วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Meen to be yours คุณหนูมีนจะร้าย ตอนที่ 5

 




0 5

โจ๊กหมูสับไข่ตี

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมวันนี้มาดึกนักล่ะพี่คราม ไหนว่ากลับจากผับแล้วก็จะมาหากันเลยไง”

สายขิมขยับไปช่วยสหภัฐถอดเสื้อ

สาวหน้าหมวยดีกรีดาวคณะอักษรศาสตร์ปี 3 จ้องมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของรุ่นพี่ต่างคณะที่รู้จักกันมาเกือบ 2 ปีแล้วด้วยความคิดถึง

พวกเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันก็จริง แต่มันเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวทางร่างกายเท่านั้น

หญิงสาวรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่นอนคนเดียวของสหภัฐ

ขอแค่เธอได้เป็น คนโปรด แบบนี้ตลอดไปก็พอ

มือเล็กเอื้อมไปกอดผู้ชายที่เธอหลงรักจากทางด้านหลัง ให้สหภัฐว่าเสียงเรียบ

“เหนื่อยน่ะขิม อย่าถามมากได้ไหม”

ใบหน้าคมคายไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ยามตวัดสายตามองกลับมา

สายขิมยู่ปากอย่างนึกเซ็ง

ดูท่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่ แล้วแบบนี้เธอจะไปทำอะไรได้

พี่ครามน่ะ เจ้าอารมณ์อย่าบอกใครเลย

“อารมณ์ไม่ดีอะไรมาอีกล่ะ”

สายขิมผละออกช้าๆ ก่อนจะเดินเอาเสื้อของสหภัฐไปโยนลงตะกร้าผ้าแทน

“ไม่รู้ว่ะ หงุดหงิด”

สหภัฐจุดบุหรี่ขึ้นสูบด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

ไฟสีฟ้าปนส้มจากไฟแช็คน้ำมันลายสวยโผล่ขึ้นเป็นเปลวเพลิงเล็กๆ ยามที่ปลายบุหรี่ถูกจุดจนขึ้นประกายสีส้ม

ชายหนุ่มพ่นควันสีเทาอมขาวออกจากปาก

“ดูดด้วยสิ”

สายขิมขยับเข้าหา ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้ให้สหภัฐปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะส่งปลายบุหรี่ยื่นให้ ทว่าหญิงสาวกลับขยับมาดูดควันบุหรี่จากริมฝีปากหยักแทน

สายขิมมองสบตาด้วยแววตาที่แฝงเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่าง

“ชอบทำอะไรแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้เป็นมะเร็งตาย”

ตั้งแต่เกิดมาสหภัฐก็พึ่งเคยเห็นคนอมควันบุหรี่เข้าปอดเนี่ยแหละ ปกติแค่ดมห่างๆ ก็เสี่ยงมะเร็งพอแล้ว สายขิมยังชอบทำอะไรแปลกๆ แบบนี้อีก

“ถ้าพี่มาตายด้วยกันขิมก็โอเค” สายขิมหัวเราะร่วน

สหภัฐคาบบุหรี่ไว้ในปาก ยามตอบกลับ

“ไม่ครับ พี่ยังไม่พร้อมจะลงโลง”

ปลายบุหรี่ขยับไหวตามริมฝีปาก

“ยังหนุ่มยังแน่น ไอ้นั่นก็ดี แถมรวยมีมรดกหลายล้านอีก”

ชายหนุ่มว่าติดตลกก่อนจะยักคิ้วส่งให้สายขิมด้วยท่าทางกวนๆ

“หรือจะเถียง”

สายขิมไหวไหล่ไปมา หญิงสาวไม่คิดจะอวยหรือเถียงคนหลงตัวเองที่เธอเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายก็มีดีให้หลงหรอก

“นวดให้หน่อยสิ วันนี้ขอน้ำมันนะ”

สหภัฐขยับขึ้นเตียงที่มีไว้สำหรับนวดข้างๆ เตียงนอน ก่อนจะนอนคว่ำหน้า

“มีค่าแค่นี้สินะ”

“รู้อยู่แล้วนี่”

สหภัฐขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยที่วางไว้บนโต๊ะด้านข้าง เอียงคอนอน หลับตา

สายขิมเริ่มเทน้ำมันนวดลงบนแผ่นหลัง ฝ่ามือเรียวบีบคลึงไปมาด้วยน้ำหนักที่ไม่แรงมากนัก ทาถูจนน้ำมันเคลือบทั่วแผ่นหลังกว้าง

“พามาอวดบ้างสิ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ”

แม้ว่าสายขิมกับสหภัฐจะไม่ได้เป็นตัวจริงของกันและกัน แถมอีกฝ่ายยังไม่ค่อยเล่าชีวิตส่วนตัวให้ฟังเลย แต่ก็ใช่ว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสหภัฐนั้นเธอจะไม่รับรู้

สายขิมรู้มาตั้งนานแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ยุ่งต่างหาก

เธอเข้าใจดีว่าควรวางตัวเองเอาไว้ตรงไหนในความสัมพันธ์นี้

“ปกติไม่เห็นสนใจ”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันน้อยๆ อย่างนึกแปลกใจ

“ก็ตอนนี้เริ่มสนใจแล้ว”

คำพูดจากริมฝีปากสวย ทำเอาสหภัฐหลุดหัวเราะ

“ไม่ล่ะ เอาไว้ให้เบื่อเขาเมื่อไหร่จะพามาอวดแล้วกัน”

เห็นแบบนี้สหภัฐก็ไม่โง่พอที่จะพารถไฟสองขบวนมาเจอกันหรอกนะ

สายขิมวางตัวได้ดีก็จริง แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่ามีนาจะปลอดภัย

“กลัวขิมไปทำอะไรเขาหรือไง เหอะ! มองกันในแง่ร้ายขนาดนั้นเลยสินะ”

สายขิมว่าอย่างนึกงอน ทั้งยังบีบแผ่นหลังแกร่งให้แรงขึ้นอย่างนึกหมันไส้

“คำพูดคำจาเรามันเบาซะที่ไหน” สหภัฐตอบกลับ

สายขิมกำลังจงใจนวดแรงๆ ให้เขาเจ็บ ทว่าแรงผู้หญิงตัวเล็กๆ เมื่อเทียบกับชายร่างสูงหุ่นหมีอย่างสหภัฐแล้ว มันแทบทำอะไรเขาไม่ได้เลย

“พี่ขี้เกียจปลอบเด็ก มันน่ารำคาญน่ะขิม”

“แล้วทำไมต้องไปปลอบด้วยล่ะ แคร์มากรึไงคนนี้”

จากที่บีบนวด ก็เริ่มกลายเป็นทุบเเรงๆ

“ก็มากอยู่นะ ทำไม... หึงกันรึไง” สหภัฐเอ่ยถามหยั่งเชิง

“ถ้าหึงจริงป่านนี้ตามจิกถึงมหาวิทยาลัยแล้ว”

“อืม” สหภัฐครางในลำคอ

มือเรียวนวดคลึงไปทั่วบ่าแกร่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าพอใจ

“ดีแล้ว เป็นแบบที่เป็นอยู่นั่นแหละดีแล้ว” สหภัฐพึมพำเสียงเบา

“พี่ก็อยู่แบบนี้ให้ได้ตลอดแล้วกัน เพราะถ้าใครคิดจะแย่งพี่ครามไปจากกันเมื่อไหร่ ขิมคงไม่ยอมง่ายๆ แน่”

ลึกๆ แล้วสายขิมก็ไม่อยากจะสูญเสียสหภัฐไป ต่อให้สหภัฐจะมีใครอีกหลายคนเธอก็ไม่เคยคิดจะว่า ขอแค่อีกฝ่ายยังกลับมาอยู่กับเธอตรงนี้ก็เพียงพอ

“พูดอะไรแบบนั้น”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ยามพลิกตัวนอนหงายมามองหน้ากัน

“เราตกลงกันแล้วนะว่าถ้าใครมีตัวจริง ความสัมพันธ์ของเราก็จะจบลง”

“พี่พูดแบบนี้หมายความว่าไง” สายขิมเม้มปาก ทำหน้าดื้อ

เรื่องที่ผ่านมาของเธอกับเขามันไม่สำคัญสำหรับสหภัฐเลยสินะ

“ก็หมายความตามที่พูด ถ้าไม่พอใจแต่แรกก็ไม่ควรเอาตัวเองเข้ามายุ่งกับพี่”

สหภัฐเอ่ยเสียงเรียบ

เขาเกลียดคนพูดไม่รู้เรื่องที่สุด

“หรอคะ”

สายขิมเริ่มลงมือนวดกล้ามหน้าอก ยามขยับขึ้นคร่อม

“ไม่ตลกนะขิม ถ้ายังพูดจาไม่รู้เรื่องอีกต่อไปพี่จะไม่มาหาแล้ว”

เสียงเข้มดูดุมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความจริงจังที่สื่อออกมาผ่านแววตา

“รู้แล้วล่ะน่า ใครจะกล้าวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของพี่กันล่ะ”

ประโยคประชดประชัน ทำให้สหภัฐนิ่งมองสบตากับสายขิมนิ่งๆ

“อะไรคะ”

มือหนาคว้าหญิงสาวมาบดจูบแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์

“อื้ม”

พลั่ก!

สหภัฐดันแผ่นหลังบางให้นอนลงบนเตียงนวด

นัยน์ตาคมเป็นประกายพราวระยับ

“ตอนนี้พี่อยากนวด... ตรงอื่นมากกว่า”

ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ให้คนฟังยกยิ้มหวาน

พี่ครามควรจะเป็นของเธอแค่คนเดียวอย่างที่เคยเป็นมาตลอด

สายขิมคิดว่าแบบนี้แหละ... มันถูกต้องที่สุดแล้ว

 

 

 

00:16 AM

พ่อเงือกน้อย

จ้าวสมุทร:

ถึงบ้านรึยังตัวแสบ

แล้วเรื่องพี่ครามนี่มันอะไรกัน

อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ

 

06.30 AM

พ่อเงือกน้อย

What’s mean!?:

เราพึ่งตื่นๆ

โทษที

เมื่อคืนพี่ครามบังคับให้นอน

เราแกล้งหลับจนเผลอหลับไปจริงๆ เลย

จ้าวสมุทร:

อาบน้ำรึยัง

What's mean!?:

ยังเลยค่ะคุณพ่อ

ก็บอกอยู่นี่ไงว่าพึ่งตื่น

จ้าวสมุทร:

เดี๋ยวสาย

ตกลงไม่ต้องไปรับจริงหรอ

พี่ครามอะไรนั่นทักมายัง

What's mean!?:

เดี๋ยวก็คงมาแหละ

เขาบอกว่าแบบนั้นนี่นา

จ้าวสมุทร:

คอลเปล่า จะได้คุยทีเดียว

What's mean!?:

อื้อๆๆ

กดสีเขียวนะ

จ้าวสมุทร:

ครับ

 

 

เริ่มการสนทนาแบบวิดิโอคอล

มีนาโบกมือยิ้มหวานให้กล้อง

“โห หล่อแต่เช้าเลยนะ นี่แต่งตัวไปเรียนหรือจะไปเดินแบบเนี่ย”

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวเพื่อนสนิทที่แม้จะอยู่ในชุดลำลอง แต่กลับดูดีจนน่าใจหาย

พูดก็พูดเถอะ ถ้าไม่ติดว่าเธอมองจ้าวสมุทรเป็นเพื่อน อีกฝ่ายก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ทั้งหน้าตาดีและดูดีตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ต่างจากสหภัฐเลย ต่างกันก็ตรงที่สหภัฐของเธอจะออกแนวแบดบอยมากกว่า

“คนมันหล่ออยู่แล้วเถอะ”

จ้าวสมุทรตอบกลับ ยามหรี่ตามองเพื่อนสาวที่มองผ่านกล้องก็พอจะเดาได้ว่าพึ่งลุกออกจากหมอนจริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายว่า

มีนาอยู่ในสภาพน้ำไม่อาบ แต่ความน่ารักของเธอกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย

ตรงกันข้ามจ้าวสมุทรยังชอบความเป็นธรรมชาติที่น่ารักสดใส และน่าเข้าหาของมีนาขึ้นมากกว่าเก่าเสียอีก

“หัวฟูหน้ามันแผล่บขนาดนี้ จะอาบน้ำก่อนไหม”

ทีต่อหน้าเพื่อนอย่างเขาล่ะ สภาพหน้าไม่เคยพร้อมรบ

จ้าวสมุทรอยากจะรู้จริงๆว่าตอนอยู่ต่อหน้าสหภัฐ มีนาจะทำตัวแบบนี้รึเปล่า

“ยังเช้าอยู่เลย”

มีนาส่ายหน้า ก่อนจะอ้าปากหาว

ถ้าไม่ติดว่าเห็นว่าเพื่อนสนิททักมาตั้งแต่เมื่อคืน เธอจะขอนอนต่อจนกว่าถึงเวลาเข้าคลาสเรียนเลย

“ไม่หิวหรอ ขาดข้าวเช้าทีไรก็บ่นปวดท้องอีก”

จ้าวสมุทรเอ่ยบอกอย่างรู้ใจ

“รอพี่ครามพาไปกิน”

“สมน้ำหน้ารอเลยได้เปล่า เผื่อในกรณีเขาไม่มา”

จ้าวสมุทรยกยิ้ม อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่าออกมาอย่างนึกแกล้ง

“ไม่มีทาง!” มีนายู่ปาก

“เราเอากระเป๋าเงินเขาเป็นตัวประกันไว้แล้ว”

มือเล็กพลางชูกระเป๋าตังค์หนังสีน้ำตาลเข้มของสหภัฐโบกไปมา

“นี่มันยุคไหนแล้วครับ ไม่มีกระเป๋าตังค์ก็แสกนจ่ายได้เนอะ”

“ลืมคิดไปเลย” มีนาเบิกตากว้าง

โธ่เอ้ย! ก็ว่าไม่พลาดแล้วเชียวยัยมีน

ไหง๋ตกม้าตายจนได้ล่ะเนี่ย

ใบหน้าหวานดูดื้อดึง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววหัวเสียและเป็นกังวลในใจ

“ทำยังไงดีๆ”

มีนาดิ้นๆ ไปมากับเตียงนุ่ม

เธอไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตกลงสหภัฐจะทำตามอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า

ไม่ใช่ว่าเบี้ยวนัดกันไปแล้วนะ

“อีกสิบนาทีเดี๋ยวไปหา”

จ้าวสมุทรว่าพลางใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูเวลาที่ขึ้นโชว์บนแถบด้านบนของมือถือ

“อาบน้ำรอเลย ไว้ค่อยคุยต่อบนรถ”

“ไม่ต้องเลย ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวพี่ครามมารับ”

ถ้าเกิดไม่รอแล้ว สหภัฐดันมาทีหลัง

พี่ครามคงโมโหฟาดงวงฟาดงาใส่เธอไปอีกหลายวัน

“พนันกันไหมล่ะ ถ้าเขาไม่มาเธอจะโดนเราจุ๊บหนึ่งที” จ้าวสมุทรยกยิ้มขี้เล่น

ประโยคที่ได้ยินทำเอามีนากอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย

“เอาสิ ยังไงเขาก็มาแน่”

มีนามั่นใจว่าสหภัฐไม่มีทางผิดคำพูด

“เค๊ แล้วเรื่องแฟน... ตกลงยังไง ไปคบกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ”

แววตาที่มองมาอย่างต้องการคำตอบของจ้าวสมุทรทำเธอพูดอะไรไม่ออก

มีนาเม้มปากแน่น หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มแหยๆ ให้แทนคำตอบ

เอาจริงๆ เธอก็ยังไม่ได้พูดคุยกับสหภัฐเรื่องนี้เลย

เมื่อคืนกว่าจะถึงบ้านก็โดนบังคับให้อาบน้ำนอนแล้ว

“อย่าบอกว่ายังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้

จ้าวสมุทรเลิกคิ้วมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอีกคน

เห็นไหมล่ะ เขาเดาผิดซะที่ไหน

ดูจากบุคลิกภายนอกแล้ว ผู้ชายอย่างเขาก็พอจะมองออกว่าสหภัฐเป็นพวกเจ้าชู้ เสือผู้หญิง และไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ที่บ่งบอกถึงสถานะลึกซึ้งกับใครได้เลย

มันสมควรแล้วหรอที่ผู้หญิงอย่างมีนาจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้

ให้ตายสิ! เรื่องนี้มันทำให้จ้าวสมุทรไม่ชอบใจสุดๆ ไปเลย

“ไม่รู้ๆๆ”

มีนายกสองมือขึ้นปิดหู ไม่รับรู้ และยังไม่พร้อมจะอธิบายอะไรให้เพื่อนฟังด้วย

ติ๊ง!

เธอตาโตด้วยความตกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังรอนั้นทักข้อความมาแล้ว

“วางแล้วนะ พี่ครามทักมา เจอกันที่คลาสเรียน”

มีนาฉีกยิ้มกว้างยกมือโบกไปมา ก่อนจะตัดสายทิ้งไปทันที โดยไม่คิดรอฟังคำโต้แย้งใดๆ ของจ้าวสมุทรอีก

 

สีฟ้าเข้ม

สหภัฐ:

ตื่นยังครับ

พี่กำลังออกนะ

What's mean!?:

หิว

สหภัฐ:

แต่งตัวแล้วใช่ไหม

รอเลย เดี๋ยวพาไปร้านเดิม

โจ๊กกับปาโก๋ กรอบอร่อย

What's mean!?:

ซื้อมากินที่ห้องดิ

ข้างนอกร้อนจะแย่

สหภัฐ:

ขี้เกียจล้างจานอ่ะ

กินข้างนอกได้ฟีลกว่านะ

What's mean!?:

send sticker

(หมีหน้างอน พองลมที่แก้ม)

สหภัฐ:

เชื่อพี่น้องหนู

ห้านาทีถึงค่ะ เตรียมตัว

What's mean!?:

ครามมม

สหภัฐ:

อะไรรรรรร

What's mean!?:

อยากกินที่ห้องนี่คะ

นะคะพี่คราม

สหภัฐ:

ไม่ค่ะ ขี้เกียจขึ้นห้อง

ทางผ่านอ่ะ

รับเราแล้วเลยไปมอทีเดียว

What's mean!?:

แต่เรามีเรียนตั้งเกือบ 10 โมง

มีเวลาเหลือเยอะแยะเลย

สหภัฐ:

มันจะติดลมเอานะ

สายขึ้นมาอย่ามาว่าพี่แล้วกัน

What's mean!?:

ติดลมอะไร

สหภัฐ:

ได้นั่งแล้วขี้เกียจออกไง

พี่ว่าเราโทรคุยกันเลยดีไหม

ขี้เกียจพิมพ์แล้ว

What's mean!?:

ไม่โทร

จะไปอาบน้ำแล้ว

รีบมานะคะ

เอาโจ๊กมาด้วย

สหภัฐ:

ไม่ครับ ขี้เกียจต่อคิว

ถ้าไม่ไปกินด้วยกัน ก็ไม่ต้องกิน

What's mean!?:

งั้นก็เข้ามาเลยก็ได้

เรามีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ให้รู้เรื่องด้วย

สหภัฐ:

เฮ้อ

หมูสับไข่ตีนะ

รอ

What's mean!?:

อื้อ

มีนรอ

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...