วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Meen to be yours คุณหนูมีนจะร้าย ตอนที่ 3

 



0 3

แฟนพี่คราม

 

 

 

 

 

 

 

@ BAE BELz nightclub

“หูย! น่าตื่นตาตื่นใจจังเลยอ่ะ”

มีนาพยายามเก็บอาการตื่นเต้นที่ได้ออกเที่ยวกลางคืนเป็นครั้งแรกเอาไว้ในใจ แม้มันจะยากมากๆ เลยก็ตาม

บรรลุนิติภาวะมาก็หลายปีแล้ว แต่เธอแทบไม่เคยได้เข้ามาเที่ยวเล่นในสถานที่แบบนี้เลยสักครั้ง

แสงสีเสียงมากมายรายล้อมอยู่รอบตัว เหล่าผีเสื้อและนักท่องราตรีมากมายที่กำลังรื่นเริงอยู่กับแสงไฟ มันช่างพาให้หัวใจดวงน้อยในอกเต้นรัวเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า นัยน์ตากลมโตสะท้อนแสงสีที่สาดส่องลงมาตกกระทบจนน่าดูหลงใหลมากขึ้นกว่าเดิมในสายตาของคนมอง

แม้ผู้คนจะค่อนข้างแออัด แต่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม อากาศด้านในร้านเย็นฉ่ำ และเพดานด้านบนก็ถูกยกขึ้นสูงกว่าปกติจนมีนาไม่ได้รู้สึกอึดอัดกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวอย่างที่กังวลเอาไว้

เธอชักจะชอบที่นี่ซะแล้วสิ

การได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศในยามค่ำคืนบ้างมันให้ความรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง สหภัฐถึงได้ชื่นชอบสถานที่แบบนี้นัก

มีนาปรายตามองบรรดาสาวสวยภายในร้านที่ต่างก็พากันแต่งตัวนุ่มห่มน้อยชิ้น เพื่อโชว์เนื้อหนังและอวดผิวของตัวเองกันทั้งนั้น

เธอได้แต่ก้มมองตัวเอง ก็คิดไว้ว่าชุดที่เลือกสวมมาวันนี้จะแอบแซ่บแล้วนะ เจอคนอื่นไปเธอดูกลายเป็นผู้หญิงเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ไปเลย

โลกสมัยนี้ช่างหมุนไปเร็วจริงๆ

“เธอดูชอบที่นี่นะมีน”

จ้าวสมุทร หนุ่มลูกครึ่งเอเชียตะวันออก เพื่อนสนิทหนึ่งในกลุ่มที่มีนามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ด้วยกันกระซิบถามข้างๆ หู

ในไนต์คลับค่อนข้างเปิดเพลงเสียงดัง หากไม่พูดใกล้ๆ ก็คงยากที่จะได้ยิน

มือหนาคว้าเอวบางของเพื่อนสาวมาโอบไว้หลวมๆ เป็นการกันไม่ให้คนอื่นๆ เข้ามายุ่งวุ่นวายกับพวกเขาไปในตัว

มีนาน่ารักน้อยซะที่ไหน แค่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาด้านในก็มีแต่หนุ่มๆ รอคอยจังหวะเข้ามาขายขนมจีนจนเขาต้องตวัดสายตาดุๆ ไปมองกันเอาไว้ไม่หวาดไม่ไหว

อย่างที่รู้ๆ กัน นักท่องราตรีที่นี่ต่างก็มาเที่ยวกันด้วยจุดประสงค์ที่หลากหลาย

บ้างก็มาหาเพื่อน บ้างก็มาหาแฟน

บ้างก็แค่ต้องการผ่อนคลาย

บ้างก็ต้องการมาหาสาวๆ ไปขึ้นเตียง

ดูท่าเพื่อนสนิทเขามักจะดึงดูดกลุ่มคนประเภทหลังสุดเข้ามาหาซะมากกว่า

ถ้าไม่ใช่ได้รับเชิญมางานวันเกิดของเพื่อนร่วมคลาสที่ค่อนข้างสนิทกับกลุ่มพวกเขาด้วย จ้าวสมุทรไม่มีทางยอมพามีนามาที่นี่ง่ายๆ แน่

“อื้อ ชอบสิ ที่นี่ดูน่าสนุกสุดๆ ไปเลย”

มีนายกยิ้มหวานให้เพื่อน พลางปรายตามองไปรอบๆ ตัวไม่หยุด

นัยน์ตาคู่สวยเป็นประกายยามต้องแสงไฟ

เธอได้ยินมาว่าที่นี่ติด 1 ใน 5 ของสถานบันเทิงที่ดีและน่าท่องเที่ยวที่สุดของประเทศเลยด้วยซ้ำ

ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ล้วนแล้วตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยที่จัดว่าอยู่ในระดับดีเยี่ยม ทำให้ BAE BELz ถือได้ว่าเป็นไนต์คลับในฝันที่หนึ่งในใจของใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น

ยิ่งเดินลึกเข้ามาด้านในมากเท่าไหร่ เสียงดนตรีก็ยิ่งดังกระหึ่มมากขึ้นเท่านั้น

มีนาได้แต่จ้องมองสิ่งรอบตัวที่ไม่คุ้นชินเลยสักนิดด้วยความสนใจ

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงโซนฝั่งขวาที่เป็นแหล่งรวมตัวของเพื่อนร่วมคลาสที่มาร่วมงาน โดยหญิงสาวเจ้าของวันเกิดเดินชนแก้วต้อนรับทุกๆ คนอยู่ด้วยรอยยิ้ม

มีนาหันมองจ้าวสมุทรเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเข้าไปทักทายเจ้าของวันเกิดที่วันนี้ดูสวยเป็นพิเศษ พร้อมกับกล่องของขวัญในมือ

“สุขสันต์วันเกิดนะพาเพลิน

มีนายกยิ้มหวาน

มือเล็กยื่นกล่องของขวัญที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีชมพูลวดลายน่ารักไปด้านหน้าให้อีกฝ่ายรับเอาไว้

“อันนี้เรากับมีนขอให้ด้วยกันเลยนะ หวังว่าเธอจะไม่ว่าอะไร” จ้าวสมุทรว่ายิ้มๆ

“ขอบใจนะ แต่แหมฟีลแฟนอีกแล้ว น่าอิจฉาจังเลย”

พาเพลินหรี่ตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมาด้วยแววตากึ่งล้อเลียน

“ของขวัญมันค่อนข้างราคาสูงต่างหากเลยต้องหารกันซื้อ”

มีนายกมือป้องปาก พลางขยับไปกระซิบข้างๆ หูเพื่อน

อาจเพราะจ้าวสมุทรเป็นเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวที่มีนาสามารถไปไหนมาไหนด้วยได้อย่างสนิทใจ ใครหลายคนจึงชอบจิ้นจับคู่ให้เราสองคนเลื่อนขั้นไปเป็นสถานะที่มากกว่านั้น

มีเพื่อนในคลาสจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจไปแล้วว่าเธอกับจ้าวสมุทรเป็นแฟนกัน

ตอนแรกมีนาแอบกังวลใจ กลัวว่าจ้าวสมุทรจะเดือดร้อนเพราะข่าวลือที่ไม่ใช่ความจริง แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้สนใจที่จะแก้ข่าวเลยสักนิด แถมยังเห็นดีเห็นงามที่ทุกคนเข้าใจแบบนั้นอีกต่างหาก

ปล่อยให้เจ้าพวกนั้นคิดว่าเธอมีแฟนแล้วก็ดีนะมีน จะได้ไม่ต้องมีผู้ชายที่ไหนมายุ่งวุ่นวายให้ต้องรำคาญใจ เราเองก็เบื่อที่จะปฏิเสธพวกผู้หญิงที่เข้ามาหาเต็มทนแล้วเหมือนกัน

นั่นเป็นเหตุผลที่จ้าวสมุทรมอบให้เธอ และตอนนี้มีนาก็เริ่มคิดเหมือนกันแล้วว่ามันก็อาจจะดีแล้วจริงๆ อย่างที่เพื่อนบอก

“มีน! โจ! ทางนี้ๆ”

ลิลล์โบกมือส่งสัญญาณให้เพื่อนมานั่งด้วยกัน

วันนี้เธอมากับพี่ชายคนโตที่งอแงจะออกมาเที่ยวด้วยให้ได้ จึงไม่ได้มาพร้อมกันกับพวกเพื่อนในกลุ่ม

“ตามสบายเลยนะ ขาดเหลืออะไรบอกได้เลย วันนี้เพลินเลี้ยงเอง”

พาเพลินเอ่ยบอก ให้มีนาพยักหน้ารับ

จ้าวสมุทรสะกิดแขนมีนาเบาๆ พร้อมกับเพยิดหน้าไปทางลิลล์ที่ตะโกนเรียก

ทั้งคู่เดินไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยกันกับลิลล์ โดยปล่อยให้เจ้าของวันเกิดอยู่พูดคุยกับเพื่อนอีกหลายคนที่เริ่มพากันทยอยเดินเข้ามาในโซนที่ถูกจัดจองเอาไว้

“แล้วพี่เรย์ล่ะ”

จ้าวสมุทรเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะคนเดียว ทั้งๆ ที่บอกว่าจะมากับพี่ชาย

“อยู่ห้องน้ำน่ะสิ” ลิลล์ยู่หน้าเล็กน้อยอย่างนึกเซ็ง

วันสนุกๆ ของเด็กๆ แท้ๆ ไม่รู้ว่าจะดื้อตามมาด้วยทำไม

เห็นๆ อยู่ว่าเรย์ตันไม่ได้อยากเที่ยวอะไรมากมายอย่างที่แสดงออกมาหรอก อีกฝ่ายต้องการมาคุมความประพฤติของเธอชัดๆ

“มีพ่อตามมาคุมแบบนี้ ทำอะไรลำบากแย่”

จ้าวสมุทรหัวเราะกับท่าทางของเพื่อน

ยังไม่ทันที่ลิลล์จะได้เอ่ยบ่นอะไรออกมาต่อ มีนาที่กำลังมองไปฟลอร์เต้นกลางไนต์คลับก็เอ่ยถามขึ้น ให้เพื่อนสนิททั้งสองคนหันไปมองตามซะก่อน

“ตรงนั้นเขาทำอะไรกันน่ะ คนเต็มเลย”

ทุกพื้นที่ในคลับต่างถูกจับจองจนเต็มไปหมดแทบทุกโต๊ะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีโซนตรงกลางจะมีผู้คนพร้อมใจกันไปยืนอัดกันแน่นขนัดมากกว่าโซนอื่นๆ จนรู้สึกสงสัย

“ตรงไหนนะ” ลิลล์หันมองตาม

“อ่า... เหมือนจะรุมดูดีเจกันรึเปล่านะ” จ้าวสมุทรสันนิษฐาน

“ดีเจหรอ”

มีนาตาลุกวาว นัยน์ตาคู่สวยฉายแววนึกสนุกออกมาอย่างชัดเจน

“ไปๆๆ ไปกันนะ เราอยากไปดูด้วย”

เสียงหวานติดกระตือรือร้นราวกับเด็กน้อยที่เจอของเล่นใหม่ ให้จ้าวสมุทรยกยิ้ม พลางส่ายหัวเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู

แล้วแบบนี้ใครจะไปขัดใจได้กันล่ะ

ลองไม่ตามใจพาไปดูก็คงดูใจร้ายเกินไปหน่อยแล้ว

 

 

 

 

 

“กรี๊ด! กรี๊ด พี่ยีนส์!! กรี๊ด!

เสียงกรีดร้องของผู้คนดังกึกก้องทั้งชายและหญิง ขณะที่ด้านบนเวทีนั้นกลับเป็นนักร้องใต้ดินสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังเดินไปคว้ากีต้าร์ไฟฟ้ามาสะพายไว้ เพื่อเล่นเพลงสดให้ฟัง แทนที่จะเป็นดีเจมาเปิดเพลงอย่างที่คาดเดาเอาไว้

มือเล็กปรับสายกีต้าร์ให้เข้าที่เรียกเสียงฮือฮาดังสนั่น โดยที่เจ้าตัวทำเพียงแค่ขยับร่างกายนิ่งๆ โดยไม่ได้พูดทักทายอะไรด้วยซ้ำ

เธอเป็นนักร้องใต้ดินที่ไม่ได้ขึ้นสังกัดค่ายกับใคร และไม่เคยออกอัลบั้มเพลงใดๆ มาก่อน ทว่ากลับมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องราตรีอย่างหาตัวจับได้ยากคนหนึ่ง

รอยสักสีสวยที่ปรากฏอยู่ตามเรือนร่างกาย ทำให้มีนามองอย่างนึกสนใจ

ผู้หญิงอะไรเท่ห์ชะมัดเลย

ไม่แปลกที่คนต่างพากันมามุงดูใกล้ๆ หน้าเวทีกันมากมายขนาดนี้

เธอแค่ได้เห็นภาพผ่านจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้บริเวณด้านข้างของร้านยังอดใจเต้นไม่ได้ แล้วตัวจริงที่ยืนอยู่บนเวทีนั่นจะทำให้คนด้านหน้าใจสั่นได้ขนาดไหนกัน

มีนาเซนิดหน่อย เมื่อพยายามขยับไปใกล้ๆ อีกแต่ก็ถูกใครบางคนชนให้ถอยกลับมาตามเดิม

“มองไม่เห็นเลยอ่ะ”

ริมฝีปากเล็กยู่เข้าหากันเล็กน้อย

ตอนนี้แม้กระทั่งจอมอนิเตอร์บนกำแพงนั่น เธอก็แทบมองไม่เห็นแล้วด้วยซ้ำ

คนจะเยอะไปไหนเนี่ย!

จ้าวสมุทรโอบเอวเล็กเอาไว้หลวมๆ เป็นการปกป้องเพื่อนสนิทไปในตัว และกันไม่ให้คนตัวเล็กถูกคนอื่นๆ เบียดจนล้มลงไปกองกับพื้น

พลั่ก!

“อ๊ะ!”

มีนาหลุดเสียงร้องออกมา

อยู่ๆ ผู้หญิงด้านข้างที่กำลังกระโดดเต้นสุดพลังตามจังหวะเพลงและเสียงร้องสดของนักร้องสาวด้วยท่าทางเมามันส์ก็สนุกสนานซะจนเผลอยกข้อศอกขึ้นมากระแทกข้างลำตัวของเธอเข้าเต็มแรงอย่างไม่ทันระวัง

พรึบ!

จ้าวสมุทรรั้งข้อมือมีนาเอาไว้แน่น เพื่อดึงไม่ให้อีกฝ่ายกระเด็นออกไปจากตัวจนพลัดหลงกันในกลุ่มในหมู่มาก

ใบหน้าหวานกระแทกกับอกกว้างของเพื่อนสนิทจนเจ็บปลายจมูกไปหมด คล้ายลูกบาสเก็ตบอลที่ถูกคว้าออกไปแต่กลับถูกเพื่อนในทีมดึงกลับมาได้

คราวนี้ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังโอบกอดกันอยู่ท่ามกลางฟลอร์เต้นรำไม่มีผิด

มีนาเผลอเงยหน้าสบตากับจ้าวสมุทรที่ก้มลงมองกันพอดีด้วยแววตาตื่นตกใจ

เธอคิดว่าตัวเองจะล้มลงไปจนถูกกลุ่มนักเต้นเหยียบซ้ำแล้วจริงๆ

โชคดีชะมัดเลยที่จ้าวสมุทรไวพอที่จะคว้ากันเอาไว้ได้

พรึบๆ

ฝ่ามือหนาของใครบางคนสะกิดบริเวณหัวไหล่ด้านหลังของจ้าวสมุทรให้เจ้าตัวละสายตาจากเพื่อนสนิทไปมอง

ผัวะ!

นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง เมื่ออยู่ๆ จ้าวสมุทรก็ถูกใครบางคนปล่อยหมัดเข้าเต็มเปาจนเซไปอีกทาง

“โอ๊ย!” ชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

เขาไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้ไม่ได้ป้องกันตัวเองเอาไว้เลย

“พี่คราม...”

มีนาพึมพำแผ่วเบาด้วยสีหน้าช็อคๆ เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆ

หญิงสาวยืนนิ่งค้างไปราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง

สหภัฐมาทำอะไรที่นี่ และที่สำคัญเขาทำร้ายร่างกายเพื่อนสนิทของเธอทำไม

“นายมายุ่งอะไรกับแฟนฉัน”

น้ำเสียงทุ้มเข้มติดหงุดหงิด หากแต่ชัดถ้อยชัดคำจนทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันหันมาสนใจพวกเขาแทนที่จะสนใจเสียงเพลงตรงหน้า

แต่ละคนต่างเริ่มขยับออกกลายเป็นลานกว้างขนาดย่อมทรงกลม โดยมีพวกเขายืนอยู่ตรงกลาง ท่ามกลางความชุลมุนในไนต์คลับ

“ฮะ!?”

มีนาตาโตหลุดเสียงร้องออกมาก่อนเป็นคนแรกกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนที่จ้าวสมุทรจะเริ่มตั้งสติได้อีกคน

“แฟน? เดี๋ยวนะ นี่มีนกับเขา...”

จ้าวสมุทรมองเพื่อนสนิทกับชายคนดังกล่าวสลับกันไปมาด้วยท่าทางมึนงง

ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมเขาไม่เห็นเคยรู้เลย

หมับ!

สหภัฐคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อจ้าวสมุทร รั้งอีกคนขึ้นจนตัวลอย แถมยังตั้งท่าง้างหมัดใส่อีกรอบด้วยท่าทางหัวร้อน

การกระทำที่ทำให้มีนารีบเข้าไปกอดแขนสหภัฐเอาไว้ ก่อนจะรั้งให้ออกห่างจากเพื่อนสนิททันที

“เธอปล่อยเพื่อนเราเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

หญิงสาวเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

นี่มันอะไร อยู่ๆ ก็มาทำร้ายกันแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน

สหภัฐชะงักหมัดลงในทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม

เพื่อนงั้นหรอ

“เพื่อนแล้วไปกอดกับมันทำไม”

สหภัฐเอ่ยถามเสียงห้วน อารมณ์หงุดหงิดยังไม่จางหาย

“ใครกอดใครคะมีนาทำหน้างง

“แล้วนี่พี่มาที่นี่ได้ยังไง”

มีนาเป็นฝ่ายจ้องสหภัฐเขม็ง

ไหนอีกฝ่ายบอกว่าจะนอนพักอยู่ที่คอนโดไงล่ะ แล้วมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง

สหภัฐพ่นลมหายใจหนักๆ

มือหนากำหมัดแน่น ยามปรายตามองชายหนุ่มตรงหน้านิ่งๆ

จ้าวสมุทรกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แววตาที่อีกฝ่ายมองมาเหมือนอยากจะบีบคอเขาให้ตายคามือ

ท่าทางของเพื่อนและสรรพนามที่ใช้ในการพูดคุย ทำให้เขาเชื่อสนิทใจว่าทั้งสองคงรู้จักกันจริง ไม่ใช่เพียงการแอบอ้างของใคร

“เราเป็นเพื่อนกันจริงๆ นะครับ แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น” จ้าวสมุทรยกยิ้มแหยๆ

เขาคุ้นหน้าคุ้นตาอีกฝ่ายดี จะมีใครในมหาวิทยาลัยบ้างที่ไม่รู้จักเดือนนิเทศปี 4 ที่เป็นที่เลื่องชื่ออย่างสหภัฐ

แต่ที่น่าแปลกใจคือ คนดังในมหาวิทยาลัย แบบนั้นมารู้จักสนิทสนมจนถึงขั้นเอ่ยคำว่าแฟนออกมากับเพื่อนสนิทของเขาได้อย่างไรต่างหาก

ครามผละมือออก ก่อนจะหันมาจ้องหน้ามีนเขม็ง

“เรานั่นแหละที่มาทำอะไรในที่แบบนี้ แล้วทำไมไปไหนมาไหนถึงไม่บอกพี่ก่อน” สหภัฐสบตาหญิงสาวข้างกายดุๆ

“ทีพี่ยังมาไม่บอกกันเลย แล้วทำไมเราต้องทำด้วย”

มีนายกมือขึ้นกอดอก ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกงอน

“มีน”

“อะไรเล่า”

ท่าทางดื้อดึงของอีกฝ่าย ทำเอาสหภัฐของขึ้นมากกว่าเดิม

ชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กของมีนามาบีบไว้แน่น ก่อนจะพาเดินออกมาข้างนอก ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มทยอยแยกย้ายกันกลับไปสนุกกับเสียงเพลงตามเดิมราวกับการทะเลาะกันของใครสักคนกลางร้านเป็นเรื่องปกติที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน

จ้าวสมุทรได้แต่มองตามเพื่อนไปจนสุดสายตาด้วยความเป็นห่วง

แววตาของสหภัฐบ่งบอกความรู้สึกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี อีกฝ่ายดูไม่ต้องการให้เขาเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของคนทั้งสองแต่อย่างใด

มันคงดีกว่าหากเขาจะใจเย็นรอคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกทีแทนที่จะรั้นตามเพื่อนสนิทไป

มีนคบกับพี่ครามอยู่จริงๆ น่ะหรอ

เรื่องนี้ลิลล์ต้องตอบคำถามแทนมีนาได้อย่างแน่นอน

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...