0 2
เสือหวงเหยื่อ
“หัวเสียอะไรตั้งแต่หัววัน”
เจสันปรายตามองเพื่อนรักที่เอาแต่ยกแก้วกระดกเหล้าเข้มๆ
เข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่ที่ก้าวขาเข้ามาถึงที่นี่อย่างนึกสงสัย
แก้วใบหนาถูกกระแทกลงบนโต๊ะเต็มแรงหลังจากที่น้ำสีชาในนั้นถูกกลืนลงคอไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
สหภัฐทำเพียงปรายตามองเพื่อนสนิทเล็กน้อย
โดยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
ห้วงอารมณ์บางอย่างยังคงคุกรุ่นอยู่ในอก
และยากที่จะสลัดออก
น่ารำคาญชะมัด
ยัยเด็กบ้านั่นเอาแต่สรรหาเรื่องให้เขาหงุดหงิดได้ทุกเช้าเย็น
ไม่รู้ว่ามีนาจงใจแกล้งทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้หรือทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจกันแน่
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนสิ่งที่อีกฝ่ายทำก็สร้างความรู้สึกไม่สบอารมณ์ให้กันอยู่ดี
“เพราะน้องมีนอีกล่ะสิ”
แมทธิวที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างเผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างอดใจไม่ไหว
ท่าทางของสหภัฐตอนนี้มันน่าขำยิ่งกว่าดูฉากตลกในละครทีวีซะอีก
“คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ”
เจสันเอ่ยถาม
เขาเห็นด้วยกับแมทธิวอย่างไม่คิดโต้แย้ง
ไม่มีเรื่องไหนทำให้สหภัฐหัวร้อนมากเท่าเรื่องของสาวน้อยเจ้าของหัวใจอย่างมีนาอีกแล้ว
มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าน้องมีนมีอิทธิพลต่อเพื่อนสนิทของเขามากแค่ไหน
คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้
“วิดิโอคอลกับผู้ชาย”
สหภัฐว่าเสียงนิ่ง
เขาไม่ได้อยากตอบคำถามไร้สาระนี่เลยสักหน่อย
แต่ภายในใจมันก็เริ่มอัดอั้นจนอยากระบายออกมาให้เพื่อนในกลุ่มได้รับรู้
มือหนาหยิบแก้วแอลกอฮอล์ที่ถูกเติมเรียบร้อยแล้วมากระดกเข้าปากอีกครั้งอย่างหวังว่ามันจะทำให้ตัวเองนั้นอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง
แม้ตอนนี้มันจะแทบไม่ช่วยอะไรเลยก็ตาม
“น้องมีนเนี่ยนะ”
เจสันขมวดคิ้ว
คำที่ได้ยินทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก
บอกว่าสหภัฐเป็นฝ่ายคอลกับผู้หญิงคนอื่นยังน่าเชื่อซะกว่า
“อืม
ก็พูดถึงมีนจะให้หมายถึงใคร”
นัยน์ตาคู่คมฉายแววขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด
นึกถึงแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย
อาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ดูมีความสุขออกนอกหน้านอกตา ทำตัวลั้ลลาราวกับว่าเขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยกัน
เหอะ!
แบบนั้นมันหยามกันชัดๆ
เลย
“แปลก... ปกติเห็นน้องเขาคลั่งรักนายจะเป็นจะตาย”
เจสันเอ่ย
พลางเงยหน้าสบตาเพื่อนสนิท
“เด็กมันทนรอไม่ไหวแล้วรึเปล่า
ถึงไปหาซบอกผู้ชายคนใหม่”
แมทธิวแสยะยิ้มมุมปาก
ให้สหภัฐได้แต่ทำหน้าเซ็งออกมา
นอกจากเพื่อนจะไม่ช่วยอะไรแล้ว
ยังจะมาซ้ำเติมกันอีก
เพื่อนกลุ่มเขานี่มันเพื่อนดีเด่นจริงๆ
เลย
สหภัฐปรายตามองพนักงานที่คอยเดินมาบริการลูกค้าวีไอพีอย่างพวกเขา
ด้วยการเติมน้ำแข็งและชงเหล้าให้กันไม่ขาด ยามพรูลมหายใจออกมา
ให้ตายเถอะ!
ทำไมเขาถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้กันนะ
แมทธิวขยับมากอดคอสหภัฐเอาไว้
ก่อนจะระบายยิ้มบางๆ ขณะกระซิบใกล้ๆ
“เอาน่า...
อย่าทำหน้าบูดให้เสียอารมณ์ไปเลย เดี๋ยวคืนนี้พี่พาไปตี้สาว”
หล่อระดับพระกาฬอย่างสหภัฐ
หาผู้หญิงใหม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
แค่กระดิกนิ้วก็มีแต่สาวๆ
พร้อมถวายตัวมารักษาแผลใจให้เต็มไปหมด
“ตี้สาวอะไรวะ หมดอารมณ์จะตี้แล้ว”
สหภัฐตอบกลับ ยามยกแขนแมทธิวออกจากตัว
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
พักหลังมานี้เขาเที่ยวผู้หญิงน้อยลงกว่าปกติจนรู้สึกได้
เป็นเมื่อก่อนสหภัฐยอมรับว่าตัวเองเป็นหนึ่งในหนุ่มรักสนุกที่พร้อมจะกลับห้องกับสาวสักคนหลังร้านปิดได้อยู่ตลอดเวลา
ทว่า
ตอนนี้ไม่ว่าจะมีสาวสวยแค่ไหนมาให้ความสนใจหรือเชิญชวนกัน
เขาก็ไม่ได้นึกอยากเอาเวลาไปใส่ใจใครอื่นทั้งนั้น
ในหัวมันเผลอนึกไปถึงยัยตัวเล็กที่ชอบมาขายขนมจีบให้กันบ่อยๆ
ตั้งแต่สมัยมัธยมจนขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังไม่เปลี่ยน
‘มีนชอบพี่ครามค่ะ
เป็นแฟนกันนะคะ’
ท่าทางสุดแสนไร้เดียงสาที่มาพร้อมกับสองแก้มข้างที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ
นัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววประหม่าออกมาอย่างชัดเจน
ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกขบกัดอย่างไม่มั่นคงทางความรู้สึก เมื่อต้องมายืนบอกความรู้สึกตรงๆ
ของตัวเองต่อหน้ากัน
สาวน้อยผมเปียสองข้างในชุดนักเรียนมัธยมที่กำลังหยิบยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดดอกหนึ่งมาให้กันนั้น
สหภัฐยังจดจำมันได้ขึ้นใจ
ช่างดูน่ารักและน่ารังแกไปในเวลาเดียวกัน
จากที่ไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นอย่างอื่น
นอกจากเพียงน้องสาวที่บังเอิญได้มาสนิทสนมกันจนเกินพอดี กลับกลายเป็นว่าทุกวันนี้
ความรู้สึกทุกอย่างเริ่มค่อยๆ ต่างออกไป และดูเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน
ดูได้จากที่เวลามีอะไร
ชายหนุ่มก็มักจะเผลอนึกถึงมีนาก่อนใครเสมอ
สหภัฐไม่ชอบตัวเองเวลาเป็นแบบนี้เลย
เขาไม่ชอบมันเลยสักนิดเดียว
ความรู้สึกมันคล้ายว่าเขากำลังจะสูญเสียความโสดที่ครอบครองมาเนิ่นนาน
สูญเสียอิสรภาพของผู้ชายดั่งพญาราชสีห์ที่ต้องลาจากจากป่าใหญ่
สหภัฐรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง
เพื่อมอบให้ใครอีกคน
“อะไรกันวะ
แค่ผู้หญิงคนเดียวทำนายเป็นขนาดนี้เลยหรอคราม”
แมทธิวมองเพื่อนอย่างนึกหงุดหงิด
ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไร
หากเพื่อนจะมีแฟนหรือตกลงปลงใจคบหากับผู้หญิงคนไหนสักคน แต่ในเมื่อตอนนี้อีกฝ่ายยังโสด
จะมาทำตัวเหมือนเสือที่ถอดเขี้ยวไร้เล็บแบบนี้เห็นแล้วมันก็อดขัดใจไม่ได้
สหภัฐดันลิ้นตัวเองกับกระพุ้งแก้ม
จ้องหน้าแมทธิวนิ่งๆ ด้วยอารมณ์ที่ไม่คงที่
“ไม่เอาน่า ใจเย็นๆ”
เจสันรีบห้ามทัพ
ก่อนจะเงยหน้าสบตาแมทธิวที่เริ่มหัวร้อนขึ้นมาอีกคน
“ก็รู้อยู่ว่าคนนี้มันจริงจัง
แตะมากไม่ได้”
“จริงจังแล้วจะเล่นตัวทำไมนักหนา
สงสารน้องมีนป่ะวะตามตื้อมาตั้งหลายปียังเป็นได้แค่รุ่นน้องคนหนึ่งอยู่เลย”
แมทธิวเอ่ยอย่างนึกรำคาญ
เป็นเขาจะไม่มีทางปล่อยให้เวลามันผ่านมานานขนาดนี้โดยที่ไม่มีแม้แต่สถานะอะไรให้กันเลย
ไม่ต้องรอให้มีนาเป็นฝ่ายมาสารภาพรักหรอก
เขาจะเป็นฝ่ายขออีกคนเป็นแฟนเองตั้งแต่สองวันแรกที่เจอเลย
เด็กอนุบาลยังมองออกเลยว่าสหภัฐเองก็ชอบมีนาแค่ไหน
เพื่อนตัวดีกลับทำเก๊กหน้าตึง
ปากหนักเป็นหิน ไม่ยอมรับรักจริงๆ จังๆ สักที
ถ้ามีใครสักคนมาชิงตัดหน้าไปก่อน
แมทธิวเนี่ยแหละที่จะนั่งสมน้ำหน้าเพื่อนไปจนวันลูกบวชเลย
“ยุ่งอะไรวะ” สหภัฐเอ่ยเสียงห้วน
น้ำเสียงบ่งบอกชัดถึงความไม่พอใจ
เขาจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา
ไม่ว่าเพื่อนหรือใครก็ไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งหรือโน้มน้าวให้คนอย่างสหภัฐตัดสินใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่างทั้งนั้น
แมทธิวเลียปาก
ตวัดสายตามองเพื่อนด้วยแววตาไม่บ่งบอกอารมณ์
ท่าทางที่ทำให้สหภัฐหยัดตัวลุกขึ้นยืนนิ่งๆ
ก่อนจะเดินออกไปทางโซนระเบียงสูบบุหรี่ด้านนอกร้านทันที
แมทธิวขยับเสื้อคลุมให้เข้าที่
นั่งจิบเหล้าต่อด้วยท่าทางหงุดหงิดไม่แพ้กัน
เจสันแตะไหล่แมทธิวเบาๆ
ก่อนจะเอ่ยบอก
“เดี๋ยวคุยกับมันเอง”
แมทธิวพยักหน้ารับ
ก่อนจะเริ่มหันกลับไปสนใจบรรยากาศรอบข้างอย่างหวังว่าจะทำให้ตัวเองอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้าง
ในขณะที่เจสันนั้นเดินตามสหภัฐออกไป
“ขึ้นง่ายจังนะ”
เจสันเอ่ย ขณะหยุดยืนอยู่ข้างๆ
สหภัฐที่ยืนท้าวแขนอยู่กับขอบระเบียงเหล็ก
ร่างสูงหันกลับไปมองเล็กน้อย
ก่อนจะจุดมวนบุหรี่มาสูบเข้าปอด
ควันสีขาวอมเทาลอยละล่องออกจากริมฝีปากหยักช้าๆ
ท่ามกลางบรรยากาศโปร่งๆ ที่แตกต่างจากแสงสีเสียงด้านในร้านอย่างสิ้นเชิง
ท่าทางที่ทำให้เจสันลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ก็รู้อยู่นี่หว่าว่าไมล์มันเคยชอบน้องมีนมาก่อน
มันอุตส่าห์ยอมหลีกทางให้ตั้งนานแล้วความสัมพันธ์ของนายกับน้องก็ดันยังไม่คืบหน้าสักที”
เจสันอธิบาย ให้สหภัฐปรายตามอง
ก่อนจะเอ่ยเสียงแข็ง
“มันคืบหน้าในแบบของฉัน”
ความสัมพันธ์ของเขากับมีนาเป็นอะไรที่ยากจะอธิบายออกมาได้ด้วยคำพูด
หากมองในมุมมองของบุคคลอื่นที่อยู่รอบข้างคงจะมองว่ามีนาเป็นฝ่ายตามตื๊อเขาอยู่ฝ่ายเดียว
ทั้งที่ความจริงแล้วมันอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นอย่างที่เข้าใจ
สหภัฐรู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่
เขาจะเลือกทำแบบที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ต่อไป
ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไรก็ตาม
เจสันถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างนึกจนใจ
เขาขยับมายืนท้าวขอบระเบียงข้างๆ โดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรต่อ
ความเงียบเข้าปกคลุม
มีเพียงกลุ่มควันสีจางๆ เท่านั้นที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
“เท่าที่เป็นอยู่มันยังดูจริงจังไม่พอหรอวะ
น้องถึงยังอยากคุยกับคนอื่น”
ในที่สุด สหภัฐก็หลุดในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวลและคิดไม่ตกอยู่ในเวลานี้ออกมา
นัยน์ตาคู่คมฉายแววสั่นคลอน
แม้จะเพียงเล็กน้อยก่อนที่ความรู้สึกเหล่านั้นจะมลายหายไปภายในเวลาไม่นานก็ตามที
เจสันเลิกคิ้ว
นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินประโยคอะไรแบบนี้ออกมาจากคนอย่างสหภัฐ
เสือผู้หญิงที่หาตัวจับยาก
แถมยังเจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกิน แต่กลับกำลังมีแต่ความกังวลมากมาย
เพียงเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว
มันคงจริงอย่างที่แมทธิวเคยว่า...
มีนาคงจะมีอิทธิพลต่อเพื่อนเขามากจริงๆ
“ไม่ชอบที่ต้องรู้สึกแบบนี้เลยว่ะ”
สหภัฐไม่ชอบเลยที่ต้องเป็นฝ่าย
หึงหวง อะไรที่มันงี่เง่าแบบนี้อยู่คนเดียว
มันเป็นเรื่องปกติที่สหภัฐจะมีนิสัยติดหวงของมาตั้งแต่ยังเด็ก
แต่ในสถานการณ์นี้มันต่างออกไป
เขาไม่ชอบให้มีนายิ้มให้คนอื่น
ไม่ชอบให้เด็กคนนั้นสนิทกับใครมากเกินความจำเป็น
ไม่ชอบสักนิดที่อีกฝ่ายจะเห็นใครหรือสิ่งอื่นใดๆ
สำคัญกว่า
สหภัฐอยากเก็บมีนาเอาไว้เชยชมเพียงคนเดียว
แม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ได้เป็นอะไรกันก็ตาม
“ลองคุยกับน้องเขาตรงๆ
ดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น” เจสันเสนอความเห็น
สหภัฐพ่นควันบุหรี่อีกครั้ง
ยามสบตาเพื่อนด้วยสีหน้าครุ่นคิด
มือหนาขยี้มวนบุหรี่ลงบนถาดสแตนเลสด้านข้างเพื่อดับมัน
ก่อนจะตัดบท
“ไม่มีอะไรต้องคุย”
จะให้บอกไปตรงๆ
งั้นหรอว่าที่เป็นอยู่คือการหึงหวง
สหภัฐไม่มีทางทำแบบนั้นแน่
มันใช่เรื่องที่ไหน ยัยเด็กนั่นรู้เข้ามีหวังได้ใจยกใหญ่กันพอดี
“งั้นก็ไม่มีอะไรจะแนะนำ”
เจสันยักไหล่เล็กน้อย
เขาเองก็จนปัญญาจะหาทางช่วยเพื่อนสนิทเกี่ยวกับเรื่องนี้เต็มที
สหภัฐขยี้หัวตัวเองแรงๆ
ด้วยท่าทางหัวเสีย
“หรือจะลองพาน้องมีนมาก๊งเหล้ากับพวกเราดูสักครั้งเปล่าล่ะ
น้ำเมาเข้าปากจะพูดจะคุยอะไรก็คงง่ายขึ้น”
“ฝันอยู่รึไง”
สหภัฐคำรามเสียงดัง โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรองเป็นครั้งที่สอง
ใครจะบ้าพาของรักของหวงมาในดงชายโฉดแบบนี้
ยิ่งเป็นกลุ่มเพื่อนของเขาด้วยแล้ว พวกมันอันตรายยิ่งกว่าอะไรบนโลกซะอีก
สหภัฐไม่คิดจะปล่อยให้มีนมาสนิทกับคนพวกนี้แน่
เจสันหัวเราะร่วน
ชายหนุ่มส่ายศีรษะไปมากับท่าทางของเพื่อนสนิท
มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสหภัฐคิดอะไรอยู่
“หากจะคบกัน
ยังไงก็ต้องพาน้องเขาเข้าสังคมกับเราให้ได้ด้วยอยู่ดีไม่ใช่หรอ”
พวกเขาไม่ใช่คนไม่ดีสักหน่อย
แค่ติดเจ้าเล่ห์ตามประสาผู้ชายรักสนุกก็แค่นั้น
สหภัฐเองก็มีนิสัยพวกนี้เช่นเดียวกัน
เป็นเพื่อนกันได้ก็ต้องมีนิสัยเหมือนกันอยู่ไม่มากก็น้อยนั่นแหละน่า
แล้วจะมาห้ามไม่ให้มีนาเข้ามายุ่งกับพวกเขา มันก็ต้องห้ามตัวเองไม่ให้ไปยุ่งกับน้องด้วยหรือเปล่าล่ะถึงจะถูก
“บางทีน้องมีนอาจจะแอบน้อยใจที่นายไม่เคยยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในโลกหรือสังคมของเราบ้างเลยก็ได้นะ”
เจสันว่าต่อ ให้สหภัฐเงยหน้าขึ้นมาสบตา
“ตามตื้อตามจีบก็ยาก พยายามมาตั้งนานหลายต่อหลายปีก็เป็นได้แค่เพียงคนในความลับอยู่แบบนี้...
เป็นใครใครก็ท้อป่ะวะ”
เจสันสบตากลับด้วยแววตาจริงจัง
เขาไม่อยากให้เพื่อนสนิททำพลาดจนต้องสูญเสียความรักดีๆ
ในครั้งนี้ไป
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเขาอย่างสหภัฐ
หรือผู้หญิงของเพื่อนอย่างมีนาเอง ชายหนุ่มก็ไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดเพราะเรื่องเหล่านี้ทั้งนั้น
คนสองคนเมื่อมีหัวใจตรงกันเท่านั้นมันมากพอแล้วที่จะพัฒนาความรู้สึกให้เพิ่มมากขึ้นไป
ไม่ใช่ปล่อยเบลอกับทุกเรื่องจนบางทีมันอาจเป็นฉนวนตัวร้ายในการทำลายความรักในชีวิตคู่ไป
เจสันไม่อยากให้ทุกคนที่เขารักและหวังดีด้วยต้องเจ็บปวด
ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันมีทางออกที่ดีกว่า
แค่ชีวิตรักของตัวเองที่เคยทำพลาดไปในอดีตจนไม่สามารถนำกลับมาได้ก็เยอะมากพอแล้ว
รอยแผลเป็นเก่าๆ
ที่แม้จะไม่เหลือร่องรอยไว้ให้เห็นแต่ก็ยังเจ็บปวดทุกครั้งอยู่ภายในหัวใจ
ในเมื่อสหภัฐมีโอกาส
เจสันก็อยากให้เพื่อนประคองความรักเอาไว้ให้แน่น
อย่าปล่อยหลุดมือไปเหมือนอย่างที่เขาเคยทำ
“อะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว
มันย้อนเวลากลับไปแก้ไม่ได้หรอกนะคราม”
“...”
“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามควรคิดไตร่ตรองให้ดีๆ”
“เอาไว้ให้คบกันเมื่อไหร่
จะยอมพามาเปิดตัวแล้วกัน”
สหภัฐรับรู้ถึงความหวังดีของเพื่อนได้เป็นอย่างดี
ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนกำลังสื่อ
แต่เรื่องทุกเรื่องหากเกี่ยวข้องกับมีนาแล้วนั้น มันไม่เคยง่ายเลยสำหรับเขา
แค่เพราะเป็นมีนทุกอย่างก็ดูยากไปหมด
มีนาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ
ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต
มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหมือนอย่างที่แล้วๆ
มา แต่ในตอนนี้สหภัฐเองก็ยังไม่พร้อมที่จะคล้องคอตัวเองไว้กับบ่วงของใคร
เขายังรักความอิสระของชีวิตโสด
และหวงพื้นที่ส่วนตัวอยู่ในบางความรู้สึก
นั่นทำให้สหภัฐตัดสินใจอย่างจริงจังกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ได้สักที
“วันนี้ขอกลับก่อนแล้วกัน
หมดอารมณ์จะดื่มแล้วว่ะ ฝากบอกไอ้ไมล์ด้วย”
ให้ตาย!
เพราะแบบนี้ไงถึงได้หงุดหงิดตัวเองไม่ยอมหาย
ความรู้สึกอยากเที่ยว
อยากดื่ม มันแทบหายไปเลย เมื่อในสมองเอาแต่เฝ้าคิดถึงเรื่องของมีนาไม่หยุด
นี่คงไม่ใช่สัญญาณแรกของคนที่จะสละความโสดทิ้งไปหรอกใช่ไหม
มันน่าขนลุกที่สุดเลย
“อย่ามาว่ะคราม พึ่งถึงจะมากลับอะไร
อย่ามาทำตัวซึมเป็นส้วมแถวนี้”
เจสันบ่นออกมาเสียงดุ
แขนแกร่งยกขึ้นโอบคอเพื่อน ก่อนจะออกแรงรั้งให้เดินกลับเข้าไปด้านในตัวร้านด้วยกัน
“ไอ้เจ”
“เข้าไปนั่งข้างในด้วยกันก่อนเลย”
กลับคอนโดไปตอนนี้อีกฝ่ายคงไม่พ้นไปนั่งเล่นเอ็มวีดราม่าอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำคนเดียวอีกตามเคย
สู้อยู่กับพวกเขาดีกว่า
ได้ดื่มได้สังสรรค์
บางทีสหภัฐอาจรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
อย่างน้อยพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องกินยาลดไข้ที่เกิดจากการแช่น้ำนานเกินไปแน่ๆ
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น