คนมากหน้าหลายตาต่างพากันมากราบไหว้ขอพรด้วยความศรัทธา
แม้ว่าวันนี้เป็นวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่จำนวนคนก็ยังมีมากอยู่ดี
มือเล็กสอดประสานฝ่ามือหนาเอาไว้แนบแน่นเช่นเดียวกับสมุทราที่กุมมือของบัวบูชาเอาไว้มั่นไม่ต่างกัน
หญิงสาวจ้องมองกิจกรรมบนลานพิธีด้วยความรู้สึกที่แปลกออกไปจากเดิม
ครั้งหนึ่งเธอเคยหวาดกลัวและไม่ชอบมาสถานที่แบบนี้
เพราะความทรงจำที่เคยหลงอยู่ในเทวาลัยท้ายหมู่บ้านตอนเด็กๆ
ในวันนี้ความรู้สึกทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิม
บัวบูชารู้สึกอบอุ่นใจราวกับเทวาลัยเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
คงเป็นเพราะเจ้าของเทวาลัยที่ยืนอยู่ข้างๆ
นี่ล่ะมั้งที่เปลี่ยนความรู้สึกของเธอได้ราวกับคนละคน
“ถ้าบัวขอพรแล้วสำเร็จ
บัวต้องรำถวายให้คุณเหมือนคนอื่นรึเปล่าคะ”
คิ้วเข้มขมวดฉับเข้าหากัน
องค์สมุทรามองคนถามด้วยความประหลาดใจ ยามเอ่ยกระซิบถามหลังมองผู้คนที่สัญจรไปมา
“เจ้าเคยขอพรกับข้าด้วยอย่างนั้นหรือ”
เป็นไปไม่ได้ที่บัวบูชาจะทำมัน
โดยที่เขาไม่รับรู้
อีกอย่างเธอจะขอพรจากเขาไปทำไม
เพียงแค่เอ่ยปาก องค์สมุทราก็หาทุกอย่างมาให้ตรงหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพร
“ไม่เคยค่ะ
แต่คิดว่าจะลองดู”
ใบหน้าหวานส่ายหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ
นัยน์ตาสวยฉายแววนึกสนุกคล้ายเด็กยามต้องใจกับอะไรบางอย่าง
“มีเหตุอันใดให้เจ้าต้องขอพรจากข้ากันหนูบัว”
“คุณยังไม่ตอบคำถามบัวเลยนะคะ
ถ้าบัวขอพร บัวต้องแลกกับอะไร”
ผลไม้ห้าอย่าง
พิธีบวงสรวง หรือรำถวายกันนะ
“ข้ามิอนุญาต”
“ทำไมล่ะ”
บัวบูชายู่ปาก
“ลำเอียงนี่นา
ทีคนอื่นยังขอได้เลย”
แล้วดูจะสำเร็จกันเยอะเลยด้วย
ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคนมาแก้บนเยอะขนาดนี้
องค์สมุทราขยับข้อมือ
ใช้ปลายนิ้วทัดเส้นผมนุ่มที่ปรกใบหน้าหวานของบัวบูชาออก
พวงแก้มขาวใสที่เริ่มแดงเรื่อเพราะอากาศร้อน
ริมฝีปากเล็กยู่เป็นวงกลมด้วยท่าทางงอนๆ
ภาพเหล่านั้นล้วนน่าเอ็นดูสำหรับเขาจนอยากมองไปนานๆ
“หนูบัวมีพี่อยู่ตรงนี้แล้วทั้งคน
ยังต้องการอะไรอีกหรอครับ”
คราวนี้องค์นาคราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนที่คนอื่นใช้พูดคุยกัน
นัยน์ตาคมสบกับดวงตากลมโตอย่างมีนัยยะ
มีหวานใจเป็นถึงองค์สมุทราทั้งที
จะต่อคิวขอพรให้เมื่อยไปทำไม
บัวบูชายิ้มเขิน
วาจาหวานชวนเลี่ยนที่ควรจะทำให้เธอรู้สึกจั๊กจี้
ตรงกันข้ามเมื่อองค์สมุทราผู้เคร่งขรึมเป็นคนเอ่ยออกมากลับทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตขึ้นเหมือนลูกบอลลูนที่ถูกเติมลมจนใกล้แตก
มันเบาหวิวราวกับร่างทั้งร่างถูกโอบอุ้มด้วยปุยเมฆนุ่มๆ
ถูกห้อมล้อมด้วยความรักจากน้ำเสียง แววตาและทุกสัมผัสจากเขา
“ก็บัวอยากลองขอพรดูบ้างนี่นา
เดือนหน้าเอมจะชวนไปเที่ยวด้วย
เห็นบอกว่าแถวนั้นมีองค์พระเจดีย์ที่ตั้งอยู่กลางน้ำ”
องค์สมุทราชะงักไปเมื่อได้ยิน
ที่แห่งนั้นเป็นที่ที่บัวบูชาเคยเสียชีวิตเมื่อครั้งตอนเกิดเป็นนรินลดา
ถึงแม้ตอนนี้บัวบูชาจะไม่เป็นอะไรแล้ว
แต่สมุทราเองที่ไม่อาจทนเห็นอีกฝ่ายไปที่นั่นซ้ำสองไม่ได้
ความทรงจำอันเลวร้ายที่องค์สมุทราต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการหักห้ามใจไม่ให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
เขาทรมานเจียนขาดใจ
การสิ้นลมหายใจของนรินลดาในชาติภบนั้น
ทำให้สมุทรารู้ดีว่าคำลงทัณฑ์ที่ตนเคยกล่าวนั้นศักดิ์สิทธิ์เช่นไร
เขากังวลเกินไป
ภาพที่เธอจมน้ำยังติดตา
“ไม่อนุญาตครับ
แล้วก็ไม่ให้หนูขอพรด้วย อยากได้อะไรก็ขอพี่ ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง พี่จะหามาให้”
“บัวอยากให้พี่อยู่กับบัวตลอดไปค่ะ
อยากอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตเลย” บัวบูชาว่าเสียงอ้อน
“เรื่องนั้น
ถึงหนูบัวไม่ขอพี่ก็จะทำให้ครับ”
ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบหัวอีกคนเบาๆ
ยกยิ้มอ่อนโยน
สมุทราไม่คิดจะจากบัวบูชาไปไหนอยู่แล้ว
อยากจะอยู่เที่ยวเล่นและเคียงกายเรื่อยไป
“น่ารักจังค่ะ
บัวรักคุณ” บัวบูชายกยิ้มหวาน
ความรักเอ่อล้นออกจากหัวใจจนบัวบูชาอดที่จะเอ่ยคำรักออกมาไม่ได้
องค์สมุทรานิ่งคิด
ยามมองใบหน้าหวานเมื่อเผลอนึกไปถึงอนาคต
“ถ้าวันหนึ่งเราแก่จนเดินไม่ไหวแล้ว
ยังอยากอยู่กับพี่อยู่ไหม”
“คนที่ไม่แก่ลงเลยทั้งๆ
ที่อายุเป็นพันปีกล้าถามแบบนี้ได้หรอคะ”
ควรเป็นบัวบูชารึเปล่าที่ต้องถามคำถามเหล่านี้
องค์สมุทราสบตากับบัวบูชาด้วยท่าทางจริงจัง
“หมายถึงถ้าเราต้องจากโลกนี้ไปน่ะ”
พวกเรารู้ดีว่าถึงยังไงวันนั้นก็ต้องมาถึง
แม้ว่ามันจะอีกแสนนานสำหรับพวกมนุษย์ก็ตาม
“ต่อให้ตาย
บัวก็ยังอยากอยู่กับคุณ”
ต่อให้เธอสิ้นใจอีกครั้ง
วิญญาณของเธอก็จะขออยู่กับองค์สมุทราไปชั่วนิรันดร์
“พูดจาแบบนี้
อยากได้อะไรหืม”
หัวใจแกร่งเต้นระรัว
รู้สึกรักบัวบูชามากขึ้นกว่าเดิมในทุกๆ วัน
สำหรับเขาแล้ว
คำพูดของบัวบูชาไม่ต่างจากการแสดงความจงรักภักดีและถวายชีวิตให้กันตลอดไป คล้ายจะบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
จะไม่มีอะไรพรากเราสองไปจากกันได้อีกครั้งอย่างแน่นอน’
“บัวอยากไปเที่ยวเมืองบาดาลอีกได้รึเปล่าคะ”
หลายเดือนมานี้
บัวบูชาเอาแต่อ้อนให้องค์สมุทราพากลับไปที่นาคานครอีก
เธอชอบที่นั่น
“นาคานครล้วนมีแต่ของน่าเบื่อ
มิจรรโลงใจเท่าที่นี่เสียหน่อย”
เมื่อทั้งคู่เดินมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไร้ผู้คน
สมุทราก็กลับมาพูดจาด้วยภาษาที่คุ้นเคยอีกครั้ง
“เจ้ามิชอบที่นี่หรอกงั้นหรือ”
ราชาหนุ่มคิดว่าบัวบูชาจะชื่นชอบโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและสถานที่มากมายมากกว่านาคานคร
ไม่ยักรู้ว่าบัวบูชาจะชื่นชอบเมืองใต้บาดาลขนาดนี้
“บัวชอบทุกที่ที่มีคุณอยู่ค่ะ
บัวอยากสัมผัสการใช้ชีวิตของคุณบ้าง”
ตั้งแต่ครั้งที่บัวบูชาฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล
องค์สมุทราก็ไม่เคยพาเธอไปที่นั่นอีกเลย
ก็ไม่ได้แอบอะไรไว้ใช่รึเปล่านะ
“ข้าก็เช่นกัน
ที่ที่มีเจ้าอยู่ ทำให้ข้ารู้สึกมีกำลังใจในการใช้ชีวิต
แลปกครองแคว้นพิสาธาราต่อไป”
“งั้นพาบัวไปเถอะนะคะ
แค่ไม่นานก็ได้
องค์สมุทราส่ายหัวแทนคำปฏิเสธ
นาคานครไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ธรรมดาจะเดินเข้าออกได้ง่ายๆ
ร่างของบัวบูชาจะต้องหยุดหายใจด้วยในขณะที่ดวงจิตเธอยืนอยู่ในโลกของนาคา
“คุณทำเหมือนบัวจะต้องตายเท่านั้นถึงจะไปได้”
บัวบูชาคาดเดาจากแววตาที่องค์สมุทราใช้มองกัน
ครั้งก่อนเธอหยุดหายใจจนเกือบถูกพาเข้าห้องเย็นหลังจากนั้นองค์สมุทราก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงเรื่องนี้ราวกับเป็นห่วงความปลอดภัยของเธออย่างไรอย่างงั้น
สมุทราพยักหน้ารับอย่างจำยอมต้องบอกความจริง
เขาไม่อาจบ่ายเบี่ยงบัวบูชาได้ตลอดไป
“เจ้าได้ไปแน่
เพียงแต่ยังมิใช่เพลานี้”
“บัวเข้าใจแล้วค่ะ
ต่อไปจะไม่งอแงอีก”
บัวบูชาเม้มปากแน่น
ใบหน้าหวานฉายแววรู้สึกผิด แต่ก็ดูดื้อรั้นแง่งอน
“เจ้ากำลังงอนข้า
คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือ”
องค์นาคาหลุดหัวเราะ
“ก็คุณทำตัวเหมือนแอบอะไรไว้ที่นั่น”
สมุทราถึงกับถอนหายใจ
เมื่อเห็นสายตาตัดพ้อที่บัวบูชามองมา
“ข้ามินอกใจเจ้าหรอกหนา
นอกจากอดีตเกี่ยวกับเจ้าที่ข้ามิอยากหวนนึกถึงแล้วก็มิมีสิ่งใดให้ต้องกังวล”
“ในละคร
กษัตริย์มักมีมเหสีหลายคน คุณต้องทำแบบนั้นด้วยหรือเปล่าคะ”
ราชาในจอทีวี
หรือแม้แต่ในประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนเอาไว้ของมนุษย์มักมีนางสนมมากมายอยู่ร่ำไป
บางทีบัวบูชาก็อดคิดไม่ได้ว่าองค์สมุทราอาจมีนางสนมเยอะแยะแบบนั้นอยู่ที่เมืองนาคา
“ข้ามีเมียเดียวดั่งเช่นที่เคยเป็นเสมอมา”
องค์สมุทราว่าเสียงมั่น
มือหนาดึงฝ่ามือเนียนนุ่มของบัวบูชามากดจุมพิตบริเวณหลังมือ
บัวบูชาเผลอหลุดรอยยิ้มด้วยความสบายใจ
อะไรที่องค์สมุทราเอ่ย
ย่อมเชื่อถือได้เสมอ
กษัตริย์ผู้นี้ไม่เคยคืนคำให้เธอเห็นเลยสักครั้ง
“แล้วเรื่องลูกล่ะคะ
คุณจำเป็นต้องมีทายาทสืบสกุลด้วยรึเปล่า”
ตอนเจออังเตครั้งล่าสุด
อีกฝ่ายหลุดพูดเรื่ององค์รัชทายาทมาให้ได้ยิน นั่นทำให้บัวบูชาเริ่มคิดหนัก
เรื่องนี้ยังคอยกวนใจเธออยู่เรื่อยๆ
ทุกครั้งที่เราร่วมรักกัน
ไม่เคยมีการป้องกันเลยสักครั้ง
นอกจากคำมั่นจากองค์สมุทราว่าเขาจะยังไม่ปล่อยให้เธอท้องจนกว่าบัวบูชาจะเอ่ยปากว่าพร้อมด้วยตนเอง
ไม่ใช่ว่าไม่อยากมี
ตอนนี้เธอใกล้จะเรียนจบแล้ว
ที่จริงเหลือแค่รอรับปริญญาเท่านั้น
เธอคิดเรื่องนี้ซ้ำๆ
และเตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่แรกๆ
แค่มองตาก็รู้ว่าองค์สมุทราอยากมีทายาทมากแค่ไหน
น่าแปลกที่แม้แต่กับปทุมธารา
องค์สมุทราก็ยังไม่เคยมี
บัวบูชาไม่เข้าใจว่าตัวเองในอดีตจะห้ามองค์ราชาไปทำไม
ในเมื่อปทุมธาราก็แต่งงาน ทั้งยังขึ้นเป็นถึงราชินี
ย้อนเวลาไปได้
เพียงได้ยินน้ำเสียงและแววตาอ้อนขอขององค์สมุทรา บัวบูชาคงยอมตั้งครรภ์และให้กำเนิดทายาทมากพอเท่าที่องค์สมุทราจะต้องการเลย
องค์สมุทรานิ่งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในเร็วๆ
นี้
“เจ้าอยากมีกับข้าแล้วหรือ”
นัยน์ตาคมเป็นประกายราวกับมีดวงดาวอยู่ภายใน
บัวบูชาเม้มปากแน่น
ดวงตากลมโตฉายแววไม่มั่นคง เธอสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง
“บัวยังรู้สึกกลัว…”
“เหตุใดจึงกลัว”
“ก็บัวไม่เคยท้องเลยนี่นา”
ผู้หญิงที่ไม่เคยท้องก็ต้องรู้สึกกังวลเป็นธรรมดา
อีกอย่างองค์สมุทราก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ
ด้วย ไม่รู้ว่าลูกของเราจะออกมาเป็นอย่างไร
ลูกครึ่งมนุษย์กับพญานาคแบบนั้นหรอ
“เช่นนั้นก็มิต้องมี
ข้ามิคิดเร่งรัดเจ้าหรอก แค่เราได้อยู่ด้วยกัน ข้าก็มีความสุขมากแล้ว”
เพียงมีบัวบูชาอยู่เคียงข้าง
ต่อให้จะไม่มีทายาทก็ไม่เป็นไร
“แล้วคุณอยากมีรึเปล่าคะ
ถ้าไม่ต้องนึกถึงความต้องการบัว คุณอยากมีลูกเป็นของตัวเองไหม”
“อยากสิ”
สมุทราตอบกลับแบบไม่หยุดคิด
ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหลังคอตัวเองด้วยท่าทางประหม่า
อ่า...
เขาแสดงออกชัดไปรึเปล่านะ
“ที่จริงแล้วข้าก็อยากมีเด็กเล็กให้ลองอุ้มดูบ้าง
ลูกของเราคงน่าชังน่าดู”
องค์สมุทราปรายตามองเด็กน้อยที่ถูกอุ้มพ่อแม่ไปมาในเทวาลัย
ไม่นับรวมเด็กที่นอนอยู่ในรถเข็น และเด็กอีกหลายวัยที่มาที่นี่พร้อมกับครอบครัว
ภาพเหล่านั้น
ทำองค์ราชาอดนึกไปถึงภาพอนาคตที่เราสองอาจมีร่วมกันไม่ได้
หากมีรัชทายาที่หน้าตาคล้ายคลึงกับตัวเขาและบัวบูชากำลังวิ่งเล่นพร้อมเสียงหัวเราะ
คงเป็นภาพที่มอบความสุขใจให้กันได้อย่างมากเลยทีเดียว
บุตรที่เกิดจากความรักบริสุทธิ์ของบิดาและมารดา
ล้วนน่ายินดี
“ถ้าอย่างนั้นไว้ทำเรื่องรับปริญญาเสร็จ
บัวจะเก็บเรื่องนี้ไปคิดอีกทีนะคะ”
นัยน์ตาคมเป็นประกายด้วยความหวัง
องค์สมุทราเผลอหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ข้าจักถามเจ้านานแล้ว
เจ้าอยากแต่งงานกับข้าหรือไม่”
ร่างสูงจ้องมองรูปปั้นของตนเอง
ยามที่พวกเขาพากันเดินเข้ามาด้านในเทวาลัยที่มีผู้คนนั่งกราบไหว้
“แต่งงานหรอคะ”
บัวบูชาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เธอคิดว่าพิธีให้สัตย์สาบานที่โรงพยาบาลครั้งนั้นคือการแต่งงานของเราแล้วซะอีก
“ข้าหมายถึงที่โลกมนุษย์น่ะ
หลังจากเป็นแฟนกันแล้วมนุษย์ก็มีการหมั้นหมาย แลแต่งงานมิใช่หรือ”
“เรื่องนั้นบัวไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ค่ะ
แต่ถ้าเรียนจบ คุณพ่ออาจจะอยากให้แต่งกันจริงจังมากกว่าอยู่แบบนี้”
ตอนน้ีแม้บิดาจะไม่ได้ว่าอะไร
และดูเข้ากันได้ดีกับองค์สมุทรา
แต่บัวบูชาก็รู้ดีว่าศรุธอยากให้เราทั้งคู่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม
“อยู่แบบนี้?” องค์สมุทราทวนคำ ขมวดคิ้ว
“ที่เป็นอยู่มิดีหรือ”
“สำหรับบัวแค่มีคุณมันก็ดีที่สุดแล้วค่ะ
แต่สำหรับผู้ใหญ่แบบพ่อคงมองว่าการอยู่ก่อนแต่งอาจดูไม่สมควรเท่าไหร่”
“เช่นนั้นเราแต่งกันพรุ่งนี้เลยดีหรือไม่
ข้าจักให้คนเตรียมการ…”
วันนี้อาจจะไม่ทัน
เพราะตอนนี้ก็สายมากแล้ว
อีกอย่างหากแต่งงาน
ควรเริ่มพิธีตอนเช้าตามฤกษ์มงคลคงดีกว่า
“เดี๋ยวก่อนสิคะ
ทำไมคุณถึงได้ใจร้อนแบบนี้เนี่ย”
บัวบูชาแก้มร้อนฉ่า
เผลอเขินกับการกระทำไร้ซึ่งความโรแมนติกขององค์ราชาอยู่ไม่น้อย
“เหตุใดเจ้าจึงเก็บงำความคิดบิดาไว้ผู้เดียว
หากมีใครมิพอใจก็บอกข้า ข้าจักทำให้เรื่องของเรานั้นถูกต้อง”
นัยน์ตาคู่คมขององค์สมุทราฉายชัดถึงความจริงจังจริงใจให้บัวบูชาเผลอหลุดยิ้มออกมา
บัวบูชาดีใจที่ตนเลือกไม่ผิด
เธอดีใจที่เลือกกุมมือคู่นี้เอาไว้
และใช้ชีวิตร่วมกัน แม้ว่าเราในพบชาตินี้จะมีเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันก็ตาม
ใครจะไปคิดว่าองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่กลับยอมลดทิฐิของตน
เพื่อใช้ชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ธรรมคนหนึ่งกับเธอที่นี่
แถมยังมอบความสุขให้กันในทุกวัน
ความรักอันงดงามที่องค์สมุทรามอบให้
ทำให้บัวบูชารู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
เธออยากจะหยุดเวลาเหล่านี้เอาไว้ตลอดไปเลย
“เราหมั้นกันไว้ก่อนก็ได้ค่ะ
แล้วค่อยจัดงานแต่งกันทีหลัง แล้วหลังจากนั้นคุณอยากมีลูกกี่คน
บัวจะตามใจทุกอย่างเลย”
แม้จะหวาดกลัวกับอนาคตมากแค่ไหน
แต่หากองค์สมุทรายังอยู่เคียงข้างไม่ปล่อยมือ บัวบูชาก็พร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกัน
“หากเป็นเช่นที่เจ้าว่า
ข้าแทบอดใจรอให้เจ้าเสร็จงานรับปริญญามิไหว”
องค์สมุทราเอ่ยบอก
เขามองผู้คนที่กำลังก้มกราบสักการะรูปปั้นของตนด้วยความรู้สึกปลื้มปิติในใจ
บัวบูชายกยิ้มกับคำกล่าวขององค์ราชา
ก่อนจะรั้งแขนอีกฝ่ายให้เดินเข้าไปในลานไหว้ด้วยกัน
เธอจ้องมองรูปปั้นเสมือนจริงของพญานาคราชที่แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศตรงหน้า
ก่อนจะหันมององค์สมุทราสลับไปมาซ้ำๆ
“ไม่เหมือนจริงๆ
ด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครจำคุณได้”
ก็บอกแล้วว่าองค์สมุทราตัวจริงงดงามกว่ารูปปั้นนี้เยอะจนเทียบไม่ติด
“ฝีมือการปั้นแต่งของมนุษย์ในยุคสมัยนั้น
นับว่าคล้ายมากแล้ว”
เทวาลัยนี้ถูกสร้างขึ้นมาหลายร้อยปี
แม้จะมีการบูรณะอยู่เรื่อยๆ
แต่มนุษย์มักเคยชินและพยายามคงเค้าโครงเดิมเอาไว้ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แล้วคุณชอบสีเขียวหรอคะ”
ผ้าไหมทอสีเขียวเข้มยังคงถูกนำมาแต่งกายตามเดิม
แม้จะถูกเปลี่ยนลวดลายและต่างจากครั้งก่อนที่เธอเคยมา
“กายของข้าในร่างนาคาเป็นสีมรกต
เจ้ามิรู้หรือ”
“บัวไม่เคยเห็นคุณแปลงกายมาก่อน”
บัวบูชาส่ายหน้า
องค์สมุทราไม่เคยแปลงกายให้เธอเห็นเลยสักครั้ง
และเธอก็ไม่เคยขอให้อีกฝ่ายทำให้ดูด้วย
บัวบูชาเข้าใจว่าองค์สมุทราชื่นชอบสีเขียวเสียอีก
ทุกการตกแต่งที่เทวาลัยมักเต็มไปด้วยสีโทนเขียวจนเข้าใจผิด
ที่แท้ก็แต่งตามสีกายจริงขององค์ราชานี่เอง
“แบบนี้ถ้ากายเป็นสีดำก็จะแต่งชุดสีดำหรอคะ”
“อาจเป็นเช่นนั้น”
องค์สมุทราพยักหน้า
ที่จริงก็ไม่เสมอไป
พญานาคบางตนถึงกายจะเป็นสีดำหรือทองก็อาจชื่นชอบนุ่มห่มผ้าสีขาวหรือสีอื่นๆ
แทนก็ได้
เพียงแต่องค์สมุทราไม่ได้มีสีใดที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ
สีเขียวก็มองแล้วเพลินตาดี
บัวบูชามองออกไปด้านนอก
อีกฝั่งหนึ่งของลานพิธีกว้างใหญ่
“แล้วการร่ายรำแบบนั้นล่ะ
คุณชอบดูหรอคะ”
ดนตรีโบราณ
หญิงสาวแต่งชุดย้อนยุคที่กำลังร่ายรำเป็นจังหวะงดงามอย่างพร้อมเพรียงกัน
ผมสลวยถูกม้วยเกล้าขึ้นเป็นทรงกลม
หน้าตาเติมแต่งด้วยสีสันต่างจากเฉดสีที่พบเจอในมนุษย์ยุคปัจจุบัน
การรำบวงสรวงถวายแด่องค์พญานาคราชนั้นเป็นที่เลื่องลือและกล่าวขานในหมู่มนุษย์จำนวนมาก
พรใดที่ขอแล้วสุขสมหวัง
ทำให้เพิ่มความศรัทธาให้ผู้คนต่างหลั่งใหลมาไหว้เคารพไม่ขาดสาย
จากปากต่อปาก
สู่การเผยแพร่ในโลกโซเชียล
องค์สมุทราหลุดหัวเราะ
เขาคิดไม่ถึงว่าบัวบูชาจะดูสนใจกับสิ่งต่างๆ เหล่านี้
“การร่ายรำมีมาแต่โบราณ
แลเป็นสิ่งเพลิดเพลินสำหรับข้า เช่นเดียวกับเหล่ามนุษย์ในอดีต”
ยุคสมัยก่อนของมนุษย์
เหล่ากษัตริย์และขุนนางต่างก็เคยนิยมชมชอบการร่ายรำเช่นนี้
เพียงตอนนี้ความชอบในโลกมนุษย์ถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย
รำโบราณกลับกลายเป็นไอดอล
นักร้องไปเสียแล้ว
“เอาไว้มีเวลาบัวจะพาคุณไปดูคอนเสิร์ต”
ถ้าพาไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ
บางทีองค์สมุทราอาจจะชื่นชอบก็ได้
ผู้คนที่มาแก้บนอาจต้องจ้างไอดอลมาร้องเพลงแทนการรำถวายพระพร
“เช่นนั้นข้าขอบัตรดอยแล้วกัน”
องค์สมุทราขยิบตาให้บัวบูชาด้วยท่าทางขี้เล่น
อันที่จริงเขาไม่ชอบให้ใครก็ตามอยู่สูงเหนือหัวตน
ถ้าต้องยืนอยู่ในหลุมดูคอนเสิร์ต สมุทราคงอึดอัดใจน่าดู
“คุณรู้จักบัตรดอยด้วยหรอคะ
อินเทรนด์เหมือนกันนะเนี่ย”
บัวบูชาเบิกตากว้าง
หญิงสาวยิ้มแซว ให้องค์สมุทรายกมือขึ้นกอดอก
“คิดว่ามีเพียงอังเตหรือที่ทันสมัย”
“ยังไม่เลิกหึงบัวกับคุณองครักษ์อีกหรอคะ”
ร่างบางขยับไปกอดท่อนแขนแกร่งด้วยท่าทางออดอ้อน
“ข้ามิได้หึงเสียหน่อย
หากข้ามิอนุญาต คิดหรือว่าจักมีชายใดเข้าใกล้เจ้าได้”
สมุทราแค่รู้สึกว่าในสายตาของบัวบูชานั้น
เขาดูมีนิสัยแก่และดูมีอายุเอามากๆ
ดูโบราณจนไม่น่ารู้ว่าโลกยุคปัจจุบันไปถึงไหนแล้ว ต่างจากอังเตที่เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย
แน่ล่ะ
มันจะแปลกอะไรกัน
ในเมื่อครั้งแรกที่อังเตได้พบกับบัวบูชา
อีกฝ่ายพบเจอกันในฐานะมนุษย์ อังเตสวมเสื้อผ้ายุคปัจจุบัน
ต่างจากองค์สมุทราที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณเสียเต็มยศ
ภาพจำแรกย่อมมีผลต่อความรู้สึกเสมอ
“เข้าไปไหว้กันเถอะค่ะ
ตรงนั้นมีที่ว่างแล้ว”
บัวบูชาจูงมือองค์สมุทราให้เดินเข้ามาในเทวาลัยด้วยกัน
เธอขยับเข้าไปนั่งคุกเข่าท่าเทพธิดาตรงหน้ารูปปั้น
โดยมีองค์สมุทราตัวจริงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง
สองมือยกมือขึ้นพนมไหว้
ยามนึกถึงคำสอนของคุณยายที่จากไป
องค์ราชาจะปกป้องดูแลลูกหลานทุกคนที่ศรัทธา
องค์สมุทราทำให้เธอรู้ซึ้งว่าผกาทิพย์พูดความจริง
ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มมีความสุข
องค์สมุทราทำเพียงแค่ยืนมองนิ่งๆ
เท่านั้น ไม่ได้ทรุดตัวลงนั่งกราบไหว้รูปปั้นตัวเองอย่างคนอื่นๆ
ราชาหนุ่มจ้องมองบัวบูชาที่ก้มลงกราบด้วยแววตาเอ็นดู
ทุกการเติบโตในชีวิตของบัวบูชาอยู่ในสายตาของเขาเสมอ
และสมุทรายังคงเห็นความเป็นปทุมธาราอยู่ในแววตาของเด็กคนนี้อยู่เรื่อยมา
บัวบูชาลุกขึ้นยืน
เธอหันกลับมาส่งยิ้มให้เจ้าของรูปปั้นที่ตอนนี้มีสีหน้าและรอยยิ้มมากขึ้น
ไม่หน้านิ่งขรึมเหมือนรูปปั้นดั่งเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว
ในใจบัวบูชาแอบคิดว่า
ถ้าอีกฝ่ายนั่งลงไหว้รูปปั้นตัวเองด้วยกันคงแปลกพิลึกน่าดู
“เจ้าโตขึ้นเยอะเลยหนาหนูบัว”
องค์สมุทราเอ่ยบอกยามพากันเดินออกมาจากลานพิธีมาไกลแล้ว
“โตขึ้นหรอคะ”
“ข้ายังจำวันที่เจ้าวิ่งหกล้มจนรองเท้าหายได้อยู่เลย
วันนั้นยายของเจ้าเฝ้าโอ๋เจ้าตลอดทาง”
เมื่อนึกถึงผกาทิพย์
หญิงวัยชราที่เฝ้าทะนุถนอมเด็กคนนี้ไม่ห่าง แววตาคู่คมขององค์สมุทราก็อ่อนแสงลง
อันที่จริงเราทั้งสองอาจมีความสุขเฉกเช่นทุกวันนี้ไม่ได้
หากขาดคำขอพรของคุณหญิงผกาทิพย์
องค์สมุทราไม่อาจหยั่งรู้อนาคต
หากบัวบูชาสิ้นลมหายใจ เขาและเธอจะครองรักชั่วนิรันดร์ในนาคานครหรือไม่
หรือแท้จริงแล้วพวกเราอาจมีความสุขกว่า
เมื่อบัวบูชายังคงมีลมหายใจดั่งเช่นมนุษย์ทั่วไป
แต่หากเลือกได้
องค์สมุทราก็อยากให้บัวบูชามีชีวิตยืนยาวตลอดไป เขาอยากเห็นคนรักมีชีวิตที่สุขสมหวังดั่งมนุษย์ผู้โชคดี
อยากเห็นรอยยิ้ม
อยากได้ยินเสียงหัวเราะของบัวบูชาก้องกังวาลเช่นนี้ไปตลอดกาล
“คุณอยู่ที่นี่ตลอดเลยจริงๆ
ด้วย แปลว่าที่บัวมาเล่นซ่อนแอบจนหลงอยู่ในนี้ คุณก็อยู่ใช่ไหม”
“ข้าแค่รับรู้
มิได้แปลว่าข้าอยู่ตลอดเสียหน่อย”
ถ้าต้องเอาแต่นั่งเฝ้ามนุษย์ที่พากันสัญจรมาต่อคิวขอพรยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
กษัตริย์อย่างเขาคงไม่เป็นอันทำอะไร
“แล้วตอนนั้นเจ้ามิกลัวหรือ
ถึงได้ชอบเล่นอะไรแปลกพิลึกในที่แห่งนี้”
เมื่อเอ่ยถึงเทวาลัย
ผู้คนส่วนมากมักหวั่นเกรง และบางส่วนก็หวาดกลัว
ต่างจากบัวบูชาที่ชอบพากลุ่มเพื่อนมาเล่นซนที่นี่บ่อยเหลือเกิน
“ซ่อนแอบใครๆ
ก็เล่นกัน อีกอย่างเมื่อก่อนที่นี่มีที่ให้หลบเยอะ
ใครจะคิดว่าจะน่ากลัวขนาดนั้นกันล่ะคะ”
“หึ”
องค์สมุทราส่ายหัวไปมากับเหตุผลแสนรั้น
“คุณรู้แต่ไม่มาช่วยเนี่ยนะ
รู้หรือเปล่าว่าบัวกลัวแค่ไหนกว่าจะมีคนไปหาเจอ”
“เด็กดื้ออย่างเจ้า
หากมิเจอเรื่องเช่นนั้นจักรู้สึกกลัวได้หรือ”
ผกาทิพย์เคยห้ามหลายครั้งแล้วเรื่องที่หลานสาวชอบแอบมาเล่นที่นี่
บางครั้งเด็กน้อยก็ชอบกระโดดข้ามสิ่งต่างๆ ในเทวาลัยทั้งที่ไม่สมควร
และด้วยวัยอยากรู้อยากเห็นจึงทำให้ไม่มีเพดานของความหวาดกลัว
บัวบูชาย่นจมูก
ก็เถียงไม่ออกจริงๆ
นั่นแหละ
องค์สมุทราสอดประสานฝ่ามือกับอีกคน
“ตอนนี้ยังกลัวอยู่หรือไม่
หากใครคิดร้ายต่อเจ้า เท่ากับมันผู้นั้นย่อมเป็นศัตรูของข้าด้วย”
“ไม่กลัวแล้วค่ะ
แค่มีคุณ บัวก็ไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย แม้แต่ความตาย” บัวบูชาส่ายหน้า
“พักหลังมานี้เจ้าเอ่ยคำว่าตายบ่อยนัก
มีสิ่งใดกวนใจเจ้าเช่นนั้นหรือ”
คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน
องค์สมุทราจ้องมองคนรักอย่างนึกเป็นห่วง
“ไม่มีหรอกค่ะ
บัวแค่รู้สึกถึงปทุมธาราเยอะจนเริ่มแยกความรู้สึกในอดีตกับปัจจุบันไม่ออก”
“หากแยกมิออก
เหตุใดเจ้าจึงมิรวมไว้ด้วยกันเสีย
ตัวตนของเจ้ามิว่าชาติพบใดก็ล้วนกลั่นกรองให้เจ้าเป็นเจ้าในวันนี้ทั้งสิ้น”
ทุกความเจ็บปวด
ทุกชาติที่เคยพานพบ
ล้วนแล้วแต่มีบทเรียนให้ดวงจิตได้จดจำ
แม้คนส่วนใหญ่จะจดจำชาติที่แล้วของตนไม่ได้
แต่นิสัยหลายอย่างที่ติดตัวมาถึงชาติปัจจุบันมักมีผลมาจากอดีตชาติเสมอ
บัวบูชาขยับไปกอดร่างสูงเอาไว้
ดวงตากลมโตสั่นคลอนด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เมื่อเวลาผ่านไปนานวัน
ยิ่งบัวบูชาได้อยู่ใกล้กันกับองค์สมุทรามากเท่าไหร่ ความรู้สึกและความผูกพันที่เคยมีร่วมกันนั้นกลับยิ่งมัดตัวและหัวใจของบัวบูชาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
หญิงสาวเริ่มรู้สึกสับสน
เธอไม่มั่นใจว่าตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อองค์สมุทราเป็นของปทุมธาราหรือบัวบูชากันแน่
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร
บัวบูชากลับไม่เคยสัมผัสได้ถึงความโกรธเคืองใดๆ เลย
ทุกความรู้สึกมีเพียงความโหยหา
เฝ้าคะนึงถึงจนอยากใช้ชีวิตร่วมกันตราบเท่านานที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
“ข้าเองก็เจ็บปวดกับเรื่องราวในอดีตที่เราเคยเจอ”
องค์สมุทรากอดตอบ
“ข้ารู้ว่ามันทำให้เจ้าสับสน
แต่เชื่อเถิดหนาว่านับแต่วินาทีต่อจากนี้ รักของข้าแลเจ้าจักคงอยู่ชั่วนิรันดร์”
บัวบูชาพยักหน้า
เธอซบใบหน้าแนบแผ่นอกแกร่ง
“หากมีอะไรทำให้เราต้องแยกจากกันอีก
บัวจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับคุณอีกครั้ง”
“ข้ามิชอบฟังคำเช่นนั้น
เพียงแค่คิดข้าก็มิอยาก”
องค์สมุทราตอบกลับจากใจ
ให้เขาจินตนาการว่าจะมีสิ่งใดมาพรากเราจากกันได้ยังไงกัน
มันทรมานกันเกินกว่าหัวใจจะยอมทน
บัวบูชายกยิ้มหวาน
ความสับสนของเธอมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อได้เห็นสีหน้าเป็นกังวลขององค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดที่นำพาเราให้มาพบกัน
บัวบูชาก็พร้อมจะจับมือแกร่งขององค์สมุทรา
และจะอยู่เคียงข้างกันแบบนี้เรื่อยไป
จุ๊บ!
บัวบูชาเขย่งตัวจูบริมฝีปากหยักอย่างนึกขอบคุณ
การกระทำของเธอ
ทำให้แก้มสากขององค์สมุทราขึ้นสีแดงระเรื่อไปถึงใบหู
นัยน์ตาคมคายเบิกกว้างด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง
“นี่เจ้า!”
แม้ตอนนี้พวกเราจะเดินห่างออกมาจากลานกราบไหว้แล้ว
แต่ก็ยังถือว่าอยู่บริเวณเทวาลัยอยู่ดี
นี่บัวบูชากล้าจูบกันต่อหน้าคนจำนวนมากเลยหรอ
เด็กคนนี้ช่างดื้อดึงไม่เปลี่ยนเลย
มันน่าจับตีซะให้เข็ด
บัวบูชายกยิ้มอย่างนึกแกล้ง
เธอผละออกมาสบตาหวานใจของตนยามเอ่ยถามเพื่อบ่ายเบี่ยงหัวข้อสนทนา และไม่ให้อีกฝ่ายเอ่ยปากดุอะไรกันได้อีก
“วันนี้คุณว่างทั้งวันหรือเปล่าคะ”
และมันก็ได้ผล
เพราะองค์สมุทราเผลอพยักหน้าตอบรับ หลงลืมสิ่งที่อีกคนทำให้รู้สึกเขินอายไปสนิท
“ข้าฝากฝังงานหลวงไว้กับจารีย์แลอังเตแล้ว
ช่วงนี้ยังมิมีงานสำคัญอันใดที่ข้าต้องจัดการด้วยตนเอง”
“ถ้าอย่างนั้นเราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี”
“เจ้าอยากไปที่ใด”
“คุณตามใจบัวบ่อยแล้ว
คราวนี้บัวอยากตามใจคุณบ้างนี่คะ”
องค์สมุทราเฝ้าตามเอาใจเธอไม่ห่าง
บัวบูชาอยากลองตามใจองค์สมุทราดูบ้าง
“เจ้าถามข้าหรือ”
องค์สมุทรากระพริบตาปริบๆ
ด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
ตั้งแต่เกิดมานับพันปี
นาคาหนุ่มไม่เคยนึกถึงความต้องการของตนเป็นที่ตั้งมาก่อนเลย
ยามปกครองบ้านเมืองก็ล้วนแล้วแต่ต้องยอมเสียสละเพื่อประชาชนของตนเท่านั้น
เมื่อถูกเอ่ยถามเช่นนี้จึงอดที่จะรู้สึกดีใจไม่ได้
“อื้อ
คุณอยากไปที่ไหนคะองค์ราชา”
บัวบูชาพยักหน้าหงึกหงัก
ให้องค์สมุทรานิ่งคิด
สถานที่ที่สมุทรานึกถึงอาจดูไม่เหมาะกับราชาอย่างเขา
แต่ในตอนนี้ไม่มีที่ใดในโลกมนุษย์ที่น่าสนใจเท่าที่นั่นอีกแล้ว
ดวงตาคมก้มมองตนเองในชุดลำลองของมนุษย์
หากตอนนี้เขาอยากลองเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ดูบ้างคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“ข้าอยากไปที่…”
สวนสนุกแห่งหนึ่ง
ณ ใจกลางเมือง
ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก
ทั้งคู่ก็ได้มาหยุดอยู่ด้านหน้าของสวนสนุกชื่อดังที่มีเครื่องเล่นหลากหลายนานาชนิด
เสียงหัวเราะเริงร่า
เสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งยามเล่นรถไฟเหาะตีลังกาและเครื่องเล่นแสนหวาดเสียว
ทุกสิ่งตรงหน้าล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับองค์สมุทรา
ราชาแห่งนาคราชที่วันๆ นอกจากอยู่กับคนรักแล้วก็เอาแต่ตรากตรำทำงานอยู่ทุกคืนวัน
ใบหน้าหล่อเหลาปกปิดความรู้สึกตื่นเต้นไว้ไม่มิด
แม้แต่แววตาที่เคยเรียบเฉยตลอดเวลายามอยู่ในหน้าที่เวลานี้กลับมีชีวิตชีวาคล้ายเด็กที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่
อันที่จริง
นับตั้งแต่ที่องค์สมุทราได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตกับบัวบูชาอีกครั้ง
องค์นาคาหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความสุข
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ตนไม่เคยได้พบมานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่สูญเสียปทุมธาราไป
ตอนนี้ราวกับว่าโลกทั้งใบนั้นกลับมาสดใส
คล้ายมีใครสักคนจุดเปลวเทียนให้สว่างภายในห้องหัวใจแสนมืดมิดของเขา
ความทุกข์ทั้งหมดที่เคยเผชิญตามลำพังหลายภพหลายชาติจากการเฝ้ามองการเกิดและดับสูญของดวงจิตหญิงสาวผู้เป็นที่รักนับครั้งไม่ถ้วน
ล้วนแล้วแต่ถูกปลอบประโลมด้วยน้ำมือของบัวบูชาเอง
บัวบูชาทำให้องค์สมุทรายิ้มและกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง
ความฝันที่เฝ้าถวิลหามาตลอดกำลังเกิดขึ้นจริงตรงหน้าของเขา
สวนสนุกเป็นสถานที่ที่สมุทรารู้จักมาโดยตลอด
แต่ทำได้เพียงแค่เฝ้ามองจากในโลกของตนเท่านั้น
ไม่เคยมีโอกาสมาสัมผัสด้วยตนเองเลยสักครั้ง
“ขอมือหน่อยค่ะ”
บัวบูชาแบมือขอให้องค์สมุทรายื่นมือให้
หญิงสาวสวมสายรัดข้อมือที่พึ่งซื้อมาสำหรับเล่นเครื่องเล่นทุกชนิดให้แก่อีกคน
“สวมไว้นะคะ
ถ้าคุณทำหายจะอดเล่นเครื่องเล่น”
“ข้า…”
สมุทราหันมองรอบตัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“ข้ามิเคยได้มีโอกาสเช่นนี้มาก่อน”
เขาตื่นเต้นมาก
รู้สึกได้เลยว่าเลือดในกายกำลังสูบฉีดอย่างรุนแรง
ของเล่นมากมายดูน่าสนุกสนานและลิ้มลองไปเสียหมด
บัวบูชาจ้องมององค์สมุทราอย่างนึกเอ็นดู
สมุทราในเวลานี้ไม่ต่างจากเด็กที่พ่อแม่พึ่งอนุญาตให้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกครั้งแรกในชีวิต
ดูน่ารัก
และสดใสเอามากๆ จนบัวบูชารู้สึกอิ่มเอมไปทั้งหัวใจเลย
เหล่าทหารนาคาจะรู้รึเปล่านะ
ว่าตอนนี้องค์ราชาของพวกเขาที่เคยเอาแต่ทำหน้าเรียบปนบึ้งตึงเหมือนคนไร้สีหน้าตลอดเวลา
ตอนนี้กำลังมีความรู้สึกไม่ต่างจากคนอื่นเช่นกัน
“คุณอยากลองเล่นเครื่องเล่นไหนก่อนดีคะ
เริ่มจากเครื่องที่ไม่ผาดโผนดีไหม คุณจะไม่ได้กลัว”
บัวบูชาเอ่ยถาม
ให้องค์สมุทราหลุดหัวเราะในลำคอ
“ข้ามิหวาดกลังเครื่องเล่นเด็กเพียงเท่านี้หรอก”
สมุทราเงยหน้ามองรถไฟเหาะด้วยท่าทางสบายๆ
ตัวเขาตอนอยู่ในร่างพญานาคเคยเที่ยวว่ายน้ำเล่นสนุก
แหวกว่ายตามแม่น้ำสายใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตา
เกลียวคลื่นสาดซัดไม่เคยหวั่นไหว
ไม่ว่าเครื่องเล่นใดก็ทำอันตรายหรือทำให้เขารู้สึกหวั่นเกรงไม่ได้
ข้าศึกในสนามรบนับหมื่นชีวิตยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย
นับประสาอะไรกับเครื่องเล่นมนุษย์เหล่านี้
“งั้นเราเริ่มต้นจากบ้านผีสิงดีไหมคะ
แล้วค่อยต่อด้วยรถไฟคุณปู่”
สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่โปรดปราณที่สุดของบัวบูชา
“เอาสิ
ข้าชักอยากเห็นเจ้ากรีดร้องแล้ว”
องค์สมุทรายกยิ้มท้าทาย
ราชาหนุ่มแอบคาดหวังว่าอยากถูกบัวบูชากอดแน่นๆ
ยามหวาดกลัวมนุษย์ที่แต่งตัวเป็นผี
เขาเคยดูซีรี่ย์ที่บัวบูชาเปิดค้างไว้
มันคงโรแมนติกไม่เบาเลยหากเราได้ทำเหมือนคู่พระนางในทีวี
พระเอกผู้นั้นทำหน้าตาเหมือนชนะคนทั้งโลกเมื่อถูกแฟนสาวกอดแน่นจนตัวกลม
สมุทราอยากลองเป็นแบบนั้นดูเช่นกัน
“บัวไม่กลัวหรอกค่ะ
ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าผีอาอำคาอีกแล้ว”
บัวบูชาเอ่ยนึกขำ
ผีร้ายที่เอาแต่จมปลักกับความแค้นจนหลงลืมตัวตนที่เคยแสนดีในภพชาติก่อนดูน่ากลัวจับขั้วหัวใจ
บัวบูชายังรู้สึกว่าภาพเหล่านั้นติดตาไม่หายเลย
องค์สมุทราชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน
รอยยิ้มของเขาหยุดลงในทันที
“ข้าขอโทษ…
เรื่องคุณอาของเจ้า”
แม้ว่าบัวบูชาจะขอให้เขาหยุด
แต่องค์สมุทรากลับไม่สามารถปล่อยให้ผีร้ายตนนั้นอาละวาดหรือแผลงฤทธิ์ไปทำร้ายใครที่ไหนได้อีก
ไม่ใช่เพราะความแค้นที่เคยมีต่อกัน
แต่เพราะเขารู้สึกเป็นห่วงบัวบูชามากเกินสิ่งใด
หากยังปล่อยให้วิญญาณของอำคาเร่ร่อนไปไหนตามใจชอบ
สมุทราคิดว่าบัวบูชาอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบเป็นแน่
“บัวเข้าใจค่ะ
เพียงแค่อยากให้เขาหลุดพ้นแล้วมีความสุขจริงๆ ได้สักที”
ตอนที่ย้อนอดีตจนได้รู้ว่าอำคาเคยเป็นถึงองครักษ์ภศิ
ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของปทุมธารา
บัวบูชายิ่งรู้สึกสงสารคุณอาอำคาจับหัวใจ
เธอรู้ดีว่าคมดาบขององค์สมุทราที่ปักทะลุกลางอกนั้นเปี่ยมล้นด้วยความเจ็บปวดมากเพียงใด
นัยน์ตาคู่คมของอำคายามนั้นฉายแววสั่นไหว
แม้เพียงเล็กน้อย แต่บัวบูชากลับเป็นเพียงคนเดียวที่สังเกตเห็น
“ข้าเชื่อว่าความปรารถนาของเจ้าจักเป็นจริงในสักวัน”
ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบศีรษะอีกคนแผ่วเบา
“ครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นเพื่อนสนิทของคุณ
คุณเองก็คงเสียใจมาก”
เรื่องราวทั้งหมดที่ได้รู้
ทำให้บัวบูชารู้ดีว่าองค์สมุทราต้องแบกความรู้สึกเอาไว้มากมาย
“ภศิกับข้าเคยมีความผูกพันกันมาก
สมัยที่พวกเราร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ สำหรับข้าแล้ว
เขาเปรียบดั่งพี่น้องร่วมสายเลือด”
ร่างสูงถอนลมหายใจยาว
“ข้ามิเคยต้องระวังหลัง
หากมีภศิเคียงกาย ข้าย่อมวางใจ เช่นเดียวกับที่ข้าคอยระวังหลังให้เขาเช่นกัน”
ภาพในวันวานไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำราวกับเครื่องฉายภาพยนตร์
องค์สมุทราขบกรามแน่น
ตนเองก็หวังอยากให้ภศิหรืออำคามีความสุขเช่นเดียวกับที่บัวบูชาต้องการ
“คำสาปนั่นส่งผลต่อความรู้สึกของข้ามาก”
อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้สมุทราได้รู้จักความสูญเสีย
รู้จักความเจ็บปวด และเริ่มต้นใหม่
แม้ไม่ต้องเคยต้องการ
แต่เมื่อทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้ว คงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องยอมรับมัน
ฝ่ามือเรียวของบัวบูชายกมือประคองใบหน้าหล่อเหลาของคนรักเอาไว้ด้วยท่าทางทะนุถนอม
“ทุกอย่างมันจบแล้ว
เราทุกคนควรมีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะคุณ อาอำคา หรือบัว”
“ถึงเวลาแล้วที่เราจะทิ้งอดีตทุกอย่าง
แล้วมีความสุขกับปัจจุบันกันสักทีนะคะ”
นัยน์ตาคมของสมุทราสั่นไหว
เช่นเดียวกับหัวใจของเขา
“ขอบคุณนะบัว
หากมิมีเจ้าที่คอยให้อภัยข้า ข้าคงรู้สึกผิดกับความรู้สึกเหล่านี้ไปตลอดชีวิต”
“บทลงโทษของคุณสิ้นสุดแล้ว
คำสาปแช่งพวกนั้นก็เหมือนกัน บัวรักคุณนะคะ ไม่รู้ทำไมถึงได้รักคุณมากขนาดนี้”
หลังจากนี้
บัวบูชาเองก็อยากให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อย่างมีความสุขกับองค์สมุทราเช่นกัน
สมุทรายกมือขึ้นลูบแก้มใสไปมาแผ่วเบา
เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาอันบริสุทธิ์ของหญิงสาวที่เขาหลงรักมาตลอดนับพันปี
ไม่ว่าจะเกิดเป็นปทุมธารา
หรือบัวบูชา
เธอก็ยังสามารถครอบครองหัวใจของราชาอย่างเขาได้ไม่เปลี่ยนแปลง
“หากข้าจุมพิตเจ้าที่นี่
จักมีใครมองเจ้ามิดีหรือไม่”
“บัวไม่สนใจคนอื่นหรอกค่ะ
บัวสนใจแค่คุณ”
สิ้นคำอนุญาต
ริมฝีปากหยักก็ค่อยๆ ทาบทับลงบนกลีบปากนุ่มด้วยความนุ่มนวล
ห้วงอารมณ์รักที่เอ่อล้นหัวใจถูกถ่ายทอดไปให้แก่กัน
บัวบูชาขยับเสียดสีริมฝีปากตอบโต้
มือเรียวสองข้างยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเอาไว้
ยามหลับตารับสัมผัสจากจุมพิตหวานที่ไม่ว่าจะได้รับอีกสักกี่ครั้ง
บัวบูชาก็ไม่เคยนึกเบื่อเลยแม้เพียงเสี้ยววินาที
และไม่ว่าเรื่องราวของเราต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
เธอก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว
ตราบที่เราเคียงกันแบบนี้เรื่อยไป...
จวบชั่วนิรันดร์
จบบริบูรณ์
A
million thanks to you
I
hope you are happy.
แล้วเจอกันใหม่นะคะ
ลิมปริงน์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น