0 4
ลงโทษเด็กดื้อ
“เราเจ็บนะ เบาๆ หน่อยสิ”
เมื่อถูกสหภัฐลากออกมาด้านหน้าคลับด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่ลดน้อยลงเลย
มีนาจึงเอ่ยบอก เพื่อหวังให้อีกฝ่ายใจดีกับตัวเองขึ้นบ้าง
ข้อมือเล็กแดงรื้นขึ้นรอยนิ้วมือตามแรงบีบของอีกคน
เธอรู้สึกเจ็บจนน้ำตาคลอ
สหภัฐหยุดเดิน
เมื่อพวกเขามาถึงลานจอดรถกันแล้ว
ชายหนุ่มหันกลับมาสบตาหญิงสาวที่เอาแต่หาเรื่องให้เขาหงุดหงิดได้ไม่เว้นแต่ละวัน
“วันนั้นคอลกับอีกคน
แต่ตอนนี้มากับอีกคน จะให้พี่คิดยังไงฮะมีน!”
มีนายืนนิ่งมองคนที่ตะคอกใส่กันด้วยสายตาสั่นไหว
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น
โดยไม่คิดโต้เถียงอะไรกลับไปให้มากความ
“ถ้าจะแรดก็ช่วยไว้หน้ากันบ้าง
ไม่ใช่แรดเปิดเผยขนาดนี้”
“พี่คราม” มีนากัดฟันกรอด
หญิงสาวจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายที่เธอหลงรักด้วยแววตาตัดพ้อ
ในสายตาของสหภัฐ
เธอคงเป็นผู้หญิงที่แย่มากจริงๆ
“ทำไม... พูดความจริงแล้วรับไม่ได้อย่างนั้นหรอ”
สหภัฐขยับไปใกล้มีนามากขึ้น
ทั้งยังมองด้วยสายตาวาวโรจน์
“หรือจริงๆ แล้วอยากได้พี่จนตัวสั่น
ถึงต้องคอยเทียวไปเทียวมากับผู้ชายคนนั้นทีคนนี้ทีเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่กันฮะ!”
พลั่ก!
มือเล็กผลักอกแกร่งเต็มแรงราวกับทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป
หยดน้ำใสไหลออกมาเปื้อนสองแก้มอย่างอดกลั้นต่อไปไม่ไหว
“ถ้าใช่แล้วจะทำไมล่ะ!”
“มีน!”
นัยน์ตาคู่สวยช้อนขึ้นมองหน้าสหภัฐผ่านม่านน้ำตา
ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มพวยพุ่งขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เราทำอะไรพี่ก็ไม่ชอบ
ไม่พอใจทั้งนั้นนั่นแหละ”
เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
“ในสายตาพี่
เรามันผิดตั้งแต่เริ่มก้าวเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตพี่แล้วด้วยซ้ำ”
ความรู้สึกที่สะสมมานานพรั่งพรูออกมาไม่ต่างกับน้ำปะปาที่หัวก๊อกแตก
สหภัฐคว้าข้อมือเล็กรั้งเอาไว้แน่น
ก่อนจะออกแรงกระชากพาเดินไปที่รถต่อ
ชายหนุ่มดันให้ร่างเล็กขยับเข้าไปด้านในตัวรถสปอร์ตคันหรู
ก่อนจะปิดประตูดังลั่นและกดล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนา พร้อมทั้งขยับขึ้นคร่อมมีนาที่เสียหลักล้มลงไปนอนราบกับเบาะนุ่มด้านหลังของตัวรถอย่างรวดเร็ว
“อยากได้แบบนี้นักใช่ไหม”
สหภัฐกดข้อมือเล็กลงกับเบาะเหนือศีรษะของมีนาด้วยอารมณ์ร้อนๆ
ที่พุ่งสูงขึ้น
“อยากได้แบบนี้นักใช่ไหมมีน!”
ชายหนุ่มซุกลำคอขาว
ก่อนจะตราตรึงความเป็นเจ้าของซ้ำๆ
ความหงุดหงิดและอารมณ์ร้อนที่มันสะสมมาตลอดหลายวันกำลังถูกระบายออกมา
“ฮึ่ก... พี่คราม
ทำบ้าอะไร ถอยไปนะ!”
ความหวาดกลัวเริ่มเข้ามาในพื้นที่หัวใจ
หยดน้ำตาเริ่มเอ่อไหลออกมามากกว่าเดิม
มีนาไม่ใช่เด็กน้อยที่จะไม่รู้ว่าสิ่งที่สหภัฐกำลังกระทำนั้นมันคืออะไร
เพียงแต่เธอไม่ได้ต้องการแบบนี้... ไม่เคยต้องการเขาในห้วงอารมณ์แบบนี้เลยสักนิดเดียว
สหภัฐเอื้อมมือปิดปากหญิงสาวใต้ร่างเอาไว้แน่น
นาทีนี้ชายหนุ่มไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว
เขาต้องการให้มีนาได้รู้สักทีว่าในเวลานี้อีกฝ่ายเป็นของของใคร
สหภัฐต่างหากควรเป็นคนที่ได้ยืนอยู่ข้างกายของมีนาตรงนั้น
ไม่ใช่พวกผู้ชายทั้งหลายที่เอาแต่รายล้อมและฉวยโอกาสกับอีกฝ่ายไม่หยุด
สหภัฐอยากทำให้มีนาเป็นของเขาทั้งร่างกายและหัวใจ
ไม่ว่าเธอจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม
ไม่สิ... ก็นี่มันคือสิ่งที่มีนาต้องการมาตลอดไม่ใช่หรอ
เข้ามาจีบกัน ทำตัวให้สนใจ
เรียกร้องหาความรักจากเขา
มีนาเอาแต่ยั่วโมโหกันไม่หยุด
พอเรื่องมาถึงตรงนี้แล้วจะมาร้องไห้เอาอะไร
เธอควรดีใจซะด้วยซ้ำที่ตัวเองปั่นหัวเขาสำเร็จ
ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนลำคอขาวซ้ำไปซ้ำมา
ออกแรงขบกัดดูดเม้มจนเป็นรอยช้ำจ้ำๆ
มีนาพยายามขยับตัวหนี
และส่งเสียงร้องประท้วงออกมาจากลำคอเท่าที่เธอจะสามารถขัดขืนอีกฝ่ายได้
แต่ก็ดูเหมือนมันจะไม่มีความหมายอะไรกับสหภัฐเลย
เธอไม่อาจหยุดการกระทำของสหภัฐลงได้เลยแม้แต่น้อย
สหภัฐปลดเสื้อผ้าของมีนาออกอย่างรวดเร็ว
จนเหลือเพียงบราเซียสีขาวสลับกับลายลูกไม้สีชมพูอ่อน
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองสบตากับมีนาอีกครั้ง
ก่อนจะกดฝังปลายจมูกโด่งรันลงบนหน้าอกอวบอิ่มอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่
การกระทำนั้นทำให้มีนาเริ่มดิ้นสุดแรง
เข่าเล็กๆ ยกขึ้นกระทุ้งเข้ากลางลำตัวของสหภัฐเต็มแรง
จนชายหนุ่มหลุดเสียงร้องออกมาเสียงหลง
“โอ๊ย!”
สหภัฐจุกจนงอตัว ชายหนุ่มเจ็บบริเวณลูกชายตัวน้อยจนพูดไม่ออก
มีนาจึงอาศัยจังหวะนั้นผลักอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว
มือเล็กรีบคว้าเสื้อคลุมตัวใหญ่ของสหภัฐที่พาดอยู่บริเวณเบาะด้านข้างคนขับมาสวมเอาไว้ลวกๆ
ก่อนจะรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีเปิดประตูหนีออกไป ให้สหภัฐมองตามด้วยความเจ็บใจ
“มีน! มีน!!
โธ่เว้ย!”
มีนาหอบหายใจหนักๆ
เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง
มือเล็กรูดซิปเสื้อปิดขึ้นมาจนสุดลำคอ
เพื่ออำพรางไม่ให้ใครเห็นเรือนร่างที่เหลือเพียงซับในชิ้นบางของเธอ โชคดีที่เสื้อคลุมยีนส์ของสหภัฐค่อนข้างตัวใหญ่จนยาวมากพอที่จะคลุมตัวเธอเอาไว้ได้จนเกือบถึงหัวเข่า
หญิงสาวเดินเท้าเปล่ากลับเข้ามาในไนต์คลับอีกครั้ง
เพราะความเร่งรีบจึงทำให้มีนาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะหยิบคว้ารองเท้าที่หลุดไว้อยู่ในรถของสหภัฐมาสวมใส่
เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลหยดลงมาไม่ขาดสายออก
ยามพยายามเร่งฝีเท้าเดินไปทางโซนที่เพื่อนสนิทอยู่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าระยะห่างและผู้คนมากมายที่พากันมองมา
ทำให้เธอรู้สึกว่าจากตรงนี้ไปยังโต๊ะของเพื่อนสนิทมันชักอยู่ห่างไกลกันซะเหลือเกิน
มีนาพยายามมองหาเพื่อนๆ
แต่ก็ไม่เจอใครเลยสักคน
เสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มที่เธอตื่นตาตื่นใจในตอนนี้
ตอนนี้กลับฟังดูน่าปวดหัวซะจนแทบทนอยู่ในร้านต่อไปไม่ไหว
มีนาอยากรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็ว
นัยน์ตากลมโตบอบช้ำจากการร้องไห้ฉายแววสับสนกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้น
เธอพยายามควานหาโทรศัพท์ในตัว แต่มันน่าจะหล่นบนรถของสหภัฐไปแล้ว ฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะพาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัยได้ในตอนนี้
มีเพียงแค่ต้องพาตัวเองไปหาจ้าวสมุทรกับลิลล์ให้ได้เท่านั้น
มีนาได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างนึกน้อยใจในชะตากรรมของตัวเอง
ทำไมเธอต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้จากผู้ชายที่เธอรักมากที่สุดด้วยนะ
ทำไมกัน!
เจสันขมวดคิ้วเล็กน้อย
ยามบังเอิญมองมาเห็นร่างเล็กของมีนาเดินอยู่ในจุดที่ไม่ห่างกับโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่มากนัก
นั่นมันน้องมีน... เด็กครามไม่ใช่หรอวะ
ท่าทางแปลกๆ ของมีนา ทำให้เจสันผุดลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความประหลาดใจ
ชายหนุ่มเดินฝ่ากลุ่มคนมากมายเข้าไปหาผู้หญิงของเพื่อนสนิท
ก่อนจะขมวดคิ้วนิ่วหน้าเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่ายชัดๆ
“น้องครับ
มีเรื่องอะไรอยากให้พี่ช่วยรึเปล่า”
จริงๆ เจสันอยากถามว่าทำไมถึงแต่งตัวและเดินเท้าเปล่าเข้ามาแบบนี้ออกไปด้วย
แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามในสิ่งที่ไม่สมควรและเอ่ยประโยคเชิงกว้างออกไปแทน
ดูจากใบหน้าและนัยน์ตาฉ่ำน้ำนั่นก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องไปเจอเรื่องที่ไม่ดีมาแน่ๆ
แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงในเมื่อมีนาน่าจะอยู่กับสหภัฐในช่วงเวลาก่อนหน้านี้แน่นอน
สหภัฐไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายโดนใครมาทำร้ายได้แน่ๆ
นอกเหนือจากตัวของเพื่อนสนิทเขาซะเอง
นั่นแหละที่ทำให้เจสันเริ่มนึกกังวล
คงไม่ได้ทะเลาะอะไรกันมารุนแรงหรอกใช่ไหมนะ
มีนหันมอง
เธอเริ่มขมวดคิ้ว เมื่อรู้สึกคุ้นหน้า
“พี่เจสัน เพื่อนครามไง
จำได้ไหมครับ”
เจสันยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่มองเขาด้วยสายตาราวกับเป็นเพียงคนแปลกหน้าต่อกัน
ทันทีที่ได้ยินชื่อสหภัฐหลุดออกมา
มีนาก็ผละถอยห่างจากเจสันอย่างรวดเร็ว
“อย่าเข้ามานะ
ไม่งั้นมีนจะร้องดังๆ ให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”
ในหัวตอนนี้คิดเพียงว่าสหภัฐต้องส่งเพื่อนมาบังคับเธอให้ไปหาเขาอีกแน่ๆ
สถานการณ์ที่พึ่งเจอมาทำเอามีนาคิดไปในแง่บวกไม่ได้จริงๆ
“ฮะ? เดี๋ยวก่อนนะ
คืออะไร” เจสันทำหน้างง
เขาไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่มีนาพูดสักเท่าไหร่
ยังไม่ทันได้มีใครพูดอะไร
สหภัฐก็วิ่งตามเข้ามาหากันซะก่อน
“มีน!
คุยกันก่อน”
ร่างสูงหยุดยืนอยู่ข้างๆ
เพื่อนด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
สหภัฐพยายามเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงใจเย็นลงกว่าเดิม
“ไม่! ถอยไปห่างๆ เลย”
มีนาขยับถอยหลังอีกครั้ง
สภาพสองเท้าที่เปลือยเปล่าของเธอกับผู้ชายสองคนที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางราวกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังหาเรื่องรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ
ทำให้คนรอบข้างเริ่มหันมามองด้วยความสงสัย
“อย่าทำให้พี่หมดความอดทนได้ไหม”
สหภัฐพ่นลมหายใจหนักๆ
อย่างนึกปวดหัว
ให้ตายเถอะ! วิ่งออกมาทั้งสภาพแบบนั้นได้ยังไง
ไม่รู้รึไงว่ามันล่อตาโจรมากแค่ไหน
เกิดเป็นอันตรายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ
มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
ความเชื่อใจที่เคยมีมันกำลังพังทลายลงจนหลงเหลือเพียงความหวาดกลัว
หญิงสาวหันหลังทำท่าจะวิ่งหนีไปอีก
ทว่า...
หมับ!
สหภัฐคว้าที่ข้อมือเล็กได้ทันเวลา
แววตาคู่คมมองสบตา
ยามเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“ขอโทษ”
โอเค... ครั้งนี้สหภัฐผิดที่วู่วาม
คราวหลังเขาจะระวังตัวเองไม่ให้ทำอะไรที่ไม่ดีกับมีนาอีก
ดูสายตาคู่สวยที่มองมาเหมือนกำลังกลัวเขาอย่างสุดหัวใจนั่นสิ
มันทำให้ชายหนุ่มอกสามศอกอย่างสหภัฐพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
ทำไมมีนาถึงต้องทำเหมือนเขาเป็นโจรห้าร้อยที่ทำร้ายกันแบบนั้นด้วย
ทั้งที่เราสนิทกันมาตั้งเท่าไหร่ คุ้นเคยกันดีมากแค่ไหน
มันไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้เลย
“พี่ขอโทษได้ไหมครับ”
สหภัฐเอ่ยอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ามีนาเงียบไม่ตอบอะไรกลับมา
มีเพียงท่าทางต่อต้านเมื่อครู่ที่เริ่มเบาบางลงจนสัมผัสได้เท่านั้น
ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตากับสหภัฐด้วยแววตาสั่นระริก
“มีอะไรกันวะ อ้าว...
น้องมีน”
แมทธิวที่เดินตามเข้ามาสมทบเพราะเห็นคนรอบข้างเริ่มขยับเข้ามามุงกันเป็นวงกว้างเอ่ยปากทักรุ่นน้องสาวที่เขาเองก็สนิทด้วยอยู่ไม่น้อยด้วยความแปลกใจ
“มีนครับ”
สหภัฐขยับเข้าหาโอบเอวบางเอาไว้แนบกาย
มือหนาค่อยๆ ยกขึ้นเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าหวานออกให้อย่างเบามือ
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวให้กับความรู้สึกปั่นป่วนภายในใจของตัวเอง
นัยน์ตาคมวูบไหวจนรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนไปของตัวเองที่ต่างไปจากเดิม
น้ำตาของมีนามีผลต่อความรู้สึกของเขามากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย
“เราไปหาที่เงียบๆ นั่งคุยกันนะ
คราวนี้รับปากว่ามันจะไม่มีอะไรแบบนั้นแล้ว”
สหภัฐลูบกลุ่มผมนุ่ม
พลางเอ่ยกระซิบ
“ไม่เอา ไม่อยากไป”
เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธทันที
หญิงสาวยังคงมองสหภัฐด้วยแววตาหวาดกลัว
ถึงแม้คำขอโทษและท่าทางความอ่อนโยนของอีกฝ่ายจะช่วยลดความน่ากลัวลงไปได้บ้าง
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันยังคงติดตาจนยากจะไว้ใจ
“ไปด้วยกันนะมีน
เดี๋ยวพี่ให้คนเอาไปรองเท้ามาให้”
สหภัฐพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ
ซึ่งมันก็เริ่มได้ผลที่ดีขึ้น เมื่อหญิงสาวในอ้อมกอดเริ่มก้มมองเท้าตัวเองที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อจากการวิ่งด้วยฝ่าเท้าที่เปลือยเปล่า
สหภัฐค่อยๆ ประคองมีนาให้เดินขึ้นไปยังโซน
VVIP ที่พวกเขาจองเอาไว้
มีนายอมเดินตามการนำพาของชายหนุ่มไปเงียบๆ
ตลอดทาง ก่อนที่เธอจะเริ่มหยุดเดินขึ้นมาดื้อๆ จนสหภัฐก้มหน้าลงมอง
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น
ก่อนจะยู่เล็กเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตฉายแววงอแงให้คนมองรู้ถึงความต้องการของหญิงสาวที่เติบโตมาด้วยกันได้เป็นอย่างดี
“เจ็บเท้า”
มีนาว่าเสียงอ่อย
“แล้วใครใช้ให้วิ่งมาทั้งแบบนี้”
สหภัฐบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้
เห็นว่ายังไม่หายโกรธดีหรอกนะ
ไม่อย่างนั้นจะบ่นเรื่องชุดที่ใส่อยู่ด้วยให้เข็ด
พรึ่บ!
แม้ปากจะบ่น แต่สุดท้ายสหภัฐก็ย่อตัวลงอุ้มอีกฝ่ายขึ้นในท่าเจ้าสาว
เพื่อพาเดินไปยังโซนโซฟาด้านบนอยู่ดี
โซน VVIP
ใบหน้าหวานก้มหน้าลงนิ่งเงียบ
ขณะนั่งอยู่บริเวณด้านในสุดของโซฟาตัวยาว โดยมีสหภัฐนั่งขนาบข้าง
มีนาไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยทักทายหรือสบตากับใครทั้งนั้น
มือเล็กกำเข้าหากันแน่น
ยามเหลือบมองรองเท้าของตัวเองที่สหภัฐให้ใครบางคนไปหยิบมาให้จากในรถ
หญิงสาวขยับไปหยิบรองเท้ามาสวมเอาไว้อีกครั้ง
สหภัฐเลื่อนแก้วน้ำเปล่ามาวางไว้ตรงหน้ามีนาแทนที่จะเป็นน้ำเมาสีเหลืองอ่อนอย่างเช่นคนอื่นๆ
แมทธิวลอบมองผู้หญิงของเพื่อนเป็นระยะด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความอยากรู้อย่างไม่คิดจะปิดบัง
“ดื่มน้ำสักหน่อยแล้วเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน”
สหภัฐกระซิบบอก
“จะคุยก็คุยตรงนี้สิ ทำไมต้องรอไปคุยที่อื่นด้วย”
นัยน์ตากลมโตตวัดขึ้นมอง
ริมฝีปากสวยยู่ลงด้วยท่าทางดื้อดึง
สหภัฐถอนหายใจหนักๆ ให้กับนิสัยดื้อรั้นที่แก้ไม่หายของหญิงสาว
ชายหนุ่มไม่ได้อยากยื้อเวลาในการพูดคุยให้มีนาต้องรอ
แต่นี่มันเป็นเรื่องของเรา สหภัฐไม่อยากให้เพื่อนในกลุ่มที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่มารับรู้ด้วย
“ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะคุยตอนนี้
เราจะกลับไปหาเพื่อน”
มีนาตัดบท
หญิงสาวลุกขึ้นยืนทันที
ให้สหภัฐรีบลุกขึ้นตาม
“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปด้วย”
เหอะ!
ทีเมื่อก่อนไม่เห็นเคยสนใจกันเลย
“ไปสิครับ”
มือหนาโอบเอวมีนาเอาไว้หลวมๆ
ท่ามกลางสายตาของกลุ่มเพื่อน
มีนาลอบมองเพื่อนของสหภัฐที่จ้องมองมาด้วยสายตาล้อเลียน
ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น เธอรู้สึกประหม่าจนเผลอกำชายเสื้อคลุมของสหภัฐที่ตัวเองสวมอยู่แน่น
สหภัฐไม่เคยพาเธอเข้ามาอยู่ในโลกของเขามาก่อนเลยสักครั้ง
ลึกๆ
แล้วมีนาก็แอบรู้สึกดีใจไม่ได้
ที่ผ่านมาอย่าหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมพาเธอมาเปิดตัวหรืออะไรเลย
แค่พามาเข้าสังคมของสหภัฐเองยังเป็นไปได้ยาก มีนาเหมือนถูกสหภัฐตัดขาดออกจากโลกของเขาโดยสิ้นเชิง
และมีสิทธิ์อยู่เงียบๆ ในมุมของเราสองคนเท่านั้น
แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน
อยู่ๆ มีนากลับได้ก้าวเข้ามา
โดยที่ไม่ต้องพยายามเลยด้วยซ้ำ
แบบนี้มันเรียกว่าเจอเรื่องดีๆ
ในเรื่องร้ายๆ ได้รึเปล่านะ
สหภัฐพาเดินลงไปชั้นล่าง
ก่อนจะพามีนากลับไปยังโต๊ะของเพื่อนๆ อีกครั้ง
“ยัยมีน!”
ลิลล์เกือบจะพุ่งเข้าไปหาแทบจะทันทีที่เห็นเพื่อนสนิท
แต่กลับต้องชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนเดินมาหยุดยืนข้างๆ กันกับมีนาด้วย
ความหล่อเหลาของอีกฝ่ายกระแทกตาเธอเข้าอย่างจัง
เพียงเสี้ยววินาทีลิลล์ก็สามารถจดจำเขาได้ทันที
นั่นมัน... คนที่มีนาคุยโทรศัพท์ด้วยเมื่อตอนเย็นไม่ใช่หรอ!?
โอ้ย!
ในกล้องว่าหล่อแล้ว ตัวจริงออร่ากระจายเลยอ่ะ
“สวัสดีครับ”
สหภัฐยกยิ้มส่งให้อย่างเป็นมิตร
ทว่าแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สาวน้อยช่างฝันอย่างลิลล์ได้แต่อ้าปากค้าง ใบหน้าแดงก่ำ
ทั้งยังเผลอบิดตัวไปมาด้วยท่าทางขวยเขิน
“สวัสดีค่ะ”
ลิลล์รีบยกมือไหว้ย่อขาดั่งกุลสตรียามเอ่ยตอบกลับไป
ผิดกับจ้าวสมุทรที่มองคนตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง ในหัวกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง
ข้อที่ 1
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน
ข้อที่ 2
ที่โดนต่อยเมื่อกี้ยังไม่ทันได้เคลียร์
ข้อที่ 3
มีนมีแฟนแล้วจริงๆ ดิ?
จ้าวสมุทรยกมือไหว้ให้สหภัฐส่งยิ้มกลับไปเป็นมารยาท
สหภัฐทรุดตัวนั่งลงข้างๆ
มีนา โดยไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ใครฟัง
อันที่จริงตอนนี้เขาอยากกลับบ้านไปเคลียร์กับมีนามากกว่า
ไม่มีอารมณ์จะผูกมิตรหรือดื่มกับใครทั้งนั้นนั่นแหละ
ลิลล์มองหน้ามีนาแบบว่าคันปากอยากถามมากมาย
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะยังมีชายหนุ่มที่ตกเป็นประเด็นกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย
“จะอยู่กันถึงกี่โมงหรอครับ”
สหภัฐเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจเย็น
“ก็จนกว่างานจะเลิกแหละครับ
วันนี้พวกเรามางานวันเกิดเพื่อน ถ้ากลับก่อนเจ้าของงานมันจะดูไม่ดี”
จ้าวสมุทรตอบกลับ
เป็นประโยคที่ฟังแล้วทำให้สหภัฐรู้สึกเซ็งมากกว่าเก่า
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจเบาๆ
ยามมองเด็กเสิร์ฟที่ขยับมาเสิร์ฟเครื่องดื่มวางตรงหน้าเขา
มีนามองแก้วของสหภัฐ
ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น ทว่าเธอยังคงรู้สึกโกรธเคืองอีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่
จึงละสายตาไปมองแก้วของเพื่อนสนิทอย่างจ้าวสมุทรที่มีเครื่องดื่มแบบเดียวกันแทน
“โจดื่มอะไรอ่ะ
เราชิมบ้างดิ”
คิ้วเข้มของคนที่อุตส่าห์เดินตามมานั่งด้วยกระตุกยิก
ก่อนจะหงุดหงิดมากขึ้นอีกเป็นทวีคูณเมื่อคนที่ควรจะเป็นแค่เพื่อนกำลังตอบกลับเด็กของเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มหูชวนฝัน
“นี่มันเหล้า
เด็กดื่มไม่ได้ครับ”
จ้าวสมุทรเอ่ยยิ้มๆ
มือหนาเลื่อนเข้าหาแกล้งบีบจมูกเล็กเบาๆ
ลิลล์ไม่รู้แล้วว่าการกระทำของจ้าวสมุทรมันเป็นเรื่องปกติที่พวกเธอชอบทำ
หรือจริงๆ แล้วอีกฝ่ายกำลังตั้งใจปั่นประสาทหนุ่มหล่อร่วมโต๊ะกันแน่
ลิลล์รีบยกแก้วตัวเองขึ้นดื่มดับกระหาย
ทำท่าเหมือนมองไม่เห็นสิ่งใด ทั้งๆ ที่ทุกการกระทำของคนทั้งสามนั้นอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด
นี่เธอไม่ได้สอดรู้สอดเห็นเลยนะ
แค่เป็นห่วงเพื่อนมากก็เท่านั้นจริงๆ
“กับแฟนคนอื่นน่ะ
อะไรที่มันไม่ควรทำ น้องก็ควรรู้ได้ด้วยตัวเองนะครับ”
สหภัฐดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มด้วยสีหน้าที่ไม่คิดปกปิดอารมณ์ตนเอง
ความหงุดหงิดที่ไม่ต่างจากภูเขาไฟมันกำลังปะทุอยู่ในอกตุบๆ
ที่น่าโกรธยิ่งกว่าคือ
‘คนของเขา’ กลับยอมปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นโดนเนื้อโดนตัวหน้าตาเฉย และทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติอีกต่างหาก
ต่อหน้ายังขนาดนี้ แล้วลับหลังจะขนาดไหนกัน
“พี่เป็นแฟนเพื่อนผมหรอครับ”
จ้าวสมุทรเงยหน้าขึ้นสบตากับสหภัฐอย่างไม่นึกเกรงกลัว
“เท่าที่ผมรู้คือมีนยังไม่มีแฟนนะ”
สหภัฐหันมองหน้ามีนาเป็นเชิงกดดันกลายๆ
หญิงสาวได้แต่เม้มปากแน่น
“ฟะ แฟนหรอ”
เสียงหวานพึมพำออกมาแผ่วเบา
มันจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อที่ผ่านมาสหภัฐไม่เคยเอ่ยปากขอเธอเป็นแฟนสักครั้งเลย
“บอกเพื่อนไปสิครับว่าเราเป็นอะไรกัน”
สหภัฐเอ่ยกระซิบข้างใบหู
มือหนาขยับเคลื่อนเข้าหา
ก่อนจะกระชับฝ่ามือเล็กเอาไว้
คำพูดที่ทำให้มีนาขมวดคิ้ว
ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
ยิ่งนึกมาถึงตรงนี้
มันก็รู้สึกจุกไปทั้งอกอย่างบอกไม่ถูก
มีนาเฝ้าตามจีบ
ไล่ตามสหภัฐอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอดหลายปี
จากที่เคยสวมใส่ชุดนักเรียน
ก็เปลี่ยนมาเป็นชุดนักศึกษา
ทว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเรา
มันกลับมีเพียงคำว่า ‘พี่น้อง’ เสมอมา
“ใครบอกล่ะ
สำหรับพี่แล้ว เราคือคนสำคัญที่สุดต่างหาก”
สหภัฐว่าด้วยรอยยิ้ม
มือหนาหยิกแก้มมีนาเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ
“ทำไม... ไม่อยากเป็นแฟนพี่หรอมีน”
มีนาสบตากับสหภัฐด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เธออ่านไม่ออกเลยว่าตอนนี้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการมันคืออะไรกันแน่
อยากสิ
แต่แบบนี้มัน...
มีนาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าถ้าจ้าวสมุทรไม่เข้าใกล้เธอมากขนาดนั้นและไม่มีเรื่องผิดใจอะไรกันเกิดขึ้น
สหภัฐจะมาพูดและแสดงท่าทางแบบนี้กับเธอหรือเปล่า
อาการที่อีกฝ่ายเป็นมันไม่ต่างจากพวกพระเอกนิยายที่มีนาชอบอ่าน
มันเหมือนสหภัฐก็แค่
‘หวงก้าง’ และเกิดรู้สึกอยากแสดงความเป็นเจ้าของกับเธอต่อหน้าเพื่อนๆ คนอื่นๆ
หรือไม่ก็ตั้งใจทำเพื่อไม่ให้จ้าวสมุทรหรือผู้ชายคนไหนกล้าเข้าใกล้เธออีก
น่าเจ็บปวดสุดๆ เลย
สหภัฐมากล้าแสดงตัวขึ้นมาอะไรในตอนนี้กัน
“สำหรับมีน
พี่เป็นอะไรครับ”
สหภัฐเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่ามีนานิ่งเงียบนานเกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้
มีนาหันมองหน้าเพื่อนทั้งสอง
ก่อนจะมองสบตากับสหภัฐอีกครั้ง
“ทำแบบนี้เพราะอะไร
ทำไมพี่ถึงมาถามมาพูดอะไรเอาตอนนี้ล่ะ”
คนเฮงซวย!
เห็นแก่ตัวที่สุดเลย
ก่อนหน้านี้ใครกันที่บ้าทำเรื่องแบบนั้นกับเธอจนเกือบต้องเสียตัวไปแล้วจริงๆพอมาตอนนี้จะมาเรียกร้องเอาสถานะ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอพยายามแทบตาย แต่ก็ไม่เคยได้รับการยอมรับ
มันจะเกินไปหน่อยแล้ว
สหภัฐเงียบ
ไม่ตอบอะไร เขาทำเพียงมองสบตากับมีนานิ่งๆ เท่านั้น
มีนาหันมองจ้าวสมุทร
“เรายังไม่มีแฟนหรอก
ถึงจะอยากมีแค่ไหนแต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มี”
คำตอบที่ทำเอาสหภัฐหน้าชา
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกคนตัวเล็กหักหน้า ทำให้อับอายถึงขั้นเสียฟอร์ม ที่ผ่านมาทุกสิ่งที่เขาทำมันชัดเจนมากพอแล้วเสียอีก
ไม่ว่าเวลาไหน สหภัฐยกให้มีนาเป็นที่หนึ่งเสมอ
ขอเพียงอีกฝ่ายเอ่ยปากก็พร้อมจะไปหา
ทั้งหมดที่ทำลงไปมันไม่เพียงพอเลยใช่ไหมถึงดูไม่สำคัญจนทำแบบนี้ใส่กัน
สหภัฐเคยคิดว่าตราบใดที่ความรู้สึกของสองเราตรงกัน
เรื่องสถานะอะไรมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่เคยเอ่ยปากขอมีนาเป็นแฟนจริงๆ
จังๆ สักที
ถึงไม่เคยพูดคำว่าแฟน
แต่หากมีคนตั้งคำถาม พวกเขาก็ควรตอบกลับไปว่าเราสองนั้น ‘พิเศษ’ กว่าคนอื่นๆ
รึเปล่า
ทำแบบนี้จะไม่ให้สหภัฐนึกน้อยใจได้ยังไง
“งั้นต่อไปไม่ต้องมาหากันแล้วนะ”
สหภัฐเอ่ยเสียงนิ่ง มือหนาผละออก
ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้นยืนทันที
มีนาหันมองสบตาด้วยแววตาตัดพ้อ
ใช่สิ
เธอทำอะไรมันก็ไม่เคยถูกในสายตาของสหภัฐอยู่แล้วนี่
“ขอโทษด้วยแล้วกันถ้าพี่บังคับอะไรมีนมากเกินไป”
สหภัฐพูดต่อ
โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองหน้ามีนาเสียด้วยซ้ำ ชายหนุ่มหมุนตัวเพื่อที่จะเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเอง
มาทำอะไรที่นี่กันวะ
สะเหล่อชะมัดเลย
“นิสัยไม่ดี!”
มีนากำมือแน่น
ดวงตากลมโตสั่นคลอนจนรู้สึกได้
“เธอทำนิสัยไม่ดีกับเราก่อนนะ
แล้วจะให้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอย่างนั่นน่ะหรอ ไอ้พี่ครามบ้า!”
หญิงสาวคว้ากล่องกระดาษทิชชูปาใส่แผ่นหลังของสหภัฐเต็มแรง
“ทำไมครับ”
สหภัฐหันขวับ
“พี่ทำอะไรก็พูดสิ”
เสียงเข้มเอ่ยอย่างท้าทาย
สหภัฐก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า
มีนาจะกล้าป่าวประกาศบอกคนอื่นรึเปล่าว่าเมื่อครู่มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
มีนาสบตา
น้ำตาเอ่อคลอไปทั้งดวงตา เธอได้แต่กำมือแน่นด้วยความโกรธ
ก็พอจะรู้อยู่ว่าสหภัฐเป็นคนยังไง
แต่นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเลวได้มากขนาดนี้
“ไอ้สิ่งที่พี่ทำมันไม่ตรงใจเราตรงไหน”
สหภัฐแสยะยิ้มมุมปาก
ตอนนี้เขาไม่แคร์แล้วด้วยซ้ำว่าใครจะมองยังไง
หมับ!
เรย์ตันเดินเข้ามาคว้าแขนมีน
หันสบตาสหภัฐด้วยแววตาไม่บ่งบอกอารมณ์
ร่างสูงหันมองก่อนจะนิ่วคิ้ว
ไอ้เวรนั่นนี่ที่เขาเห็นหน้าตอนที่มีนาวิดีโอคอลตอนนั้นนี่นา
สหภัฐหันมองคนทั้งคู่สลับกันเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องใช้มันกับมีนา... ผู้หญิงที่สหภัฐรู้สึกว่าเธอคือคนพิเศษ
และยกให้อยู่เหนือกว่าคนอื่นๆ มาตลอด
“หรือจริงๆ แล้วที่เมื่อกี้ไม่คิดจะยอม
เพราะเสียตัวให้คนอื่นไปแล้วล่ะมีน”
ผลัวะ!
เรย์ตันต่อยสหภัฐไปเต็มแรงราวกับทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป
“เลิกพูดจาไม่ให้เกียรติน้องมีนสักที”
เรย์ตันเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
ยิ่งได้เห็นเพื่อนสนิทของน้องสาวกำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ
ความโกรธมันยิ่งปะทุขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
มีนาเป็นเด็กสาวนิสัยดี
น่ารัก น่าเอ็นดู ไม่สมควรต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้
“ถ้าบอกว่าตัวเองเป็นแฟนมีนจริง
ก็ควรปฏิบัติกับแฟนให้มันดีกว่านี้หน่อย”
“เสือกเหี้*อะไรวะ!”
พลั่ก!
สหภัฐสวนกลับไปเต็มแรง
ความหึงหวงที่มีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งมีมากเข้าไปอีกเมื่อถูกน้ำมันราดรดลงกองเพลิงร้อนระอุ
พายุเพลิงโหมกระหน่ำ
ชายหนุ่มสองคนซัดกันนัวจนข้าวของบนโต๊ะร่วงหล่นเกลื่อนกระจายไปทั่ว
เพล้ง!
เคร้ง!
เสียงขวดเหล้า
ถังน้ำแข็ง รวมไปถึงแก้วเหล้าของใครหลายคนที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้เคียงดังสนั่นไปทั่ว
โต๊ะกระจกสีดำทรงกลมล้มระเนระนาด
เสียงดังโวยวายจนคนรอบข้างเริ่มหยุดเต้น
และเริ่มที่จะมุงล้อมเป็นวงกว้าง
“พี่คราม! พอแล้ว
พอเลยนะ”
มีนาขยับเข้าไปกอดสหภัฐเอาไว้แน่น
ถึงเธอจะรู้สึกเสียใจและโกรธในสิ่งที่อีกฝ่ายทำมากแค่ไหน
ทว่าความเป็นห่วงมันกลับมีมากกว่าจนบีบให้หัวใจดวงน้อยทนมองภาพนั้นต่อไปไม่ไหว
สหภัฐดันร่างมีนาออก
ก่อนจะขยับขึ้นคร่อมเรย์ตัน แล้วต่อยไปรัวๆ ไม่ยั้งอย่างไม่นึกสนใจเสียงร้องห้ามของใคร
แม้ว่ามันจะเกิดจากมีนาก็ตาม
ตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะฆ่าคู่กรณีให้ตายคามือเสียด้วยซ้ำ
กิ๊กหรอ
กล้าพูดหน้าด้านๆ ว่าไอ้เวรนี่เป็นกิ๊ก
วิดีโอคอลคุยกับมัน
ทั้งๆ ที่เขายืนอยู่ตรงนั้น
มันไม่หยามกันเกินไปหน่อยหรือไง
“พี่คราม!!”
มีนาขยับไปกอดเอวหนาเอาไว้แน่น
หญิงสาวพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดึงชายหนุ่มออกมา ทั้งๆ ที่ขนาดตัวต่างกันจนไม่น่าจะสามารถช่วยหยุดยั้งอะไรได้เลย
“ปล่อยพี่”
“ไม่! เราบอกให้พอแล้วไง
เธอเจ็บหมดแล้ว”
มีนาเช็ดเลือดที่มุมปากให้สหภัฐด้วยปลายนิ้วมือ
การกระทำง่ายๆ ที่ช่วยดับไฟร้อนในอกได้เป็นอย่างดี
“ห่วงกันด้วยหรอ
นึกว่าห่วงกิ๊กอย่างมันมากกว่าพี่ซะอีก”
สหภัฐเอ่ยอย่างเคืองๆ
มองคนที่ลุกขึ้นมายืนประจันหน้าเขาด้วยอารมณ์ที่ยังคงหงุดหงิดไม่หาย
แม้จะลดน้อยลงแล้วก็ตาม
“กิ๊กอะไร นี่พี่เรย์
พี่ชายลิลล์นะ ไม่ใช่กิ๊กเราสักหน่อย” มีนาขมวดคิ้ว
“เธอมองว่าผู้ชายที่อยู่รอบตัวเราเป็นกิ๊กหมดเลยรึไง
เห็นเราเป็นคนยังไงฮะ!”
โกรธก็โกรธ
ยังต้องมานั่งอธิบายให้คนหัวร้อนฟังอีก
พี่ครามนี่มันพี่ครามจริงๆ
เลย
“ก็เธอพูดเองกับปากว่ามันเป็นกิ๊กเธอ”
สหภัฐสบตากับมีนาอย่างนึกหงุดหงิด
ในขณะที่หญิงสาวได้แต่ทำหน้างง
ร่างสูงจึงสะบัดแขนมีนออก
เดินหนีกลับไปที่โต๊ะตัวเอง
“เดี๋ยวสิ!”
มีนาเอ่ยยามเอาตัวเองไปยืนขวาง
ไม่ให้สหภัฐเดินหนีเธอไปไหนได้อีก
“เราไปพูดแบบนั้นตอนไหน
ทุกวันนี้เราตามแต่พี่จนไม่มีเวลาไปมองใครแล้ว”
ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมด้วยความจริงใจ
คนโกรธพ่นลมหายใจหนักๆ
ตวัดมองสบกับแววตาใสซื่อของอีกคน
หมับ!
สหภัฐคว้าดึงร่างเล็กเข้ามาบดจูบ
ปลายลิ้นร้อนแทรกเข้าหาอย่างรวดเร็วจนคนไม่ทันตั้งตัวอย่างมีนาได้แต่พยายามดันอกแกร่งออกตามสัญชาตญาณและความตกใจ
“อื้อ!”
มีนาเบิกตากว้าง ร่างเล็กถูกรั้งเข้าไปใกล้จนเรือนร่างแนบชิดกันมากกว่าเก่า
มือหนาประคองใบหน้ากันเอาไว้ด้วยสองมือราวกับเป็นการบังคับไม่ให้เธอผลักไสกันได้อีก
“อ่า อืม...”
จุ๊บ จ๊วบ
มีนานิ่วหน้า รสแอลกอฮอล์ไม่คุ้นชินกำลังผสมปนเปไปกับกลิ่นคาวเลือดของชายหนุ่มที่กำลังคละคลุ้งอยู่ในปาก
มือเล็กกำชายเสื้อสหภัฐแน่น
สัมผัสที่ไม่เคยได้รับจากใครคนไหนทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเร็ว
ปลายลิ้นอ่อนนุ่มถูกครอบครองด้วยริมฝีปากหยัก
แววตาคมคายที่สบกันไม่ห่างทำให้หญิงสาวแทบจะหลอมละลายคาอ้อมแขนแกร่ง
“อื้ม... ฮึ่ก”
จ้าวสมุทรยกมือขึ้นปิดตาลิลล์ที่อยู่ใกล้ๆ
กันเอาไว้อย่างรวดเร็วจนคนที่เผลอจ้องมองภาพตรงหน้าไม่กระพริบได้แต่ยู่ปากอย่างนึกเซ็ง
อะไรเนี่ย... อดดูเลย
“อ่า หวาน... กว่าที่คิดนะ”
สหภัฐกระตุกยิ้มมุมปาก
ยามสบตากับมีนาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม
ตอนแรกเขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
แต่พอได้ลิ้มรสปากนุ่มๆ ลิ้นหวานๆ แล้วมันทำให้ความหงุดหงิดพวกนั้นมลายหายไปในอากาศอย่างง่ายดาย
เพียะ!
มีนาเผลอยกมือตบใบหน้าคมเต็มแรง
ขาทั้งสองข้างค่อยๆ ผละถอยหลังออกทำเอาคนโดนตบได้แต่นิ่งมองอย่างคาดไม่ถึง
เมื่อสหภัฐเงยหน้าสบตาก็เห็นว่ามีนากำลังกัดปาก
ใจดวงน้อยเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง
“รังเกียจกัน... ขนาดนั้นเลยหรอ?”
สหภัฐที่ไม่เข้าใจอาการของผู้หญิง
เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“ปะ เปล่าสักหน่อย”
มีนาเม้มริมฝีปากด้วยท่าทางประหม่า
แก้มทั้งสองข้างแดงระเรื่อราวกับมีใครมาป้ายบลัชออนสีแดงอ่อนบนแก้มของเธอ
เธอก็แค่ตกใจ เกิดมาไม่เคยจูบกับใครเลย
แม้กระทั่งกับสหภัฐเองก็ตาม
มีนาไม่คิดว่าสหภัฐจะทำแบบนี้ต่อหน้าทุกคนด้วยซ้ำ
“แล้วตบกันทำไมครับน้องมีน”
สหภัฐขยับเข้าหามีนาอีกครั้ง
ให้มีนาขยับเอาใบหน้าไปสบกับอกแกร่งเอาไว้เพื่อหลบหลีกจากสายตาของคนอื่น ตอนนี้เธอทั้งเขินทั้งอายจนไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆ ยกสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจ้องมองคนตัวเล็กในอ้อมกอด
“อย่าบอกนะว่าที่ตบกันเพราะเขิน”
ชายหนุ่มเอ่ยกระซิบริมหู
“อยากกลับแล้ว”
มีนาบอกเสียงค่อยยามเงยหน้าออกจากอ้อมกอด
“กลับสิ กลับกัน”
เมื่อได้ยินประโยคที่รอฟัง
มีหรือที่สหภัฐจะปฏิเสธ
ชายหนุ่มกระชับฝ่ามือเล็กเพื่อพาเดินออกไปพร้อมกัน
“เดี๋ยวสิมีน”
จ้าวสมุทรคว้ามืออีกข้างของมีนาเอาไว้
สหภัฐปรายตามองด้วยสายตาเรียบนิ่ง
ถึงเขาจะเปิดตัวไปแล้ว
แต่ก็ยังไม่ไว้ใจผู้ชายคนไหนอยู่ดีนั่นแหละ
“พรุ่งนี้เช้าเราไปรับที่ห้องนะ
อย่าตื่นสายล่ะ”
จ้าวสมุทรผละออก
ส่งยิ้มอบอุ่นให้กับมีนา
“ไม่ต้องครับ
เดี๋ยวพี่ไปส่งถึงหน้าตึกเรียนเอง” สหภัฐตอบกลับ
“ครับ
ถ้างั้นก็ฝากเพื่อนผมด้วยแล้วกัน”
จ้าวสมุทรพยักหน้ารับยิ้มๆ
มองด้วยแววตาท้าทาย
“อืม”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น