0 7
คู่แข่งคนสำคัญ
“พี่คะ พวกหนูขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมคะ
ถ้าได้ไม่ครบต้องโดนทำโทษแน่ๆเลย” ลิลล์เอ่ยบอกเสียงใส
ความจริงแล้วเธอตั้งใจพามีนามาประชันหน้ากับสายขิมตรงๆ
มากกว่าจะอยากได้ลายเซ็นรุ่นพี่เสียอีก
เคยได้ยินไหม
หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่งน่ะ
รู้เขารู้เรา
รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้งค่ะ!
มีนาเม้มปาก
เธอกำสมุดสะสมลายเซ็นเอาไว้แน่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับสายขิมตรงๆ
จนได้แต่ลอบมองเป็นระยะเท่านั้น
สวยจัง
รุ่นพี่ตรงหน้าสวยมากจริงๆ
ด้วย แถมยังออกน่ารักหมวยๆ ด้วยอีกต่างหาก
เพียบพร้อมไปซะทุกอย่างเลย
สิ่งที่ลิลล์พูดทั้งหมดมันไม่เกินจริงเลยสักนิด
มีนาพยายามที่จะเก็บอาการพิรุธเอาไว้และปั้นรอยยิ้มส่งให้กลุ่มของสายขิมที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า
ท่องไว้สิมีน
เราเป็นแฟนพี่คราม ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวเลย
มีนาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เธอสงสัยมันมีมูลมากน้อยแค่ไหน
แต่ถึงยังไงตอนนี้เธอก็ได้สถานะจากสหภัฐมาแล้ว ดังนั้น
ไม่ว่าศัตรูหัวใจคนนั้นจะเป็นใคร มีนาก็จะสู้
สู้ไปให้สุดทางเลยคอยดู
สายขิมหยุดมองเล็กน้อย
ขณะพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่ม
เธอเลื่อนสายตามองไปยังลิลล์ที่เป็นคนเอ่ยทักทายเป็นคนแรก
ก่อนจะมองมีนาและจ้าวสมุทรตามลำดับ
เรียกได้ว่ารุ่นน้องกลุ่มนี้นั้นหน้าตาดีทั้งกลุ่ม
คงเป็นตัวท็อปในมหาวิทยาลัยได้ไม่ยาก
‘เมธวิน’ หรือ
‘มาร์ช’ มองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยความสนใจ
สายตาจับจ้องไปยังรุ่นน้องคนสวยที่หยุดยืนอยู่ด้านข้างอย่างโจ่งแจ้ง
ยามยกยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์เจ้าตัว
“อยากได้ลายเซ็นพวกพี่
น้องมีอะไรมาแลก”
“มีเบอร์ผมอ่ะ
พี่เอาเปล่าครับ”
จ้าวสมุทรตอบกลับยามสบตากับรุ่นพี่ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
ดูสายตาที่กำลังมองมีนาด้วยความสนใจอย่างออกนอกหน้านั่นสิ
น่าควักลูกตาออกมาโยนเล่นชะมัดเลย
“ฮิ้ววววว!”
เสียงโห่แซวของกลุ่มรุ่นพี่ด้านข้างดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
กลุ่มของสายขิมและมีนาต่างถูกจับจ้องด้วยสายตาของคนรอบข้าง
พวกเขากำลังเป็นจุดรวมของสายตาพวกพี่ๆ ในคณะเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้คนที่กำลังเดินผ่านก็ยังต้องเอี้ยวหลังหันมองมาทางนี้อย่างอยากรู้
เมธวินมองไปที่มีนา ชายหนุ่มไม่นึกสนใจสายตาไม่เป็นมิตรของจ้าวสมุทรแต่อย่างใด
“พี่อยากได้ของเพื่อนน้องมากกว่า”
ไม่ว่าเปล่าเขายังหันไปยิ้มหวานให้กับมีนาอีกต่างหาก
“ขอเบอร์แลกลายเซ็นได้รึเปล่าครับคนสวย”
จ้าวสมุทรโอบเอวมีนาเข้าหาตัวในทันที
ทำเอาคนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างมีนาได้แต่เงยหน้ามองเพื่อนด้วยแววตาตื่นๆ
“โทษทีพี่
คนนี้ผมหวงว่ะ”
หนุ่มรุ่นน้องว่าเสียงดังฟังชัด
เมธวินหยุดสายตาหันกลับมามองที่เด็กหนุ่มใจกล้าตรงหน้าอีกครั้ง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเจอเด็กที่กล้าต่อปากต่อคำกับพวกเขา
“หูยยยย แรงว่ะน้อง”
กลุ่มเพื่อนของเมธวินเอ่ยแซวอย่างนึกสนุก
แต่คนถูกแซวกลับไม่ตลกด้วย
มีนารู้สึกอยากพาตัวเองไปจากที่นี่เต็มทน
“เอาสมุดมาสิ
เดี๋ยวพี่เซ็นต์ให้”
เสียงหวานๆ ของสายขิมเปรียบเสมือนระฆังห้ามทัพได้เป็นอย่างดี
ทันทีที่ได้รับคำอนุญาต
ลิลล์ก็รีบยื่นสมุดทั้งของตัวเองและของเพื่อนทั้งสองให้ด้วยรอยยิ้ม สายขิมรับปากกากับสมุดมาเซ็นต์
ก่อนจะยื่นส่งไปให้เมธวิน
“เซ็นต์ให้น้องดีๆ
เป็นพี่ก็ทำตัวให้มันน่าเคารพหน่อย”
ใช้โอกาสในทางที่ผิดแบบนี้น้องมองไม่ดีแย่
เมธวินเบะปากอย่างนึกเซ็ง
ก่อนจะรับมาเซ็นต์ให้
“ขอบคุณนะคะ
พี่ขิมนี่ทั้งน่ารักแถมยังใจดีอีก” ลิลล์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ”
จ้าวสมุทรเอ่ยบ้าง
ทว่ามีนากลับพูดไม่ออกนอกจากก้มมองสมุดในมือ
“จริงๆ แล้วพวกพี่ไม่ได้ให้ลายเซ็นใครง่ายๆ
นะ” สายขิมมองหน้ามีนายิ้มๆ
“เราน่ะ
เย็นนี้มาหาพี่ที่ห้องสโมหน่อยสิ”
“มีนหรอคะ?” มีนาชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยสีหน้างุนงง
ทำไมถึงต้องเจาะจงเป็นเธอด้วยล่ะ
ไม่เห็นเข้าใจเลย
จ้าวสมุทรกับลิลล์หันมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“อืม เรานั่นแหละ
มีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย”
เมธวินสบตากับเพื่อน
ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มจนเผยให้เห็นรอยบุ๋มที่ร่องแก้ม
“เอ่อ…” มีนาอึกอัก เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบปฏิเสธอย่างไร
จึงได้แต่หันมองหน้าเพื่อนทั้งสองราวกับขอความช่วยเหลือ
“มาเถอะน่า
เพื่อนพี่มันไม่กัดหรอก” เมธวินรบเร้า
“งั้นถ้าผมไปด้วย
พี่จะว่าอะไรไหมครับ”
จ้าวสมุทรถอนหายใจเฮือกใหญ่
บอกตามตรง ไม่ไว้ใจรุ่นพี่กลุ่มนี้เลย
ถึงมองจากภายนอกพี่สายขิมจะดูพึ่งพาและไว้ใจได้
แต่เพราะเพื่อนผู้ชายของกลุ่มที่ดูจะสนิทกับสายขิมเอามากๆ
ทำให้จ้าวสมุทรชักไม่แน่ใจแล้วว่าที่รั้งมีนาเอาไว้กันแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงอยู่กันแน่
“เรื่องของสายรหัสน่ะ
นายจะมาทำอะไร”
ในที่สุดสายขิมจำต้องเอ่ยบอกออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าความจริงแล้วมันควรถูกเก็บเป็นความลับและค่อยเฉลยในวันท้ายๆ ก็ตาม
จ้าวสมุทรเลิกคิ้ว
ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าที่สายขิมพูดมามันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างหรือเปล่า อีกอย่างตอนนี้มีเรื่องของสหภัฐเข้ามาเกี่ยวด้วย
พวกเขาไม่รู้เลยว่าแฟนของมีนากับสายขิมมีความสัมพันธ์กันยังไง
ทั้งสองไม่ควรรู้จักหรือโคจรมาเจอกันได้ในฐานะอื่นๆ ที่พอจะคิดได้เลย
“คือปกติแล้วพวกผมมักจะไม่ค่อยห่างกันเท่าไหร่”
จ้าวสมุทรพยายามอธิบายด้วยเหตุผลที่พยายามคิดมาดีแล้วว่าคนฟังจะต้องยอมปล่อยให้เขาไปกับมีนาอย่างแน่นอน
“ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทนะครับ
แต่ถ้าจะให้ปล่อยมีนไปหาพวกพี่คนเดียวมันคงจะไม่ได้จริงๆ”
“เป็นแฟนกันหรอ” สายขิมเอ่ยประโยคที่นึกสงสัยออกมา
จ้าวสมุทรมีท่าทางปกป้องและสนใจในตัวของมีนาอยู่ไม่น้อย
ทว่าเมื่อมองไปที่มีนาแล้ว สายตาที่อีกฝ่ายใช้มองเพื่อนชายคนนี้มันกลับไม่มีความรักหรือเสน่หาแบบชายหญิงเจืออยู่ในนั้นเลย
จ้าวสมุทรหันสบตามีนา
ก่อนจะนิ่งเงียบไปหลายอึดใจ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ”
แม้ว่าการกระทำแบบนี้มันอาจทำให้มีนารู้สึกสับสนในภายหลัง
แต่เดี๋ยวเขาค่อยอธิบายให้ฟังอีกทีก็ได้
มีนาเลิกคิ้วอย่างคาดไม่ถึง
ก่อนจะนิ่งเงียบไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกไป
หญิงสาวคิดว่าจ้าวสมุทรอาจจะพยายามช่วยเหลือเธอเท่านั้น
อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้
สถานะปลอมๆ นี่ก็อาจจะช่วยกันเมธวินที่ยังคงจ้องมองมาที่เธอตาไม่กระพริบได้อยู่หรอกมั้งนะ
“พี่เป็นสายรหัสเพื่อนลิลล์หรอคะ
แล้วทำไมถึงนัดเร็วนักล่ะ
ลิลล์ที่เงียบไปอยู่นาน
อดที่จะเอ่ยถามออกมาไม่ได้
ไม่ใช่ว่าเขายังไม่ให้เปิดเผยจนกว่าจะถึงงานเฟรชชี่หรอกหรอ
นี่มันออกจะแปลกๆ ไปหน่อยไหมนะ
หรือสายขิมจะรู้ว่าเพื่อนของเธอเป็นแฟนสหภัฐ
และตั้งใจเล่นงานกันกันแน่
แม้ว่าภายนอกที่แสดงออกลิลล์จะไม่หลุดพิรุธออกไปให้กลุ่มรุ่นพี่ตรงหน้าเห็นเลยแม้แต่นิด
ทว่าในใจกลับมีแต่คำถามมากมายอยู่เต็มไปหมด
เธอเลือกคำถามและคำพูดที่ดีที่สุดที่จะนำมันมาใช้ต่อกรกับประธานเชียร์ผู้ทรงอำนาจอย่างสายขิม
แม้ว่าโอกาสชนะของพวกเธอจะเท่ากับศูนย์ก็ตาม
ก็แหม
พวกเราพึ่งเป็นเด็กปีหนึ่งเองนี่เนอะ
จะเอาอะไรไปสู้กับรุ่นพี่ที่มีทั้งสังคมและชื่อเสียงกันล่ะ
“ถ้าพวกพี่บริสุทธิ์ใจจริง
แค่ยอมให้ผมไปด้วยก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไรนี่ครับ”
จ้าวสมุทรหันมองลิลล์ก่อนจะสบตากับสายขิมอีกรอบ
ถึงยังไงชายหนุ่มก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้มีนาต้องไปเผชิญปัญหาที่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้เพียงลำพังหรอก
เขาจะอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายไปจนสุดทาง
สายขิมยักไหล่
เธอนึกไม่ถึงว่ารุ่นน้องกลุ่มนี้จะกล้าต่อล้อต่อเถียงกันเป็นวรรคเป็นเวรขนาดนี้
ในขณะที่รุ่นน้องคนอื่นๆ ต่างมองมาที่เธอด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ
แม้แต่จะพูดอะไรออกมาสักคำมันยังมีแต่คำเยินยอ และถ้อยคำที่สุภาพ
ให้เกียรติทั้งนั้น
กลุ่มนี้ก็มีนะ
ท่าทางเคารพ ให้เกียรติกัน
ทว่าอะไรที่อีกฝ่ายคิดว่ามันไม่ถูกไม่ควรเพราะมีความเห็นไม่ตรงกัน
กลับพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
ปกป้องกันราวกับเป็นเพื่อนตายที่รู้สึกกันมาแสนนาน
เธอชักจะชอบรุ่นน้องกลุ่มนี้ซะแล้วสิ
ใจกล้าดี
ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยๆ หรอกนะ
“เอาสิ
ถ้าไม่ไว้ใจกันจะมาก็มา”
เมื่อได้รับคำอนุญาต
จ้าวสมุทรก็ได้แต่ระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ
“ขอบคุณครับ”
ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคตัดบทสนทนา
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว
พวกผมขอตัวนะครับ”
สายขิมพยักหน้าให้เบาๆ
เป็นเชิงอนุญาต
จ้าวสมุทรโคลงหัวให้กลุ่มรุ่นพี่เล็กน้อยก่อนจะจูงมือมีนา
และพาเพื่อนๆ ของเขาออกมาจากตรงนั้นทันที ในขณะที่สายขิมมองตามไปจนสุดสายตา
“เด็กแม่ง... น่าว่ะ”
เมธวินเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง
ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เขานึกสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งสองมากที่สุด
“สองคนนั้นเป็นแฟนกันจริงหรอวะ”
น่ารักขนาดนี้
ชิงมีแฟนไปก่อนได้ไง
น่าเสียดายแย่
“อย่ามายุ่งกับน้องฉัน”
สายขิมแกล้งโยนถุงขนมห่อใหญ่ใส่เพื่อน
ก่อนจะเดินหนี เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนอื่นๆ ในกลุ่มเริ่มสลายตัว
ถึงยังไงรุ่นน้องคนนั้นก็เป็นสายรหัสของเธอ
ปล่อยให้เพื่อนเอามาพูดกันสนุกปากคงไม่เหมาะ
ปกป้องสักหน่อยดีกว่า
“ไอ้ขิม...”
เมธวินทำหน้าโอดครวญ
หยิบถุงขนมมากอด ก่อนจะเดินตาม
“ไม่เอาดิ เธอก็รู้ว่าเราไม่ได้ถูกใจใครบ่อยๆ”
“ก็เห็นนี่ว่าน้องเขามีแฟนแล้ว
ท่าจะรักกันมากด้วย” สายขิมตอบกลับ
“มีได้ก็เลิกได้ ถ้าเราจะเอาซะอย่าง
แค่แย่งก็ไม่น่ายากป่ะวะ”
ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเมธวินคนนี้อยู่แล้ว
“อย่าทำอะไรที่มันเกินไปนักก็แล้วกัน
ถ้าคิดจะจีบน้องดีๆ ฉันก็ไม่ได้ขัด”
เมธวินดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม
ตอบเสียงยานคางอย่างนึกรำคาญใจ
“คร้าบคุณแม่”
ชายหนุ่มมองตามสายขิมเดินกลับไปที่ห้องสโมสร
ก่อนจะยักไหล่แล้วหยิบมือถือขึ้นเลื่อนหาคอนแทคสาวๆ ที่จะไปหาแทน
ก็นะ มีเวลาว่างแบบนี้...
ไปเที่ยวกับสาวให้มันกระชุ่ยกระชวยหัวใจดีกว่า
ส่วนน้องมีนา เดี๋ยวค่อยว่ากันว่าจะเอายังไงต่อ
เมธวินกระตุกยิ้ม
แววตาแอบแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง
มีนกับมาร์ช...
แค่ชื่อก็คล้องจองกันสุดๆ
เหมาะกับเป็นเนื้อคู่กันชัดๆ!
“ไม่ไว้ใจเลยว่ะ
เห็นสายตาพี่มันป่ะ โคตรน่าเอาไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มตา”
จ้าวสมุทรคาบลูกชิ้นปลาที่ชุ่มไปด้วยน้ำจิ้มเจ้าประจำเข้าปากด้วยท่าทางหงุดหงิด
นี่ถ้าไม่ติดว่าไปกับมีนานะ
เขาคงจะหาเรื่องเมธวินมากกว่านี้
เพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะโดนหางเลขไปด้วยเลยทำอะไรไม่ได้มากนอกจากจะแสดงตัวแกล้งเป็นแฟนมีนาเพื่อเป็นไม้กันหมาแทนไอ้พี่ครามที่ไม่รู้จะรู้บ้างรึเปล่าว่ากิ๊ก
(ที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน) ของตัวเองกับกลุ่มเพื่อนกำลังจงใจหาเรื่องมีนา
“เอาจริงๆ พี่เขาก็หล่อดีออก
เห็นว่าป็อปน่าดูเลยนะ”
ลิลล์แอบกระซิบ หลังจากที่เธอมองซ้ายขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีทั้งพวกรุ่นพี่หรือรุ่นน้องคนไหนที่อยู่ในกลุ่มของสายขิมอยู่บริเวณโดยรอบ
เธอยังไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นรุ่นน้องไม่เคารพรุ่นพี่หรอกนะ
แต่ดูเหมือนจ้าวสมุทร เพื่อนของเธอจะไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย อีกฝ่ายเอาแต่ทำหน้าหงุดหงิดแถมยังเอ่ยถึงเพื่อนในกลุ่มของสายขิมอย่างโจ่งแจ้งอีกต่างหาก
“เหอะ
ป็อปก็ป็อปเหอะ”
คิดว่าคนอย่างจ้าวสมุทรสนใจอะไรแบบนั้นหรือไง
คนป็อปในมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะ อีกฝ่ายเข้าหาเพื่อนของเขาโต้งๆ จนดูน่าหมันไส้
“ขนาดบอกไปว่าเป็นแฟนยังจ้องไม่วางตา
มันใช่สิ่งที่คนดีๆ เขาทำกันหรือไง”
จ้าวสมุทรโครตไม่ชอบผู้ชายประเภทนี้เลย
เมธวินไม่ต่างจากสหภัฐเลยสักนิด
เจ้าชู้เรียกพ่อ
คารมดีที่หนึ่ง แถมยังมองสาวๆ เป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์
ทำไมเพื่อนเขาถึงต้องมีเรดาร์จับพวกผู้ชายพวกนี้เข้ามาอยู่ในชีวิตด้วยเนี่ย
ผู้ชายดีๆ มีถมเถไป
ยกตัวอย่างเช่นเขาคนหนึ่งแล้วนี่ไงล่ะ
“เราก็มีโจอยู่ด้วยทั้งคนนี่ไง”
มีนากอดแขนจ้าวสมุทรกับลิลล์แล้วระบายยิ้มออกมา
เธอโชคดีชะมัดที่มีเพื่อนดีๆ
สองคนคอยซัพพอร์ตกันแบบนี้ ถ้าเมื่อกี้เธอต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเพียงคนเดียว
มีนาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาตัวรอดออกมาได้รึเปล่า
“มีลิลล์ด้วย
ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว”
มีนาพูดเอาใจเพื่อนสาวที่กำลังหน้างอ
เมื่อเธอเอ่ยถึงจ้าวสมุทรคนเดียว
จ้าวสมุทรพรูลมหายใจยาว
พอเห็นแววตาใสซื่อของมีนาที่มองมาแล้วทำให้เขาหงุดหงิดต่อไม่ลง
“จะไปด้วยกันป่ะ”
จ้าวสมุทรเอ่ยถามลิลล์
“ไปสิ
อยากรู้เหมือนกันว่าพี่เขานัดมีนไปทำอะไร”
เรื่องของคนอื่น... เอ้ย!
เรื่องของเพื่อน ลิลล์ไม่พลาดอยู่แล้ว
จ้าวสมุทรพยักหน้ารับ
ยามที่พวกเขาหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหน้าโรงอาหารของคณะ ชายหนุ่มกวาดสายตาไปยังร้านอาหารมากมายที่ตั้งเรียงรายกัน
พลางคิดว่าวันนี้จะกินอะไรเป็นข้าวกลางวันดี
“ไปหาอะไรกินที่ตึกบริหารกัน
หิวจะแย่แล้ว”
ไม่ว่าเปล่า มีนายังยกมือขึ้นลูบพุงน้อยๆ
ของตัวเอง ทำหน้าหิวเสียเต็มประดา ทั้งๆ ที่พวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางร้านค้ามากมายของคณะ
“จะหาเรื่องไปเจอพี่ครามก็บอก
ไม่ต้องมาอ้างเลย” จ้าวสมุทรว่าอย่างรู้ทัน
แล้วให้ตายเถอะ
ตึกบริหารกับตึกอักษรอยู่ห่างกันคนละโยชน์เลย ดีที่เขาได้กินลูกชิ้นรองท้องไปบ้างแล้ว
ไม่งั้นกว่าจะไปถึงคงได้เป็นลมตายก่อน
ใช้พลังงานในการคิดสรรหาคำพูดไปต่อกรกับพวกพี่ขิมหนักซะด้วยสิ
“อยากกินข้าวซอยร้านประจำด้วยต่างหาก”
มีนาแย้ง ในหัวนึกไปถึงน้ำซุปเข้มข้น
น่องไก่ชิ้นโตๆ และข้าวซอยกรุบกรอบ
อ่า... น่ากิน
น่ากินจริงๆ
กระเพาะเธอกำลังทำงานหนักเพียงเพราะจินตนาการถึงอาหารเมนูโปรด
พรึ่บ!
ลิลล์ที่ยืนอยู่ตรงกลาง
ขยับมากอดคอทั้งสองเต็มแรง ยามเอ่ยเสียงใส
“ไปค่ะ! เลทโก๊วววว”
โรงอาหารตึกบริหาร
“ทำไมวันนี้คนเยอะชะมัดเลย”
มีนาเอ่ยบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้
เธอพยายามมองหาแฟนหนุ่มของตัวเอง
แต่กลับพบเพียงกลุ่มฝูงชนที่กำลังเดินเบียดเสียดต่อคิวตามร้านอาหารร้านต่างๆ จนแน่นร้าน
ปกติทุกครั้งที่มาผู้คนมักจะบางตา
แต่วันนี้มันกลับแปลกไปจากทุกที
น่าเซ็งชะมัด
ทำไมคนต้องเยอะในวันที่เธอกับสหภัฐเป็นแฟนกันแล้วก็ไม่รู้
“ไปนั่งรอกันก่อนไป
เดี๋ยวเราสั่งให้” จ้าวสมุทรสรุป
ผู้หญิงตัวเล็กสองคนไม่มีทางสามารถอดทนต่อแถวที่ยาวเป็นหางว่าวได้แน่ๆ
ไหนจะพวกผู้ชายตัวโตๆ ในชุดลำลองพวกนั้นอีก ขืนจ้าวสมุทรปล่อยให้มีนากับลิลล์ได้เข้าไปร่วมวงเบียดเสียดด้วยแล้วล่ะก็ต้องมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาไม่หยุด
“ลิลล์นั่งจองโต๊ะไว้นะ
เดี๋ยวเราจะไปช่วยโจถือ”
ยังไม่ทันที่ลิลล์จะได้อ้าปากรับคำ
เสียงเข้มของจ้าวสมุทรก็เอ่ยขัดขึ้นทันใด
“ไม่ต้องเลยครับ
ที่โรงอาหารน่าจะมีถาดอยู่ เดี๋ยวถือมาให้เอง”
จ้าวสมุทรมองไปยังถาดแสตนเลสที่ถูกวางซ้อนดกันเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
รวมกับพวกช้อนส้อม และตะแกรงเครื่องปรุงต่างๆ บนโต๊ะตัวยาวกลางโรงอาหาร
“ไปๆ คนเยอะ
เดี๋ยวโดนเบียดแล้วล้มเหมือนตอนนั้นอีก”
จ้าวสมุทรดันแผ่นหลังเพื่อนทั้งสองให้หันกลับไปทางโต๊ะทานข้าวแทนที่จะเป็นฝั่งร้านค้า
เขาไม่ได้อยากทำตัวเป็นพ่อคนที่สองที่ต้องคอยเอ่ยปากห้ามนั่นนี่เลย
แต่ความซุ่มซ่ามและนิสัยไม่ทันคนของมีนานั่นแหละที่ทำให้จ้าวสมุทรไม่อาจวางใจในตัวเพื่อนสาวคนนี้ได้สักที
เฮ้อ... ขอทีเถอะ
ขอให้ผู้ชายที่จะมาเป็นแฟนมีนาสามารถดูแลอีกคนได้มากกว่าหรือเท่ากันกับเขาหน่อยจะได้ไหม
ถ้าเป็นแบบนั้นได้จริงจ้าวสมุทรคนนี้จะขอบคุณมากๆ และยอมยืดอกถอยมาพักใจ โดยไม่คิดงอแงอะไรอีกเลย
“ก็เราอยากช่วยนี่นา”
“ช่วยอยู่เฉยๆ
ทำตัวว่าง่ายๆ ได้ไหมครับ”
จ้าวสมุทรส่งยิ้มให้
มีนาได้แต่ยู่ปาก
“แกไปกับฉัน”
ลิลล์คว้ามือมีนาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ใช้สายตาสอดส่องและสแกนหาโต๊ะว่างได้แล้ว
ร่างเล็กของมีนาที่ถูกผู้หญิงตัวเท่าๆ
กันอย่างลิลล์ดึงไปอีกทางด้วยท่าทางรีบเร่งราวกับกลัวว่าโต๊ะที่ว่างนั่นจะมีใครมาแย่งไป
ทำให้จ้าวสมุทรลอบถอนหายใจ
ชายหนุ่มมองตามอยู่สักพัก
ก่อนจะกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองด้วยการเดินไปต่อคิวร้านข้าวซอยแทน
เป็นบุญของเขาจริงๆ ที่ลิลล์ก็ชอบกินร้านเดียวกัน
ไม่อย่างนั้นวันนี้ทั้งวันเขาคงเหลือเวลาพักกินข้าวไม่ถึง
10 นาที
อย่างว่าล่ะนะ เป็นผู้ชายก็ต้องคอยบริการผู้หญิง
มันก็ถูกแล้วนี่เนอะ
“แกจะไปไหนเนี่ย
ตรงนู้นก็มีโต๊ะว่าง”
มีนาว่าพลางรั้งแขนตัวเองเอาไว้
ประโยคคำถามที่ทำให้ลิลล์ยิ้มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยตอบหน้าตาเฉย
“จะพามาดูผู้ชายไงคะ”
มีนาหันมองไปรอบๆ ทันที
หญิงสาวทรุดกายลงนั่งข้างๆ
ลิลล์ที่กำลังคลี่ยิ้มหวาน ทำหน้าเคลิ้มฝัน
“หูยแก อาหารตาทั้งนั้นเลย”
ลิลล์ว่าพลางลูบแขนเพื่อนสนิทไปมา ก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างนึกเซ็ง
“เฮ้อ
ทำไมผู้ชายคณะเราไม่น่ากินแบบนี้บ้างนะ”
“นั่นสิ
เด็กบริหารอะไรๆ ก็ดีไปหมดเลย”
มีนามองหนุ่มๆ ที่กำลังยืนพูดคุย
หัวเราะ บ้างก็หันมาทางนี้ด้วยท่าทางเขินๆ
สองแก้มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ต่างจากลูกตำลึงสุก
เมื่อนึกไปถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเหยียบที่นี่
หนุ่มบริหารน่ะงานดีก็จริง
แต่ไม่มีใครสู้พี่ครามของเธอได้เลยสักคน
รายนั้นน่ะเกรดพรีเมี่ยมอย่าบอกใครเชียว
“โอ้ยยย ฟิน”
ลิลล์บิดตัวไปมา
มือไม้แทบจะอยู่ไม่สุข
เผลอหลุดครางออกมาด้วยความฟินขั้นสุดโดยไม่สนแล้วว่าจะมีใครมองมาที่เธอหรือเปล่า
ใครๆ ก็หมายปองเด็กคณะนี้กันทั้งนั้นนั่นแหละ
ตัวเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
ถ้าจะมีแฟนกับเขาสักคนก็อยากหาเอาที่นี่เหมือนกัน
นึกแล้วยังอิจฉายัยมีนไม่หายเลย
ความรู้สึกอิ่มเอมหัวใจที่เพียงแค่ได้มองด้วยตา
หัวใจทั้งดวงมันก็พองโตจนแทบจะระเบิดออก
ไม่ต่างจากเวลาที่เราคลั่งไคล้ดาราสักคนที่แสนโปรดปราน
“มันขนาดนั้นเลยนะ”
เสียงนุ่มทุ้มแหบพร่าที่เอ่ยชิดริมหูจากทางด้านหลังจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่กำลังเป่ารดข้างแก้มทำเอาลิลล์ตกใจจนสะดุ้งโหยง
“ว้ายยย” หญิงสาวหลุดอุทานออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
มือเล็กๆ เกือบจะฟาดลงบนตำแหน่งกลางอกของอีกฝ่าย
ทว่านิโคลัสกลับรับมันเอาไว้ได้ทัน ร่างสูงยกยิ้มมุมปาก แววตาคู่คมฉายแววถูกใจคนตรงหน้าออกมาอย่างชัดเจน
มีอย่างที่ไหน
เป็นเด็กคณะอื่นแต่กลับมานั่งมองผู้ชายคณะของเขาตาเป็นมันแถมยังเพ้อหาราวกับไม่กลัวใครจะมาได้ยิน
“นิค!”
มีนายกยิ้มหวาน
นัยน์ตาคู่สวยฉายแววดีใจ เมื่อได้เจอเพื่อนที่บังเอิญรู้จักกันตอนรับน้องรวมคณะของมหาวิทยาลัย
นิโคลัสหัวเราะเบาๆ กับท่าทางลิลล์ที่กำลังนั่งเม้มปาก
สีหน้าแสดงถึงความอับอายถึงขีดสุด
ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองสบตากับมีนาแล้วเอ่ยทักทาย
“ว่าไงสาวน้อย”
นิโคลัสเลื่อนจานข้าวตัวเองมานั่งข้างๆ
ลิลล์อย่างถือวิสาสะ
“มาทำไรคณะพี่ คณะตัวเองไม่มีโรงอาหารหรอ”
ชายหนุ่มหันไปคุยกับมีนาด้วยท่าทางแซวๆ
เลือกใช้สรรพนามที่ดูกวนๆ ทั้งๆ ที่เราอายุเท่ากัน
“มี...
แต่ไม่มีผู้ชายที่อยากเจอ” มีนาตอบกลับ
คำตอบที่ได้ยินทำให้นิโคลัสเลิกคิ้วขึ้นในทันที
“หืม”
ชายหนุ่มตักข้าวเข้าปาก
ก่อนจะกลืนลงคอด้วยความหิว
“หมายถึงใครอ่ะ
เฮียครามหรือพี่เจมส์”
ทั้งสองคนที่เอ่ยชื่อนิโคลัสรู้จักทั้งหมดนั่นแหละ
พวกเขาสนิทกันอยู่พอสมควร
เพราะสหภัฐเป็นสายรหัสของเขาเอง
“นี่นายรู้ถึงขั้นไหนแล้วเนี่ย”
ลิลล์เอ่ยปากทักอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
เธอไม่คิดว่ามีนาจะมีเพื่อนหน้าตาแบบนี้ด้วย
แถมยังดูสนิทกันมากด้วย
“ไม่บอก”
นิโคลัสกระตุกยิ้ม
นึกพอใจในท่าทางสนอกสนใจของลิลล์อยู่ไม่น้อย
มีนามีเพื่อนหน้าตาน่าเอ็นดูขนาดนี้ด้วยหรอเนี่ย
“ถ้าอยากรู้มาเป็นแฟนดิ
เดี๋ยวบอกทุกอย่างเลย”
นิโคลัสยักคิ้วให้ลิลล์ด้วยสีหน้ากวนๆ
มีนาอมยิ้ม เมื่อได้ยินประโยคจีบโต้งๆ
ของนิโคลัสที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอหันมองลิลล์อย่างอยากรู้ว่าเพื่อนของเธอจะตอบกลับไปว่าอะไร
เท่าที่เธอเคยคุยมา
นิโคลัสก็เป็นคนที่นิสัยดีมากอยู่นะ ถ้าลิลล์ได้คนแบบนี้มาเป็นแฟนคงจะหรรษาน่าดู
“ยี๋! เป็นแฟนกับนาย
ฉันยอมเหี่ยวอยู่บนคานทองดีกว่าย่ะ”
ลิลล์อดไม่ได้ที่จะพูดจิกกัด
แม้ว่าใบหน้าคมหล่อของอีกคนจะตรงสเปคกันไม่ต่างจากที่เธอพึ่งไปอ้อนวอนขอเทพแห่งความรักมาเมื่อสองวันก่อน
แต่เรื่องอะไรคนสวยอย่างฉันจะยอมรับล่ะ
ไม่มีทาง!
ไม่มีทางซะหรอก
“ยี๋นี่รังเกียจ? หรือว่ายี๋พอเป็นพิธีอ่ะ”
นิโคลัสอดที่จะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายไม่ได้
ถ้าเป็นคนอื่นคงได้หน้าแหกเพราะคำปฏิเสธของลิลล์ไปนานแล้ว
แต่กับเขามันไม่ใช่ ชายหนุ่มไม่ใช่คนที่จะมายอมแพ้อะไรง่ายๆ เสียด้วยสิ
มีนาหัวเราะ
เมื่อเห็นว่าลิลล์นั้นใบ้กินไปแล้ว สีหน้าเหวอๆ ของอีกคนทำให้เธอพอจะมองออกว่าคงจะคิดไม่ถึงว่านิโคลัสจะยังสามารถรุกต่อได้อีก
“แล้วเพื่อนๆ นิคไปไหนกันหมดล่ะ
ทำไมมาคนเดียว” มีนามองรอบๆ
“มันปั่นงานกันอยู่บนห้อง
เราหิวอ่ะ เลยมาหาไรกินก่อน”
คนที่เอาแต่ขยันทำงานโดยไม่ห่วงท้องไส้ของตัวเองนี่เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ทำแบบนั้นบ่อยๆ
เสียสุขภาพกันพอดี
“มันคืออะไรอ่ะ
น่ากินจัง”
มีนาชะโงกหน้ามองจานข้าวของนิโคลัสด้วยความอยากรู้
“หมูทอดแกงกะหรี่ไง” คนถูกถามขมวดคิ้ว
นิโคลัสมองหน้ามีนาเป็นเชิงว่าไม่รู้จักเมนูนี้ได้ไง
“ร้านนี้อร่อยนะ
อย่างงี้เลย”
ชายหนุ่มชูนิ้วโป้งขึ้นเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่เกินจริง
“จริงหรอๆ
ต้องเป็นร้านเดียวกับที่พี่ครามชอบซื้อแน่เลย” มีนาตาวาว
เธอเคยเห็นเขากินบ่อยๆ
แต่ไม่เคยลองชิมจริงจังดูสักครั้งหรอก
ไว้วันไหนสหภัฐซื้อมากินที่ห้องอีก
เธอจะลองดูบ้าง
เอ๊ะ
หรือว่าจะลองสั่งมากินวันนี้เลยดีนะ?
ไม่รู้ว่าหน้าตามันดูอร่อยจริงๆ
หรือเป็นเพราะเธอแค่อยากรู้ว่าแฟนของเธอชอบกินอาหารแบบไหนกันแน่
มีนาเริ่มชักจะไม่แน่ใจตัวเองแล้วแฮะ
“มาแล้ว”
จ้าวสมุทรเอ่ยบอก
ยามวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ
โชคดีหน่อยที่เขาเลือกทานเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งเลยไม่จำเป็นต้องเดินกลับไปยกถาดอีกรอบ
ลำพังแค่ข้าวซอยสองชามก็กินพื้นที่ทั้งถาดจนแทบไม่สามารถแทรกอย่างอื่นวางได้อีกแล้ว
ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนแปลกหน้าที่เมื่อครู่นั่งคุยกับเพื่อนๆ
ของเขาอย่างเป็นกันเองด้วยความสงสัย แต่ก็เลือกที่จะไม่เอ่ยถามอะไรออกมา
“ไงวัยรุ่น” นิโคลัสเอ่ยปากทักก่อน
“ไอ้โจใช่ป่ะ
มีนชอบเอาเรื่องนายมาบ่น... เอ้ย! มาเล่าให้ฟังบ่อยๆ”
มีนาลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเพื่อนต่างคณะที่ทำไมจะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายตั้งใจพูดผิดชัดๆ
แต่ก็ยังดีที่อุตส่าห์ช่วยแก้คำให้
“ไอ้? เลยหรอ”
จ้าวสมุทรนิ่งอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด
เขาหันมองมีนาด้วยท่าทางงงๆ
ไอ้นี่มันใครวะ
ทำไมมีนไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังเลย แล้วทำไมต้องทำตัวเหมือนสนิทกับเขาเหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติมะโว้ด้วย
“เอ่อ อ่า... ใช่
เราโจ แล้วนายล่ะ”
จ้าวสมุทรเป็นคนไม่ชอบพูดคำหยาบ
เขามักจะหลุดสบถอยู่บ้างก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้ากลุ่มเพื่อนที่เขารู้สึกสนิทใจด้วยเท่านั้น
ซึ่งทั้งชีวิตก็มีแต่สองสาวตรงหน้านี่แหละ
ถ้าคุยกับเพื่อนคนอื่นในคลาสหรือคนที่เขาไม่สนิทด้วย
จ้าวสมุทรจะค่อนข้างระวังคำพูดตัวเองมากเป็นพิเศษ
จะว่าเขาหยิ่งก็ได้
หรือจะด่าว่าเป็นพวกลูกคุณหนูก็ไม่โกรธกัน
ก็เขาสะดวกแบบนี้จริงๆ
นี่นา
นิโคลัสมองหน้ามีนาเป็นเชิงถามว่าอีกฝ่ายไม่รู้จักเขาหรอ
“นี่นิคไง
ที่เราเคยเล่าให้ฟัง”
มีนายิ้มหวาน
ดูท่าแล้วเพื่อนทั้งสองจะมีทีท่าไม่เข้ากันสักเท่าไหร่
แต่ก็ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพื่อนเธอทั้งคู่นี่นา ไม่อยากให้ไม่ลงรอยกันเลย
“อ๋อ นิกกี้อ่ะนะ”
จ้าวสมุทรคลี่ยิ้มออกมาด้วยท่าทางผ่อนคลายกว่าเดิมขึ้นเล็กน้อย
เขาพอจะจำได้คร่าวๆ
ว่ามีนาเคยเล่าให้ฟังเรื่องเพื่อนที่ชื่อนิค
แต่เพราะเพื่อนในคณะนั้นมีเยอะมากและชอบมีชื่อที่ซ้ำกันค่อนข้างบ่อย ชายหนุ่มเลยตัดสินใจที่จะมอบฉายานี้ให้กับเพื่อนต่างคณะของมีนา
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม
เหตุผลหลักๆ มันมีอยู่สองข้อ
1. มันเรียกง่าย
จำง่าย เพราะนิกกี้เป็นคนเดียวที่มีนาให้ความสำคัญ
ส่วนข้อ 2
ตอนนี้เขาเหม็นขี้หน้าอีกฝ่ายสุดๆ
ไม่ชอบคนที่มาทำตัวตีสนิททั้งที่เราเป็นแค่คนที่พึ่งรู้จักกัน
ฉะนั้นก็เป็นนิกกี้ไปเถอะ
“ว่าไง สบายดีป่ะ”
จ้าวสมุทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
ต่างจากในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
“นิโคลัสครับ
นิกกี้บ้านป้า” นิโคลัสมองแรงอย่างนึกเซ็ง
นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนมีนา
เขาจะคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจกวนตีนกันแล้วนะ
“สะดวกเรียกแบบนี้อ่ะ
ไม่ติดเนอะ” จ้าวสมุทรว่ายิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ถือว่าหายกันกับที่เรียกกันเมื่อกี้”
“เดี๋ยว
หมายถึงที่เรียกไอ้อ่ะนะไอ้คุณชาย” นิโคลัสขมวดคิ้ว
“เจอกันครั้งแรก
มารยาทก็ควรมีนิดนึงรึเปล่า”
จ้าวสมุทรยกยิ้มสุภาพ
ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างมีนาฝั่งตรงข้ามนิโคลัส
ก่อนจะหันกลับมาสนใจอาหารตัวเอง และเริ่มลงมือรับประทาน
นิโคลัสมองบนด้วยท่าทางเหลือจะเชื่อ
เขานึกว่าผู้ชายเหมือนกันจะคุยกันง่ายเสียอีก ไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงๆ
ลิลล์หัวเราะกับการปะทะคารมของทั้งสองหนุ่ม
เสียงใสๆ ทำให้นิโคลัสหันมากระซิบถามอีกฝ่ายเบาๆ
“นี่เป็นแบบนี้ตลอดเลยป่ะ”
“ปกติเขาล่ะ”
ลิลล์พยักหน้าตอบ
“ไม่หิวกันหรอ”
จ้าวสมุทรเอ่ยคล้ายแทนคำว่ารีบกันกินได้แล้ว
ยามก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเร่ง
“อีก 20 นาทีต้องขึ้นคลาสแล้วนะ
เดี๋ยวไม่ทัน”
ตึกอักษรกับบริหารไกลกันมากซะด้วยสิ
พวกเขาต้องเผื่อเวลาเดินทางอีก
“ยังไม่เจอพี่ครามเลย”
มีนาก้มตักข้าวซอยกิน
ก่อนจะทำปากยู่
“มากินข้าวครับ
ไม่ได้มาดูผู้ชายเนอะ” จ้าวสมุทรเอ่ยเสียงเข้ม
เขาไม่ได้อยากจะตำหนิเพื่อนนักหรอก
แต่ที่พูดไปนี่ก็หวังดีทั้งนั้น
นิโคลัสหลุดหัวเราะ เขามองลิลล์กับมีนาด้วยสายตานึกขำ
เมื่อกี้ใครกันนะที่พากันนั่งมองผู้ชายกันเพลินตา
“ก็ผู้ชายแถวนี้มันน่ากินกว่าข้าวนี่นา”
ลิลล์เชิดใบหน้าไม่สนใจทั้งสายตาของนิโคลัสและคำห้ามปรามของจ้าวสมุทร
โดยไม่ลืมที่จะหันไปหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกด้วย
“เนอะยัยมีน”
“อื้อๆ”
ท่าทางที่เข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยของสองสาว
ทำจ้าวสมุทรถอนหายใจยาว
ให้ตายเถอะ
วันนี้คงเข้าคลาสสายอีกตามเคย
“หมายถึง... เราใช่ป่ะ”
นิโคลัสอดที่จะพูดหยอดออกมาไม่ได้
รอยยิ้มที่ส่งให้กับสาวน้อยที่นั่งข้างๆ
กัน บ่งบอกถึงความรู้สึกที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผย
จนแม้แต่มีนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังต้องหันมอง
“ไม่รู้ค่ะ
ยังไม่เคยลอง” ลิลล์มองนิ่งๆ ก่อนจะยกยิ้มยั่ว
“อ่า...”
นิโคลัสเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆเมื่อได้ยินคำตอบที่แสนถูกใจ
นัยน์ตาคู่คมเป็นประกายระยับ
รู้สึกกล้ามเนื้อในอกมันสูบฉีด
อยากสานสัมพันธ์ต่อเลย
ผู้หญิงแบบนี้สิ
ถึงจะเร้าใจ
“หืม”
แม้แต่จ้าวสมุทรที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องของคนอื่นเท่าไหร่
ยังต้องเลิกคิ้วขึ้นมองอย่างนึกสนใจ
ลิลล์เป็นพวกวางสเปคผู้ชายในฝันเอาไว้ค่อนข้างสูงไม่ต่างกันกับมีนา
มีนาน่ะได้แฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว
ถึงจะแอบไปมีตอนไหนไม่รู้ก็เถอะ เหลือแต่สาวน้อยอีกคนในกลุ่มเนี่ยแหละที่ไม่เคยเห็นสนใจใครขึ้นมาจริงๆ
สักที
เขาไม่เคยเห็นลิลล์อ่อยใครมาก่อน
นี่ครั้งแรกเลย...
บุญตาชะมัด
“หิวว่ะ
ปล่อยเลทขนาดนี้ไม่เรียนถึงพรุ่งนี้เลยวะ” แมทธิวบ่นอย่างนึกเซ็ง
เขาล่ะเบื่อนักกับพวกอาจารย์ที่ชอบยัดเนื้อหาให้มันจบเสร็จในคาบเดียว
แล้วก็ต้องมาเดือดร้อนพรากเอาเวลาพักของเขาไปอีก
ลำพังแค่ต้องต่อคิวซื้อข้าวก็กินเวลามากพอแล้ว
นี่ไม่ใช่ว่ากว่าจะหาที่นั่งได้
หย่อนตูดนั่งปั๊บ เวลาพักหมดปุ๊บเลยนะ
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง
แมทธิวจะสั่งข้าวผัดกะเพราไปนั่งกินในคลาสให้หอมฉุยไปทั้งห้องเลยคอยดู
“หยุดบ่นแล้วรีบไปหาข้าวกินเหอะ”
เจสันว่าพลางกวาดสายตามองไปยังบริเวณโดยรอบ
เห็นแต่พวกผู้หญิงส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มมาทางพวกเขา
บางรายแต่งหน้าหนาเตอะจนเหมือนจะไปเล่นละครงิ้ว บางรายก็กระโปรงสั้นแบบที่แค่นั่งก็เห็นทะลุไปถึงไหนต่อไหน
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
อย่างนึกรำคาญใจ
คิดถูกหรือคิดผิดที่เลือกมานั่งทานข้าวในโรงอาหารที่มีกลุ่มคนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่เยอะขนาดนี้ไม่รู้
ไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนมารุมล้อมจนไม่มีเวลากินข้าวหรอกนะ
“ไปกินข้างนอกเหอะ
โรงอาหารตอนนี้คนเยอะคงไม่มีที่นั่งแล้ว”
สหภัฐเอ่ยบอกให้เจสันพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“เฮีย!”
นิโคลัสยกมือข้างหนึ่งขึ้นโบกไปมา
เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มรุ่นพี่แบบพอดิบพอดี ชายหนุ่มส่งเสียงเรียกดังลั่นจนคนหันมองทั้งโรงอาหาร
เสียงเซ็งแซ่จอแจของผู้คนโดยรอบหยุดเงียบลงในทันที
พร้อมกับสายตาอีกหลายคู่ที่มองจ้องไปยังกลุ่มของสหภัฐและกลุ่มของมีนาที่กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่
สหภัฐหันมอง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง
มีน?
คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน
“นั่นเด็กนายป่ะคราม”
แมทธิวเอ่ยเสริม
ขณะยกแก้วน้ำอัดลมแก้วใหญ่ขึ้นดูดระหว่างรออาหาร
“โต๊ะมันมีที่ว่างพอดีเลย”
เจสันเดินนำมานั่งที่โต๊ะ
ก่อนจะส่งยิ้มให้กับ ‘เด็กของเพื่อน’
“นั่งด้วยได้ไหมครับน้องมีน”
มีนาเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยท่าทางประหม่า
เธอทั้งคาดไม่ถึงและไม่ทันได้ตั้งตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสุดๆ
อันที่จริงก็ตั้งใจมาหาสหภัฐนั่นแหละ
แต่พอได้เจอหน้ากันตรงๆ ท่ามกลางทุกคนแบบนี้มันก็อดที่จะประหม่าไม่ได้เหมือนกัน
“เอ่อ... ค่ะ”
มีนาขยับเล็กน้อย เพื่อเพิ่มที่ว่างด้านข้างให้เจสันนั่ง
“อิ่มพอดี
งั้นผมลุกละ”
นิโคลัสว่าพลางหยัดตัวลุกขึ้นยืน
“รายงานที่เอาให้ดู
อย่าลืมส่งให้ผมนะพี่เจมส์”
“เออ ขอบใจว่ะ
พวกกูกำลังหาโต๊ะนั่งกันพอดี”
นิโคลัสพยักหน้ารับ
โดยไม่ลืมที่จะสบตากับลิลล์และเพื่อนๆ ในกลุ่มอีกครั้ง ชายหนุ่มหยุดหันมองสหภัฐ
ผู้เป็นสายรหัสของเขาเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าทักทาย แล้วถึงจะเดินจากไป
สหภัฐเดินมานั่งที่โต๊ะสบตากับจ้าวสมุทร
เขายังคงรู้สึกเคืองและหวงมีนากับอีกฝ่ายอยู่แม้ว่าจะลดน้อยลงมากแล้วก็ตาม
นัยน์ตาคู่คมตวัดมองแฟนสาวของตัวเอง
ก่อนจะเอ่ยถามเสียงกระซิบ
“มาทำอะไร”
“มาหาแฟนไม่ได้หรอ”
สหภัฐชะงักไปเล็กน้อยกับถ้อยคำที่ได้ยิน
เป็นแฟนกันไม่ทันข้ามวัน
เริ่มแผลงฤทธิ์แล้วสินะ
“ทำไมไม่โทรมาก่อน
ถ้ามาไม่เจอมันจะเสียเวลา”
สหภัฐไม่ชอบความยุ่งยากวุ่นวาย
และดูเหมือนว่าอะไรที่สหภัฐไม่ชอบ มีนาก็จะตั้งใจทำมันแทบทุกอย่างราวกับตั้งใจจะแกล้งกัน
“ก็เจอแล้วนี่ไง”
มีนายกยิ้มหวาน
ไม่สนใจท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่พอใจของสหภัฐเลยสักนิด
เธอเห็นมันทุกอย่างนั่นแหละ
เพียงแต่เลือกที่จะไม่เอามาทะเลาะกันมากกว่า
สหภัฐลอบถอนหายใจเบาๆ
ใบหน้าหวานที่แสนดื้อดึงของอีกคน ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ทันทีว่าต่อให้พยายามเถียงไปมากเท่าไหร่ก็ไม่มีวันชนะง่ายๆ
“พวกนายเอาเหมือนเดิมนะ
ฉันไปสั่งข้าวก่อน”
แมทธิวว่าให้เจสันและสหภัฐพยักหน้ารับ
ก่อนไปชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวน้องมีนคนสวยเสียหน่อย
“สนใจไปช่วยพี่ซื้อข้าวให้ไอ้ครามมันไหมครับน้องมีน”
“ไม่ต้อง ของกูเดี๋ยวกูไปซื้อเอง”
สหภัฐว่าเสียงเรียบอย่างนึกหงุดหงิด
ถ้าบอกว่าไม่อยากซื้อให้ก็จบป่ะวะ
ไม่ใช่ดึงเอาเด็กเขาเข้ามาเกี่ยวแบบนี้
แม่ง กวนชะมัดเลย
“งั้นมีนขอไปด้วยนะคะ
อยากกินขนมอยู่พอดี”
มีนาพูดกับสหภัฐ
ให้ชายหนุ่มปรายตามองชามข้าวซอยของมีนาเล็กน้อย ก่อนจะยอมพยักหน้ารับเบาๆ
เมื่อเห็นว่าอีกคนทานจนเกือบจะหมดชามแล้ว
“อืม ไปสิ”
รอยยิ้มหวานและดวงตากลมโตฉายชัดถึงความดีใจ
ยามลุกขึ้นเดินไปเลือกซื้อขนมพร้อมกัน
เมื่อมาถึงร้านขนม
สหภัฐก็ควักเอาธนบัตรสีเขียวส่งยื่นให้กับสาวน้อยทั้งหมดสี่ใบ
“ร้านนี้แบงก์ใหญ่เขาไม่มีทอน”
มือหนาเปิดกระเป๋าสตางค์ก่อนจะหยิบธนบัตรสีเทาให้เพิ่มอีกใบ
เมื่อรู้สึกว่าจำนวนที่ให้ไปก่อนหน้ามันดูน้อยเกินไปหน่อย
“อันนี้ก็เก็บไว้กินอย่างอื่นแล้วกัน”
มีนาหยิบธนบัตรทั้งหมดยัดในกำปั้นสหภัฐ
ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่เอา
เธอเก็บไว้เป็นค่าเทอมลูกเราในอนาคตเถอะ”
คำพูดคำจาที่ทำให้สหภัฐอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
ท่าทางน่าเอ็นดูทำให้ชายหนุ่มลืมเรื่องที่โกรธและไม่พอใจก่อนหน้าไปในพริบตา
“ดูพูดเข้า”
สหภัฐดึงมือเล็กเข้าหาตัว
ก่อนจะยัดเงินใส่มือหญิงสาวอีกครั้ง
“ผู้ใหญ่ให้ก็ต้องรับ
เข้าใจไหมหืม”
ถึงแม้ว่าสถานะทางการเงินของมีนาจะไม่ได้ติดขัด
ซ้ำยังรวยไม่ต่างกันกับเขาทว่าเมื่อมาเยือนถึงถิ่นกันแบบนี้ สหภัฐก็พร้อมที่จะสปอร์ตกับมีนาให้ใครต่อใครได้รู้ว่าเป็นเด็กเขาไม่มีวันอดตาย
มีนาอมยิ้ม
อยากจะเล่นตัวอีกสักหน่อยแต่ก็กลัวว่าสหภัฐจะหงุดหงิดแทนที่จะเอ็นดูเลยรับเอาเงินทั้งหมดพับใส่กระเป๋าใบเล็กๆ
ที่เธอสะพายไว้แทน
กระเป๋าสะพายข้างใบจิ๋วสีส้มรูปร่างคล้ายฟักทองที่มีขนาดเพียงพอแค่ใส่บัตรประชาชนหรือเครดิตการ์ดทำสหภัฐขมวดคิ้วเข้าหากัน
ใบแค่นั้นมันจะไปใส่อะไรพอ
นี่ถ้าเขาเห็นตั้งแต่เช้า
คงบ่นอีกฝ่ายไปนานแล้ว
“คิดถึงเธอจัง
ไม่ได้เจอกันตั้งหลายชั่วโมงแหน่ะ” มีนาว่ายิ้มๆ
ดวงตากลมโตสดใสเป็นประกายเสมอเมื่อได้อยู่ใกล้คนๆ
นี้
เธอทั้งรักทั้งหลง
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมด
ถ้าไม่ติดว่าสหภัฐมักมีท่าทีเย็นชาใส่กันบางเวลา
มีนาจะคิดว่าตัวเองโดนเล่นของใส่แล้วจริงๆ แปลว่าที่เป็นอยู่นี่เพราะหัวใจมันเรียกร้องล้วนๆ
เลยสินะ
ยิ่งได้เป็นแฟนแล้ว
ยิ่งไม่อยากจะห่างเลย
“เวอร์เกิน คลั่งรักรึไงยัยหนูมีน”
สหภัฐส่ายศีรษะไปมาให้กับความโอเวอร์ของหญิงสาวที่เขาเอ็นดู
“แล้วพี่ไม่คลั่งรักมีนบ้างหรอ”
มีนาว่าพลางกอดท่อนแขนของสหภัฐเอาไว้
การกระทำที่ทำให้สหภัฐชักสีหน้าใส่
มือหนาจับมือเล็กดึงให้ออกห่างจากตัว
“จะกินอะไร เลือกสิ”
มีนาขมวดคิ้วมุ่น ปกติเวลาอยู่ด้วยกันสองคน
เราใกล้ชิดกันมากกว่านี้อีก
ทำไมวันนี้ต้องทำเหมือนไม่อยากให้ใกล้ด้วย
“มีน”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียก
มีนาเงยหน้าสบตา
รอคอยว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร
“คราวหลังไม่ต้องมาแล้วนะ
ไว้อยากเจอก็ทักมา เดี๋ยวพี่ไปรับที่คณะแทน”
สหภัฐพูดบอก ก่อนจะรีบอธิบายต่อ
เมื่อเห็นใบหน้าน้อยใจของมีนา ใบหน้าหวานสวยเริ่มค่อยๆ หงิกงอเหมือนเด็กน้อยที่โดนแย่งขนม
“คนเยอะ
พี่ไม่ชอบกินข้าวโรงอาหาร”
มันทั้งร้อนและน่าหงุดหงิด
แถมคนก็เยอะมากๆ ด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่านิโคลัสตะโกนเรียกเอาไว้
เขากับเพื่อนคงบึ่งรถออกไปหากินข้างนอกแล้ว
“มีนก็แค่มากินข้าวกับเพื่อน
ถ้าพี่ไม่ชอบทานที่โรงอาหารก็เเค่ออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันก็ได้นี่”
มีนาว่าอย่างนึกน้อยใจ
“ทำไมต้องห้ามไม่ให้มาด้วย”
“แล้วจะมาให้เสียเวลาทำไม
พี่ไปรับมันไม่ง่ายกว่าหรอ”
“ไม่อยากให้เสียเวลา
หรือไม่อยากให้มาเพราะอย่างอื่นกันแน่”
ประโยคนั้นมีนาบ่นพึมพำคนเดียว
“เลือกครับ
อยากกินขนมไม่ใช่หรอ” สหภัฐเอ่ยปากเร่งอีกครั้ง
ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้โจ๊กที่ทานเข้าไปมันย่อยหมดแล้ว
เขาอยากหาอะไรมาเติมเต็มกระเพาะจะแย่
มีนายู่ปาก เธอเปิดกระเป๋ารูปร่างฟักทองใบน้อยของเธอ
ก่อนจะดึงเอาเงินทั้งหมดที่สหภัฐให้ยัดคืนใส่ฝ่ามือหนาเต็มแรง
“ไม่กินแล้ว!”
หญิงสาวเดินกระแทกเท้ากลับโต๊ะ
ทิ้งให้สหภัฐได้แต่ทำหน้าเหนื่อยหน่ายด้วยความเซ็งสุดขีด เขาแทบจะคำรามออกมาเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง
แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็เลือกที่จะเดินตามกลับไปที่โต๊ะอยู่ดี
“กินกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันมา”
สหภัฐเอ่ยเสียงนิ่งจนฟังดูน่ากลัว
มือหนาคว้าแขนของมีนาที่กำลังนั่งบนเก้าอี้ให้หยัดตัวลุกขึ้นยืน
หญิงสาวสะบัดแขนออกเต็มแรงด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
“อะไรกัน
มีนยังกินไม่หมดเลยนะ”
“อย่างี่เง่าได้ไหมมีน”
“อะไรกันวะคราม”
เจสันพยายามช่วยพูด
เพื่อให้สถานการณ์ตรงหน้าดูรุนแรงน้อยลง แม้จะแทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม
สหภัฐดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม
ไม่คิดจะตอบหรืออธิบายอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น
ตอนนี้เขากับมีนามีเรื่องต้องเคลียร์กัน
พรึ่บ!
ชายหนุ่มคว้าแขนแฟนสาวกระชากขึ้นเต็มแรง
ต่างจากครั้งแรกที่ทำเพียงแค่จับเบาๆ เท่านั้น
“เฮ้ยพี่!
แรงไปเปล่าวะ” จ้าวสมุทรลุกขึ้นยืนตาม
เริ่มไม่โอเคกับการกระทำแบบนี้
ไม่รู้หรอกว่าพึ่งทะเลาะอะไรกันมา แต่แบบนี้มันไม่โอเคแล้ว
“มีนเจ็บนะพี่คราม”
มีนาน้ำตาคลอ
มองหน้าสหภัฐด้วยแววตาตัดพ้อ
“ใจเย็นก่อนดิ” แมทธิวเอ่ยบอกทั้งสหภัฐและจ้าวสมุทร
มือหนาดันบ่ารุ่นน้องเอาไว้
เพื่อไม่ให้พุ่งเข้ามาหาเรื่องเพื่อนของเขา
“ฉันจะพาแฟนไปไหนมันก็เรื่องของฉัน
พวกนายไม่ต้องมายุ่ง”
สหภัฐเอ่ยเสียงนิ่ง
ก่อนจะลากและพามีนาออกมาจากบริเวณนั้นทันที
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น