วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Meen to be yours คุณหนูมีนจะร้าย ตอนที่ 2

 




0 2

เสือหวงเหยื่อ

 

 

 

 

 

 

 

“หัวเสียอะไรตั้งแต่หัววัน”

เจสันปรายตามองเพื่อนรักที่เอาแต่ยกแก้วกระดกเหล้าเข้มๆ เข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ที่ก้าวขาเข้ามาถึงที่นี่อย่างนึกสงสัย

แก้วใบหนาถูกกระแทกลงบนโต๊ะเต็มแรงหลังจากที่น้ำสีชาในนั้นถูกกลืนลงคอไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

สหภัฐทำเพียงปรายตามองเพื่อนสนิทเล็กน้อย โดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ห้วงอารมณ์บางอย่างยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก และยากที่จะสลัดออก

น่ารำคาญชะมัด

ยัยเด็กบ้านั่นเอาแต่สรรหาเรื่องให้เขาหงุดหงิดได้ทุกเช้าเย็น

ไม่รู้ว่ามีนาจงใจแกล้งทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรือทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนสิ่งที่อีกฝ่ายทำก็สร้างความรู้สึกไม่สบอารมณ์ให้กันอยู่ดี

“เพราะน้องมีนอีกล่ะสิ”

แมทธิวที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างเผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดใจไม่ไหว

ท่าทางของสหภัฐตอนนี้มันน่าขำยิ่งกว่าดูฉากตลกในละครทีวีซะอีก

“คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ” เจสันเอ่ยถาม

เขาเห็นด้วยกับแมทธิวอย่างไม่คิดโต้แย้ง

ไม่มีเรื่องไหนทำให้สหภัฐหัวร้อนมากเท่าเรื่องของสาวน้อยเจ้าของหัวใจอย่างมีนาอีกแล้ว

มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าน้องมีนมีอิทธิพลต่อเพื่อนสนิทของเขามากแค่ไหน

คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้

“วิดิโอคอลกับผู้ชาย”

สหภัฐว่าเสียงนิ่ง

เขาไม่ได้อยากตอบคำถามไร้สาระนี่เลยสักหน่อย แต่ภายในใจมันก็เริ่มอัดอั้นจนอยากระบายออกมาให้เพื่อนในกลุ่มได้รับรู้

มือหนาหยิบแก้วแอลกอฮอล์ที่ถูกเติมเรียบร้อยแล้วมากระดกเข้าปากอีกครั้งอย่างหวังว่ามันจะทำให้ตัวเองนั้นอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง

แม้ตอนนี้มันจะแทบไม่ช่วยอะไรเลยก็ตาม

“น้องมีนเนี่ยนะ” เจสันขมวดคิ้ว

คำที่ได้ยินทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก

บอกว่าสหภัฐเป็นฝ่ายคอลกับผู้หญิงคนอื่นยังน่าเชื่อซะกว่า

“อืม ก็พูดถึงมีนจะให้หมายถึงใคร”

นัยน์ตาคู่คมฉายแววขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด

นึกถึงแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย

อาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูมีความสุขออกนอกหน้านอกตา ทำตัวลั้ลลาราวกับว่าเขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยกัน

เหอะ!

แบบนั้นมันหยามกันชัดๆ เลย

“แปลก... ปกติเห็นน้องเขาคลั่งรักนายจะเป็นจะตาย”

เจสันเอ่ย พลางเงยหน้าสบตาเพื่อนสนิท

“เด็กมันทนรอไม่ไหวแล้วรึเปล่า ถึงไปหาซบอกผู้ชายคนใหม่”

แมทธิวแสยะยิ้มมุมปาก ให้สหภัฐได้แต่ทำหน้าเซ็งออกมา

นอกจากเพื่อนจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังจะมาซ้ำเติมกันอีก

เพื่อนกลุ่มเขานี่มันเพื่อนดีเด่นจริงๆ เลย

สหภัฐปรายตามองพนักงานที่คอยเดินมาบริการลูกค้าวีไอพีอย่างพวกเขา ด้วยการเติมน้ำแข็งและชงเหล้าให้กันไม่ขาด ยามพรูลมหายใจออกมา

ให้ตายเถอะ! ทำไมเขาถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้กันนะ

แมทธิวขยับมากอดคอสหภัฐเอาไว้ ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ ขณะกระซิบใกล้ๆ

“เอาน่า... อย่าทำหน้าบูดให้เสียอารมณ์ไปเลย เดี๋ยวคืนนี้พี่พาไปตี้สาว”

หล่อระดับพระกาฬอย่างสหภัฐ หาผู้หญิงใหม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว

แค่กระดิกนิ้วก็มีแต่สาวๆ พร้อมถวายตัวมารักษาแผลใจให้เต็มไปหมด

“ตี้สาวอะไรวะ หมดอารมณ์จะตี้แล้ว”

สหภัฐตอบกลับ ยามยกแขนแมทธิวออกจากตัว

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน พักหลังมานี้เขาเที่ยวผู้หญิงน้อยลงกว่าปกติจนรู้สึกได้

เป็นเมื่อก่อนสหภัฐยอมรับว่าตัวเองเป็นหนึ่งในหนุ่มรักสนุกที่พร้อมจะกลับห้องกับสาวสักคนหลังร้านปิดได้อยู่ตลอดเวลา

ทว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะมีสาวสวยแค่ไหนมาให้ความสนใจหรือเชิญชวนกัน เขาก็ไม่ได้นึกอยากเอาเวลาไปใส่ใจใครอื่นทั้งนั้น

ในหัวมันเผลอนึกไปถึงยัยตัวเล็กที่ชอบมาขายขนมจีบให้กันบ่อยๆ

ตั้งแต่สมัยมัธยมจนขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังไม่เปลี่ยน

‘มีนชอบพี่ครามค่ะ เป็นแฟนกันนะคะ’

ท่าทางสุดแสนไร้เดียงสาที่มาพร้อมกับสองแก้มข้างที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ นัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววประหม่าออกมาอย่างชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกขบกัดอย่างไม่มั่นคงทางความรู้สึก เมื่อต้องมายืนบอกความรู้สึกตรงๆ ของตัวเองต่อหน้ากัน

สาวน้อยผมเปียสองข้างในชุดนักเรียนมัธยมที่กำลังหยิบยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดดอกหนึ่งมาให้กันนั้น สหภัฐยังจดจำมันได้ขึ้นใจ

ช่างดูน่ารักและน่ารังแกไปในเวลาเดียวกัน

จากที่ไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นอย่างอื่น นอกจากเพียงน้องสาวที่บังเอิญได้มาสนิทสนมกันจนเกินพอดี กลับกลายเป็นว่าทุกวันนี้ ความรู้สึกทุกอย่างเริ่มค่อยๆ ต่างออกไป และดูเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน

ดูได้จากที่เวลามีอะไร ชายหนุ่มก็มักจะเผลอนึกถึงมีนาก่อนใครเสมอ

สหภัฐไม่ชอบตัวเองเวลาเป็นแบบนี้เลย

เขาไม่ชอบมันเลยสักนิดเดียว

ความรู้สึกมันคล้ายว่าเขากำลังจะสูญเสียความโสดที่ครอบครองมาเนิ่นนาน

สูญเสียอิสรภาพของผู้ชายดั่งพญาราชสีห์ที่ต้องลาจากจากป่าใหญ่

สหภัฐรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง เพื่อมอบให้ใครอีกคน

“อะไรกันวะ แค่ผู้หญิงคนเดียวทำนายเป็นขนาดนี้เลยหรอคราม”

แมทธิวมองเพื่อนอย่างนึกหงุดหงิด

ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไร หากเพื่อนจะมีแฟนหรือตกลงปลงใจคบหากับผู้หญิงคนไหนสักคน แต่ในเมื่อตอนนี้อีกฝ่ายยังโสด จะมาทำตัวเหมือนเสือที่ถอดเขี้ยวไร้เล็บแบบนี้เห็นแล้วมันก็อดขัดใจไม่ได้

สหภัฐดันลิ้นตัวเองกับกระพุ้งแก้ม จ้องหน้าแมทธิวนิ่งๆ ด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่

“ไม่เอาน่า ใจเย็นๆ”

เจสันรีบห้ามทัพ ก่อนจะเงยหน้าสบตาแมทธิวที่เริ่มหัวร้อนขึ้นมาอีกคน

“ก็รู้อยู่ว่าคนนี้มันจริงจัง แตะมากไม่ได้”

“จริงจังแล้วจะเล่นตัวทำไมนักหนา สงสารน้องมีนป่ะวะตามตื้อมาตั้งหลายปียังเป็นได้แค่รุ่นน้องคนหนึ่งอยู่เลย”

แมทธิวเอ่ยอย่างนึกรำคาญ

เป็นเขาจะไม่มีทางปล่อยให้เวลามันผ่านมานานขนาดนี้โดยที่ไม่มีแม้แต่สถานะอะไรให้กันเลย

ไม่ต้องรอให้มีนาเป็นฝ่ายมาสารภาพรักหรอก เขาจะเป็นฝ่ายขออีกคนเป็นแฟนเองตั้งแต่สองวันแรกที่เจอเลย

เด็กอนุบาลยังมองออกเลยว่าสหภัฐเองก็ชอบมีนาแค่ไหน

เพื่อนตัวดีกลับทำเก๊กหน้าตึง ปากหนักเป็นหิน ไม่ยอมรับรักจริงๆ จังๆ สักที

ถ้ามีใครสักคนมาชิงตัดหน้าไปก่อน แมทธิวเนี่ยแหละที่จะนั่งสมน้ำหน้าเพื่อนไปจนวันลูกบวชเลย

“ยุ่งอะไรวะ” สหภัฐเอ่ยเสียงห้วน

น้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความไม่พอใจ

เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ไม่ว่าเพื่อนหรือใครก็ไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งหรือโน้มน้าวให้คนอย่างสหภัฐตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างทั้งนั้น

แมทธิวเลียปาก ตวัดสายตามองเพื่อนด้วยแววตาไม่บ่งบอกอารมณ์

ท่าทางที่ทำให้สหภัฐหยัดตัวลุกขึ้นยืนนิ่งๆ ก่อนจะเดินออกไปทางโซนระเบียงสูบบุหรี่ด้านนอกร้านทันที

แมทธิวขยับเสื้อคลุมให้เข้าที่ นั่งจิบเหล้าต่อด้วยท่าทางหงุดหงิดไม่แพ้กัน

เจสันแตะไหล่แมทธิวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยบอก

“เดี๋ยวคุยกับมันเอง”

แมทธิวพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มหันกลับไปสนใจบรรยากาศรอบข้างอย่างหวังว่าจะทำให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง ในขณะที่เจสันนั้นเดินตามสหภัฐออกไป

 

 

 

 

 

“ขึ้นง่ายจังนะ”

เจสันเอ่ย ขณะหยุดยืนอยู่ข้างๆ สหภัฐที่ยืนท้าวแขนอยู่กับขอบระเบียงเหล็ก

ร่างสูงหันกลับไปมองเล็กน้อย ก่อนจะจุดมวนบุหรี่มาสูบเข้าปอด

ควันสีขาวอมเทาลอยละล่องออกจากริมฝีปากหยักช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศโปร่งๆ ที่แตกต่างจากแสงสีเสียงด้านในร้านอย่างสิ้นเชิง

ท่าทางที่ทำให้เจสันลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ก็รู้อยู่นี่หว่าว่าไมล์มันเคยชอบน้องมีนมาก่อน มันอุตส่าห์ยอมหลีกทางให้ตั้งนานแล้วความสัมพันธ์ของนายกับน้องก็ดันยังไม่คืบหน้าสักที”

เจสันอธิบาย ให้สหภัฐปรายตามอง ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง

“มันคืบหน้าในแบบของฉัน”

ความสัมพันธ์ของเขากับมีนาเป็นอะไรที่ยากจะอธิบายออกมาได้ด้วยคำพูด

หากมองในมุมมองของบุคคลอื่นที่อยู่รอบข้างคงจะมองว่ามีนาเป็นฝ่ายตามตื๊อเขาอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นอย่างที่เข้าใจ

สหภัฐรู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

เขาจะเลือกทำแบบที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ต่อไป ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็ตาม

เจสันถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างนึกจนใจ เขาขยับมายืนท้าวขอบระเบียงข้างๆ โดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรต่อ

ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงกลุ่มควันสีจางๆ เท่านั้นที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

“เท่าที่เป็นอยู่มันยังดูจริงจังไม่พอหรอวะ น้องถึงยังอยากคุยกับคนอื่น”

ในที่สุด สหภัฐก็หลุดในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวลและคิดไม่ตกอยู่ในเวลานี้ออกมา

นัยน์ตาคู่คมฉายแววสั่นคลอน แม้จะเพียงเล็กน้อยก่อนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะมลายหายไปภายในเวลาไม่นานก็ตามที

เจสันเลิกคิ้ว

นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินประโยคอะไรแบบนี้ออกมาจากคนอย่างสหภัฐ

เสือผู้หญิงที่หาตัวจับยาก แถมยังเจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกิน แต่กลับกำลังมีแต่ความกังวลมากมาย เพียงเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว

มันคงจริงอย่างที่แมทธิวเคยว่า... มีนาคงจะมีอิทธิพลต่อเพื่อนเขามากจริงๆ

“ไม่ชอบที่ต้องรู้สึกแบบนี้เลยว่ะ”

สหภัฐไม่ชอบเลยที่ต้องเป็นฝ่าย หึงหวง อะไรที่มันงี่เง่าแบบนี้อยู่คนเดียว

มันเป็นเรื่องปกติที่สหภัฐจะมีนิสัยติดหวงของมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ในสถานการณ์นี้มันต่างออกไป

เขาไม่ชอบให้มีนายิ้มให้คนอื่น

ไม่ชอบให้เด็กคนนั้นสนิทกับใครมากเกินความจำเป็น

ไม่ชอบสักนิดที่อีกฝ่ายจะเห็นใครหรือสิ่งอื่นใดๆ สำคัญกว่า

สหภัฐอยากเก็บมีนาเอาไว้เชยชมเพียงคนเดียว แม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้เป็นอะไรกันก็ตาม

“ลองคุยกับน้องเขาตรงๆ ดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น” เจสันเสนอความเห็น

สหภัฐพ่นควันบุหรี่อีกครั้ง ยามสบตาเพื่อนด้วยสีหน้าครุ่นคิด

มือหนาขยี้มวนบุหรี่ลงบนถาดสแตนเลสด้านข้างเพื่อดับมัน ก่อนจะตัดบท

“ไม่มีอะไรต้องคุย”

จะให้บอกไปตรงๆ งั้นหรอว่าที่เป็นอยู่คือการหึงหวง

สหภัฐไม่มีทางทำแบบนั้นแน่

มันใช่เรื่องที่ไหน ยัยเด็กนั่นรู้เข้ามีหวังได้ใจยกใหญ่กันพอดี

“งั้นก็ไม่มีอะไรจะแนะนำ” เจสันยักไหล่เล็กน้อย

เขาเองก็จนปัญญาจะหาทางช่วยเพื่อนสนิทเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มที

สหภัฐขยี้หัวตัวเองแรงๆ ด้วยท่าทางหัวเสีย

“หรือจะลองพาน้องมีนมาก๊งเหล้ากับพวกเราดูสักครั้งเปล่าล่ะ น้ำเมาเข้าปากจะพูดจะคุยอะไรก็คงง่ายขึ้น”

“ฝันอยู่รึไง”

สหภัฐคำรามเสียงดัง โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรองเป็นครั้งที่สอง

ใครจะบ้าพาของรักของหวงมาในดงชายโฉดแบบนี้ ยิ่งเป็นกลุ่มเพื่อนของเขาด้วยแล้ว พวกมันอันตรายยิ่งกว่าอะไรบนโลกซะอีก

สหภัฐไม่คิดจะปล่อยให้มีนมาสนิทกับคนพวกนี้แน่

เจสันหัวเราะร่วน ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมากับท่าทางของเพื่อนสนิท

มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสหภัฐคิดอะไรอยู่

“หากจะคบกัน ยังไงก็ต้องพาน้องเขาเข้าสังคมกับเราให้ได้ด้วยอยู่ดีไม่ใช่หรอ”

พวกเขาไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย แค่ติดเจ้าเล่ห์ตามประสาผู้ชายรักสนุกก็แค่นั้น

สหภัฐเองก็มีนิสัยพวกนี้เช่นเดียวกัน

เป็นเพื่อนกันได้ก็ต้องมีนิสัยเหมือนกันอยู่ไม่มากก็น้อยนั่นแหละน่า แล้วจะมาห้ามไม่ให้มีนาเข้ามายุ่งกับพวกเขา มันก็ต้องห้ามตัวเองไม่ให้ไปยุ่งกับน้องด้วยหรือเปล่าล่ะถึงจะถูก

“บางทีน้องมีนอาจจะแอบน้อยใจที่นายไม่เคยยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในโลกหรือสังคมของเราบ้างเลยก็ได้นะ” เจสันว่าต่อ ให้สหภัฐเงยหน้าขึ้นมาสบตา

“ตามตื้อตามจีบก็ยาก พยายามมาตั้งนานหลายต่อหลายปีก็เป็นได้แค่เพียงคนในความลับอยู่แบบนี้... เป็นใครใครก็ท้อป่ะวะ”

เจสันสบตากลับด้วยแววตาจริงจัง

เขาไม่อยากให้เพื่อนสนิททำพลาดจนต้องสูญเสียความรักดีๆ ในครั้งนี้ไป

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเขาอย่างสหภัฐ หรือผู้หญิงของเพื่อนอย่างมีนาเอง ชายหนุ่มก็ไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดเพราะเรื่องเหล่านี้ทั้งนั้น

คนสองคนเมื่อมีหัวใจตรงกันเท่านั้นมันมากพอแล้วที่จะพัฒนาความรู้สึกให้เพิ่มมากขึ้นไป ไม่ใช่ปล่อยเบลอกับทุกเรื่องจนบางทีมันอาจเป็นฉนวนตัวร้ายในการทำลายความรักในชีวิตคู่ไป

เจสันไม่อยากให้ทุกคนที่เขารักและหวังดีด้วยต้องเจ็บปวด ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันมีทางออกที่ดีกว่า

แค่ชีวิตรักของตัวเองที่เคยทำพลาดไปในอดีตจนไม่สามารถนำกลับมาได้ก็เยอะมากพอแล้ว

รอยแผลเป็นเก่าๆ ที่แม้จะไม่เหลือร่องรอยไว้ให้เห็นแต่ก็ยังเจ็บปวดทุกครั้งอยู่ภายในหัวใจ

ในเมื่อสหภัฐมีโอกาส เจสันก็อยากให้เพื่อนประคองความรักเอาไว้ให้แน่น

อย่าปล่อยหลุดมือไปเหมือนอย่างที่เขาเคยทำ

“อะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันย้อนเวลากลับไปแก้ไม่ได้หรอกนะคราม”

“...”

“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามควรคิดไตร่ตรองให้ดีๆ”

“เอาไว้ให้คบกันเมื่อไหร่ จะยอมพามาเปิดตัวแล้วกัน”

สหภัฐรับรู้ถึงความหวังดีของเพื่อนได้เป็นอย่างดี

ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนกำลังสื่อ แต่เรื่องทุกเรื่องหากเกี่ยวข้องกับมีนาแล้วนั้น มันไม่เคยง่ายเลยสำหรับเขา

แค่เพราะเป็นมีนทุกอย่างก็ดูยากไปหมด

มีนาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต

มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหมือนอย่างที่แล้วๆ มา แต่ในตอนนี้สหภัฐเองก็ยังไม่พร้อมที่จะคล้องคอตัวเองไว้กับบ่วงของใคร

เขายังรักความอิสระของชีวิตโสด และหวงพื้นที่ส่วนตัวอยู่ในบางความรู้สึก

นั่นทำให้สหภัฐตัดสินใจอย่างจริงจังกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ได้สักที

“วันนี้ขอกลับก่อนแล้วกัน หมดอารมณ์จะดื่มแล้วว่ะ ฝากบอกไอ้ไมล์ด้วย”

ให้ตาย!

เพราะแบบนี้ไงถึงได้หงุดหงิดตัวเองไม่ยอมหาย

ความรู้สึกอยากเที่ยว อยากดื่ม มันแทบหายไปเลย เมื่อในสมองเอาแต่เฝ้าคิดถึงเรื่องของมีนาไม่หยุด

นี่คงไม่ใช่สัญญาณแรกของคนที่จะสละความโสดทิ้งไปหรอกใช่ไหม

มันน่าขนลุกที่สุดเลย

“อย่ามาว่ะคราม  พึ่งถึงจะมากลับอะไร อย่ามาทำตัวซึมเป็นส้วมแถวนี้”

เจสันบ่นออกมาเสียงดุ แขนแกร่งยกขึ้นโอบคอเพื่อน ก่อนจะออกแรงรั้งให้เดินกลับเข้าไปด้านในตัวร้านด้วยกัน

“ไอ้เจ”

“เข้าไปนั่งข้างในด้วยกันก่อนเลย”

กลับคอนโดไปตอนนี้อีกฝ่ายคงไม่พ้นไปนั่งเล่นเอ็มวีดราม่าอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำคนเดียวอีกตามเคย

สู้อยู่กับพวกเขาดีกว่า

ได้ดื่มได้สังสรรค์ บางทีสหภัฐอาจรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

อย่างน้อยพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องกินยาลดไข้ที่เกิดจากการแช่น้ำนานเกินไปแน่ๆ 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...