0 5
โจ๊กหมูสับไข่ตี
“ทำไมวันนี้มาดึกนักล่ะพี่คราม
ไหนว่ากลับจากผับแล้วก็จะมาหากันเลยไง”
สายขิมขยับไปช่วยสหภัฐถอดเสื้อ
สาวหน้าหมวยดีกรีดาวคณะอักษรศาสตร์ปี
3 จ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของรุ่นพี่ต่างคณะที่รู้จักกันมาเกือบ 2
ปีแล้วด้วยความคิดถึง
พวกเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันก็จริง
แต่มันเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวทางร่างกายเท่านั้น
หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่นอนคนเดียวของสหภัฐ
ขอแค่เธอได้เป็น ‘คนโปรด’ แบบนี้ตลอดไปก็พอ
มือเล็กเอื้อมไปกอดผู้ชายที่เธอหลงรักจากทางด้านหลัง
ให้สหภัฐว่าเสียงเรียบ
“เหนื่อยน่ะขิม
อย่าถามมากได้ไหม”
ใบหน้าคมคายไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
ยามตวัดสายตามองกลับมา
สายขิมยู่ปากอย่างนึกเซ็ง
ดูท่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่
แล้วแบบนี้เธอจะไปทำอะไรได้
พี่ครามน่ะ
เจ้าอารมณ์อย่าบอกใครเลย
“อารมณ์ไม่ดีอะไรมาอีกล่ะ”
สายขิมผละออกช้าๆ
ก่อนจะเดินเอาเสื้อของสหภัฐไปโยนลงตะกร้าผ้าแทน
“ไม่รู้ว่ะ หงุดหงิด”
สหภัฐจุดบุหรี่ขึ้นสูบด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์
ไฟสีฟ้าปนส้มจากไฟแช็คน้ำมันลายสวยโผล่ขึ้นเป็นเปลวเพลิงเล็กๆ
ยามที่ปลายบุหรี่ถูกจุดจนขึ้นประกายสีส้ม
ชายหนุ่มพ่นควันสีเทาอมขาวออกจากปาก
“ดูดด้วยสิ”
สายขิมขยับเข้าหา ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้ให้สหภัฐปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะส่งปลายบุหรี่ยื่นให้
ทว่าหญิงสาวกลับขยับมาดูดควันบุหรี่จากริมฝีปากหยักแทน
สายขิมมองสบตาด้วยแววตาที่แฝงเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่าง
“ชอบทำอะไรแบบนี้
เดี๋ยวก็ได้เป็นมะเร็งตาย”
ตั้งแต่เกิดมาสหภัฐก็พึ่งเคยเห็นคนอมควันบุหรี่เข้าปอดเนี่ยแหละ
ปกติแค่ดมห่างๆ ก็เสี่ยงมะเร็งพอแล้ว สายขิมยังชอบทำอะไรแปลกๆ แบบนี้อีก
“ถ้าพี่มาตายด้วยกันขิมก็โอเค”
สายขิมหัวเราะร่วน
สหภัฐคาบบุหรี่ไว้ในปาก
ยามตอบกลับ
“ไม่ครับ
พี่ยังไม่พร้อมจะลงโลง”
ปลายบุหรี่ขยับไหวตามริมฝีปาก
“ยังหนุ่มยังแน่น
ไอ้นั่นก็ดี แถมรวยมีมรดกหลายล้านอีก”
ชายหนุ่มว่าติดตลกก่อนจะยักคิ้วส่งให้สายขิมด้วยท่าทางกวนๆ
“หรือจะเถียง”
สายขิมไหวไหล่ไปมา
หญิงสาวไม่คิดจะอวยหรือเถียงคนหลงตัวเองที่เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายก็มีดีให้หลงหรอก
“นวดให้หน่อยสิ
วันนี้ขอน้ำมันนะ”
สหภัฐขยับขึ้นเตียงที่มีไว้สำหรับนวดข้างๆ
เตียงนอน ก่อนจะนอนคว่ำหน้า
“มีค่าแค่นี้สินะ”
“รู้อยู่แล้วนี่”
สหภัฐขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยที่วางไว้บนโต๊ะด้านข้าง
เอียงคอนอน หลับตา
สายขิมเริ่มเทน้ำมันนวดลงบนแผ่นหลัง
ฝ่ามือเรียวบีบคลึงไปมาด้วยน้ำหนักที่ไม่แรงมากนัก
ทาถูจนน้ำมันเคลือบทั่วแผ่นหลังกว้าง
“พามาอวดบ้างสิ
ผู้หญิงคนนั้นน่ะ”
แม้ว่าสายขิมกับสหภัฐจะไม่ได้เป็นตัวจริงของกันและกัน
แถมอีกฝ่ายยังไม่ค่อยเล่าชีวิตส่วนตัวให้ฟังเลย แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสหภัฐนั้นเธอจะไม่รับรู้
สายขิมรู้มาตั้งนานแล้ว
แต่เลือกที่จะไม่ยุ่งต่างหาก
เธอเข้าใจดีว่าควรวางตัวเองเอาไว้ตรงไหนในความสัมพันธ์นี้
“ปกติไม่เห็นสนใจ”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันน้อยๆ
อย่างนึกแปลกใจ
“ก็ตอนนี้เริ่มสนใจแล้ว”
คำพูดจากริมฝีปากสวย
ทำเอาสหภัฐหลุดหัวเราะ
“ไม่ล่ะ เอาไว้ให้เบื่อเขาเมื่อไหร่จะพามาอวดแล้วกัน”
เห็นแบบนี้สหภัฐก็ไม่โง่พอที่จะพารถไฟสองขบวนมาเจอกันหรอกนะ
สายขิมวางตัวได้ดีก็จริง
แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่ามีนาจะปลอดภัย
“กลัวขิมไปทำอะไรเขาหรือไง
เหอะ! มองกันในแง่ร้ายขนาดนั้นเลยสินะ”
สายขิมว่าอย่างนึกงอน
ทั้งยังบีบแผ่นหลังแกร่งให้แรงขึ้นอย่างนึกหมันไส้
“คำพูดคำจาเรามันเบาซะที่ไหน”
สหภัฐตอบกลับ
สายขิมกำลังจงใจนวดแรงๆ
ให้เขาเจ็บ ทว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ เมื่อเทียบกับชายร่างสูงหุ่นหมีอย่างสหภัฐแล้ว
มันแทบทำอะไรเขาไม่ได้เลย
“พี่ขี้เกียจปลอบเด็ก
มันน่ารำคาญน่ะขิม”
“แล้วทำไมต้องไปปลอบด้วยล่ะ
แคร์มากรึไงคนนี้”
จากที่บีบนวด
ก็เริ่มกลายเป็นทุบเเรงๆ
“ก็มากอยู่นะ ทำไม...
หึงกันรึไง” สหภัฐเอ่ยถามหยั่งเชิง
“ถ้าหึงจริงป่านนี้ตามจิกถึงมหาวิทยาลัยแล้ว”
“อืม” สหภัฐครางในลำคอ
มือเรียวนวดคลึงไปทั่วบ่าแกร่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าพอใจ
“ดีแล้ว
เป็นแบบที่เป็นอยู่นั่นแหละดีแล้ว” สหภัฐพึมพำเสียงเบา
“พี่ก็อยู่แบบนี้ให้ได้ตลอดแล้วกัน
เพราะถ้าใครคิดจะแย่งพี่ครามไปจากกันเมื่อไหร่ ขิมคงไม่ยอมง่ายๆ แน่”
ลึกๆ
แล้วสายขิมก็ไม่อยากจะสูญเสียสหภัฐไป ต่อให้สหภัฐจะมีใครอีกหลายคนเธอก็ไม่เคยคิดจะว่า
ขอแค่อีกฝ่ายยังกลับมาอยู่กับเธอตรงนี้ก็เพียงพอ
“พูดอะไรแบบนั้น”
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน
ยามพลิกตัวนอนหงายมามองหน้ากัน
“เราตกลงกันแล้วนะว่าถ้าใครมีตัวจริง
ความสัมพันธ์ของเราก็จะจบลง”
“พี่พูดแบบนี้หมายความว่าไง”
สายขิมเม้มปาก ทำหน้าดื้อ
เรื่องที่ผ่านมาของเธอกับเขามันไม่สำคัญสำหรับสหภัฐเลยสินะ
“ก็หมายความตามที่พูด
ถ้าไม่พอใจแต่แรกก็ไม่ควรเอาตัวเองเข้ามายุ่งกับพี่”
สหภัฐเอ่ยเสียงเรียบ
เขาเกลียดคนพูดไม่รู้เรื่องที่สุด
“หรอคะ”
สายขิมเริ่มลงมือนวดกล้ามหน้าอก
ยามขยับขึ้นคร่อม
“ไม่ตลกนะขิม
ถ้ายังพูดจาไม่รู้เรื่องอีกต่อไปพี่จะไม่มาหาแล้ว”
เสียงเข้มดูดุมากขึ้นเรื่อยๆ
ตามความจริงจังที่สื่อออกมาผ่านแววตา
“รู้แล้วล่ะน่า
ใครจะกล้าวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของพี่กันล่ะ”
ประโยคประชดประชัน
ทำให้สหภัฐนิ่งมองสบตากับสายขิมนิ่งๆ
“อะไรคะ”
มือหนาคว้าหญิงสาวมาบดจูบแรงๆ
เพื่อระบายอารมณ์
“อื้ม”
พลั่ก!
สหภัฐดันแผ่นหลังบางให้นอนลงบนเตียงนวด
นัยน์ตาคมเป็นประกายพราวระยับ
“ตอนนี้พี่อยากนวด...
ตรงอื่นมากกว่า”
ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า
ให้คนฟังยกยิ้มหวาน
พี่ครามควรจะเป็นของเธอแค่คนเดียวอย่างที่เคยเป็นมาตลอด
สายขิมคิดว่าแบบนี้แหละ...
มันถูกต้องที่สุดแล้ว
00:16 AM
พ่อเงือกน้อย
จ้าวสมุทร:
ถึงบ้านรึยังตัวแสบ
แล้วเรื่องพี่ครามนี่มันอะไรกัน
อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ
06.30 AM
พ่อเงือกน้อย
What’s mean!?:
เราพึ่งตื่นๆ
โทษที
เมื่อคืนพี่ครามบังคับให้นอน
เราแกล้งหลับจนเผลอหลับไปจริงๆ เลย
จ้าวสมุทร:
อาบน้ำรึยัง
What's mean!?:
ยังเลยค่ะคุณพ่อ
ก็บอกอยู่นี่ไงว่าพึ่งตื่น
จ้าวสมุทร:
เดี๋ยวสาย
ตกลงไม่ต้องไปรับจริงหรอ
พี่ครามอะไรนั่นทักมายัง
What's mean!?:
เดี๋ยวก็คงมาแหละ
เขาบอกว่าแบบนั้นนี่นา
จ้าวสมุทร:
คอลเปล่า จะได้คุยทีเดียว
What's mean!?:
อื้อๆๆ
กดสีเขียวนะ
จ้าวสมุทร:
ครับ
เริ่มการสนทนาแบบวิดิโอคอล
มีนาโบกมือยิ้มหวานให้กล้อง
“โห หล่อแต่เช้าเลยนะ
นี่แต่งตัวไปเรียนหรือจะไปเดินแบบเนี่ย”
หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวเพื่อนสนิทที่แม้จะอยู่ในชุดลำลอง
แต่กลับดูดีจนน่าใจหาย
พูดก็พูดเถอะ ถ้าไม่ติดว่าเธอมองจ้าวสมุทรเป็นเพื่อน
อีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ทั้งหน้าตาดีและดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ต่างจากสหภัฐเลย
ต่างกันก็ตรงที่สหภัฐของเธอจะออกแนวแบดบอยมากกว่า
“คนมันหล่ออยู่แล้วเถอะ”
จ้าวสมุทรตอบกลับ
ยามหรี่ตามองเพื่อนสาวที่มองผ่านกล้องก็พอจะเดาได้ว่าพึ่งลุกออกจากหมอนจริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายว่า
มีนาอยู่ในสภาพน้ำไม่อาบ
แต่ความน่ารักของเธอกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ตรงกันข้ามจ้าวสมุทรยังชอบความเป็นธรรมชาติที่น่ารักสดใส
และน่าเข้าหาของมีนาขึ้นมากกว่าเก่าเสียอีก
“หัวฟูหน้ามันแผล่บขนาดนี้
จะอาบน้ำก่อนไหม”
ทีต่อหน้าเพื่อนอย่างเขาล่ะ
สภาพหน้าไม่เคยพร้อมรบ
จ้าวสมุทรอยากจะรู้จริงๆว่าตอนอยู่ต่อหน้าสหภัฐ
มีนาจะทำตัวแบบนี้รึเปล่า
“ยังเช้าอยู่เลย”
มีนาส่ายหน้า
ก่อนจะอ้าปากหาว
ถ้าไม่ติดว่าเห็นว่าเพื่อนสนิททักมาตั้งแต่เมื่อคืน
เธอจะขอนอนต่อจนกว่าถึงเวลาเข้าคลาสเรียนเลย
“ไม่หิวหรอ
ขาดข้าวเช้าทีไรก็บ่นปวดท้องอีก”
จ้าวสมุทรเอ่ยบอกอย่างรู้ใจ
“รอพี่ครามพาไปกิน”
“สมน้ำหน้ารอเลยได้เปล่า
เผื่อในกรณีเขาไม่มา”
จ้าวสมุทรยกยิ้ม
อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่าออกมาอย่างนึกแกล้ง
“ไม่มีทาง!” มีนายู่ปาก
“เราเอากระเป๋าเงินเขาเป็นตัวประกันไว้แล้ว”
มือเล็กพลางชูกระเป๋าตังค์หนังสีน้ำตาลเข้มของสหภัฐโบกไปมา
“นี่มันยุคไหนแล้วครับ
ไม่มีกระเป๋าตังค์ก็แสกนจ่ายได้เนอะ”
“ลืมคิดไปเลย”
มีนาเบิกตากว้าง
โธ่เอ้ย!
ก็ว่าไม่พลาดแล้วเชียวยัยมีน
ไหง๋ตกม้าตายจนได้ล่ะเนี่ย
ใบหน้าหวานดูดื้อดึง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววหัวเสียและเป็นกังวลในใจ
“ทำยังไงดีๆ”
มีนาดิ้นๆ ไปมากับเตียงนุ่ม
เธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตกลงสหภัฐจะทำตามอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า
ไม่ใช่ว่าเบี้ยวนัดกันไปแล้วนะ
“อีกสิบนาทีเดี๋ยวไปหา”
จ้าวสมุทรว่าพลางใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
เพื่อดูเวลาที่ขึ้นโชว์บนแถบด้านบนของมือถือ
“อาบน้ำรอเลย
ไว้ค่อยคุยต่อบนรถ”
“ไม่ต้องเลย
ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวพี่ครามมารับ”
ถ้าเกิดไม่รอแล้ว
สหภัฐดันมาทีหลัง
พี่ครามคงโมโหฟาดงวงฟาดงาใส่เธอไปอีกหลายวัน
“พนันกันไหมล่ะ ถ้าเขาไม่มาเธอจะโดนเราจุ๊บหนึ่งที”
จ้าวสมุทรยกยิ้มขี้เล่น
ประโยคที่ได้ยินทำเอามีนากอดอก
ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย
“เอาสิ
ยังไงเขาก็มาแน่”
มีนามั่นใจว่าสหภัฐไม่มีทางผิดคำพูด
“เค๊
แล้วเรื่องแฟน... ตกลงยังไง ไปคบกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ”
แววตาที่มองมาอย่างต้องการคำตอบของจ้าวสมุทรทำเธอพูดอะไรไม่ออก
มีนาเม้มปากแน่น
หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ให้แทนคำตอบ
เอาจริงๆ เธอก็ยังไม่ได้พูดคุยกับสหภัฐเรื่องนี้เลย
เมื่อคืนกว่าจะถึงบ้านก็โดนบังคับให้อาบน้ำนอนแล้ว
“อย่าบอกว่ายังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้”
จ้าวสมุทรเลิกคิ้วมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอีกคน
เห็นไหมล่ะ
เขาเดาผิดซะที่ไหน
ดูจากบุคลิกภายนอกแล้ว
ผู้ชายอย่างเขาก็พอจะมองออกว่าสหภัฐเป็นพวกเจ้าชู้ เสือผู้หญิง และไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ที่บ่งบอกถึงสถานะลึกซึ้งกับใครได้เลย
มันสมควรแล้วหรอที่ผู้หญิงอย่างมีนาจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้
ให้ตายสิ! เรื่องนี้มันทำให้จ้าวสมุทรไม่ชอบใจสุดๆ
ไปเลย
“ไม่รู้ๆๆ”
มีนายกสองมือขึ้นปิดหู
ไม่รับรู้ และยังไม่พร้อมจะอธิบายอะไรให้เพื่อนฟังด้วย
ติ๊ง!
เธอตาโตด้วยความตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังรอนั้นทักข้อความมาแล้ว
“วางแล้วนะ
พี่ครามทักมา เจอกันที่คลาสเรียน”
มีนาฉีกยิ้มกว้างยกมือโบกไปมา
ก่อนจะตัดสายทิ้งไปทันที โดยไม่คิดรอฟังคำโต้แย้งใดๆ ของจ้าวสมุทรอีก
สีฟ้าเข้ม
สหภัฐ:
ตื่นยังครับ
พี่กำลังออกนะ
What's mean!?:
หิว
สหภัฐ:
แต่งตัวแล้วใช่ไหม
รอเลย เดี๋ยวพาไปร้านเดิม
โจ๊กกับปาโก๋ กรอบอร่อย
What's mean!?:
ซื้อมากินที่ห้องดิ
ข้างนอกร้อนจะแย่
สหภัฐ:
ขี้เกียจล้างจานอ่ะ
กินข้างนอกได้ฟีลกว่านะ
What's mean!?:
send sticker
(หมีหน้างอน พองลมที่แก้ม)
สหภัฐ:
เชื่อพี่น้องหนู
ห้านาทีถึงค่ะ เตรียมตัว
What's mean!?:
ครามมม
สหภัฐ:
อะไรรรรรร
What's mean!?:
อยากกินที่ห้องนี่คะ
นะคะพี่คราม
สหภัฐ:
ไม่ค่ะ ขี้เกียจขึ้นห้อง
ทางผ่านอ่ะ
รับเราแล้วเลยไปมอทีเดียว
What's mean!?:
แต่เรามีเรียนตั้งเกือบ 10 โมง
มีเวลาเหลือเยอะแยะเลย
สหภัฐ:
มันจะติดลมเอานะ
สายขึ้นมาอย่ามาว่าพี่แล้วกัน
What's mean!?:
ติดลมอะไร
สหภัฐ:
ได้นั่งแล้วขี้เกียจออกไง
พี่ว่าเราโทรคุยกันเลยดีไหม
ขี้เกียจพิมพ์แล้ว
What's mean!?:
ไม่โทร
จะไปอาบน้ำแล้ว
รีบมานะคะ
เอาโจ๊กมาด้วย
สหภัฐ:
ไม่ครับ ขี้เกียจต่อคิว
ถ้าไม่ไปกินด้วยกัน ก็ไม่ต้องกิน
What's mean!?:
งั้นก็เข้ามาเลยก็ได้
เรามีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ให้รู้เรื่องด้วย
สหภัฐ:
เฮ้อ
หมูสับไข่ตีนะ
รอ
What's mean!?:
อื้อ
มีนรอ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น