วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

Meen to be yours คุณหนูมีนจะร้าย ตอนที่ 13

 

1 3f

โลกของสหภัฐ

 

 

 

 

 

 

 

“กว่าจะมาได้ นึกว่าจะเอาหัวจุ่มอกเมียตายไปแล้ว”

แมทธิวเอ่ยเสียงกระซิบ

“เบาหน่อยไมล์ เดี๋ยวคนก็เอาไปพูดกันให้เซ็ดว่าไอ้ครามกกน้องมีนเด็กอักษร” เจสันว่าขำๆ อย่างติดตลก

“นายน่ะ พูดดังกว่าเพื่อนเลยเจ”

สหภัฐวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ตัวข้างๆ ก่อนจะนั่งลง

“แล้วนี่คนสวยไปไหนแล้ว คราวหลังพามานั่งเรียนด้วยดิ อยากทำความรู้จัก”

แมทธิวว่าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“ไม่ต้องเลย รู้จักห่างๆ ก็พอแล้วมั้ง” สหภัฐเอ่ยปราม

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปหาทางสนิทกับน้องเขาเองก็ได้” แมทธิวยักไหล่

“เออแม่ง ไว้ถ้ามีนว่างจะพามานั่งด้วยแล้วกัน”

“มันต้องแบบนี้สิเพื่อนรัก”

แมทธิวกอดคอสหภัฐ ยกยิ้มด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“เหอะ!”

สหภัฐกรอกตาอย่างนึกหมันไส้ ก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปให้ความสนใจกับอาจารย์ในคลาสเรียนแทน

 

 

 

 

 

“วันนี้อาจารย์ยกคลาสเฉยเลย” ลิลล์ว่าออกมาให้มีนายิ้มหวาน

“ดีเลย ไปเที่ยวไหนกันดี”

“วันนี้ขอบายย่ะ งานค้างตั้งแต่อาทิตย์ก่อนยังไม่ได้แตะเลย”

คำตอบที่พาให้มีนาลอบทำหน้าเซ็งเล็กน้อย

“งั้นเราไปกินไอศกรีมกันแค่สองคนดีไหม” จ้าวสมุทรเอ่ยปากชวน

“อื้อๆ ไปดิ เรารอพี่ครามเลิกเรียนถึงเย็นเลย อีกนานแหน่ะ”

“เยส!”

จ้าวสมุทรกำมือข้างหนึ่งแล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ ด้วยท่าทางดีใจ คิ้วเข้มยักขึ้นส่งให้เพื่อนสาวอีกคนอย่างนึกอวด

วันนี้เขาชวนมีนาไปเที่ยวด้วยกันได้สำเร็จล่ะ

การกระทำที่ทำให้ลิลล์เบะปาก มองบน ก่อนจะรวบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า

“งั้นฉันกลับก่อนนะ ดูแลยัยมีนให้ดีๆ ล่ะ เจอกันกิจกรรมเย็นนี้”

“จ้า”

“ไม่ต้องห่วง จะดูแลอย่างดียิ่งกว่าองค์ราชินีน้อยเลย”

“โจก็พูดเวอร์”

จ้าวสมุทรหัวเราะ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยยามก้มมองมือที่คว้าข้อมือตนไปยังร้านไอศกรีมเจ้าประจำ อีกฝ่ายกุมมือเขาพลางสอดประสานอย่างแนบแน่นจนจนอดที่จะรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาดื้อๆไม่ได้

“ไปเร็ว อยากกินแล้ว”

ท่าทางกระตือรือร้นที่แม้คนกระทำจะไม่ได้คิดอะไร แต่คนถูกกระทำด้วยเนี่ยสิ คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

จ้าวสมุทรลอบถอนหายใจออกมาอย่างนึกเซ็ง เขาพยายามแล้วที่จะหักห้ามหัวใจตัวเองอยู่เรื่อยๆ ทว่ามีนากลับไม่เคยหวงเนื้อหวงตัวกับเขาเลยสักครั้ง แถมยังติดสกินชิพมากจนหากคนที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายไม่ใช่เขา ป่านนี้มีนาคงไม่มีทางยังอยู่ในสถานะเพียงเพื่อนแบบนี้หรอก

ให้ตายเถอะ เขามันก็ผู้ชายร้ายๆคนหนึ่งเหมือนกันนะ แต่ทำไมพอเห็นแววตาใสซื่อ ใบหน้าสดใสของอีกคนทีไร มันร้ายไม่ออกทุกทีเลย

โอเคครับ ยอมแล้ว

อะไรที่เป็นมีนา จ้าวสมุทรจะยอมทุกอย่างนั่นแหละ

ต่อให้ต้องอยู่ในสถานะไหนก็ตาม

 

 

 

 

มีนาตักไอศกรีมเข้าปาก นัยน์ตากลมโตเป็นประกาย ใบหน้าฉายแววความสุขออกมาอย่างชัดเจน

“เลอะหมดแล้วมีน”

เจ้าสมุทรยิ้มหวานมอง เขาเอื้อมหยิบทิชชูไปเช็ดขอบปากให้

“เอาอะไรเพิ่มอีกเปล่า เดี๋ยวเราสั่งให้”

“สั่งมาเยอะขนาดนี้แล้ว จะกินหมดได้ยังไงก่อนเถอะ” มีนาส่ายหน้าปฏิเสธ

แค่เท่าที่มีอยู่ก็แทบทานไม่หมดอยู่แล้ว

“มีนซะอย่าง กินหมดอยู่แล้ว”

“ดูพูดเข้า”

“ขอพี่นั่งด้วยคนได้ไหมครับ”

เสียงทุ้มเข้มของใครบางคนที่เข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำเอาสองเพื่อนซี้นิ่งเงียบไปในทันที สีหน้าเปื้อนยิ้มอารมณ์ดีเมื่อครู่กลับกลายเป็นไม่ไว้ใจและระมัดระวัง

เมธวินทรุดตัวนั่งข้างๆ มีนา พร้อมกับยกยิ้มจนตาหยี

ใบหน้าหล่อเหลาดูน่ามองมากเสียจนบรรดาผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ไม่เว้นแม้แต่พนักงานสาวก็ยังพากันหันมองเป็นแถบๆ

ทุกคนรอบข้างดูจะยินดีกับการปรากฏตัวของเมธวิน ต่างจากมีนาที่เบิกตาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แม้แต่จ้าวสมุทรเองก็ยังพูดไม่ออก ในหัวเขาพยายามนึกหาคำช่วยปฏิเสธและกีดกันรุ่นพี่ตรงหน้าให้ออกห่างจากเพื่อนสาว ทว่าสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเมธวินกลับทำให้พวกเขาพูดอะไรไม่ออก

ก็อีกคนเล่นใจกล้าหน้าด้าน แถมยังมั่นอกมั่นใจสุดฤทธิ์ขนาดนั้น แล้วเมธวินก็ไม่ได้โด่งดังน้อยเลยสักนิดเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยคนอื่นๆ

กิตติศัพท์มากมายที่แม้ว่าจ้าวสมุทรและมีนาจะไม่เคยนึกสนใจอะไร แต่มันก็ทำให้พวกเขานั้นรับรู้ว่าคนตรงหน้าเองก็ดูยากที่จะต่อกรและรับมือ

“เอ่อ...” จ้าวสมุทรเหมือนจะใบ้กินไปชั่วขณะ

ยิ่งเห็นสายตาหวานเชื่อมที่บ่งบอกว่ากำลังรุกจีบมีนาเต็มที่ ยิ่งทำให้ความไม่พอใจของเขานั้นพวยพุ่งขึ้นมาในอก แต่กลับทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการนิ่งมอง และขบกรามข่มอารมณ์โกรธของตนเอาไว้เท่านั้น

“เลิกเรียนแล้วหรอคะ ไหนว่าปีหนึ่งมีเรียนถึงเย็นเลยไง”

น้ำเสียงและท่าทางที่ดูเป็นมิตร เสมือนว่าเราเคยรู้จักและสนิทกันมานานทำมีนาเม้มปากเข้าหากันแน่น

เธอไม่คิดว่าการที่สหภัฐเปิดตัวชัดเจนไปขนาดนั้นแล้ว เมธวินจะยังกล้าตามวอแวกันต่อได้อีก

เหลือเชื่อจริงๆ

“กิจกรรมเย็นนี้มีร้องเต้นเยอะแยะเลย ถ้าน้องมีนไม่อยากเหนื่อยมานั่งอยู่กับพี่มาร์ชดีกว่านะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มีนายกยิ้มให้ ก่อนจะว่าต่อ

“คือมีนกับโจโอเคที่จะร่วมกิจกรรมของคณะ”

“อ่า ใช่... ครับ” จ้าวสมุทรรีบรับคำ

“ขอบคุณนะคะสำหรับความหวังดี แต่คราวหลังไม่ต้องก็ได้”

มีนาระบายยิ้มบางๆ ออกมาหลังเอ่ยจบประโยค เล่นเอาทั้งจ้าวสมุทรและเมธวินพากันนิ่งอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

หนุ่มรุ่นพี่พยักหน้ารับคำ ทั้งที่รอยยิ้มหวานยังคงปรากฏอยู่บนมุมปากของเขา

“พี่มาร์ชจะสั่งไอศกรีมอะไรไหมคะ เดี๋ยวมีนสั่งให้”

แม้ว่าจะไม่ได้อยากสานสัมพันธ์อะไร แต่การที่เธอพูดออกไปแบบนั้นก็เสี่ยงให้ตัวเองและเพื่อนๆ โดนเพ่งเล็งจากพวกรุ่นพี่มากพอแล้ว ถึงจะนับเป็นการตบหัวแล้วลูบหลังก็เถอะ

มันคงไม่ดีนักหากมีนาเลือกที่จะเปิดสงครามและเอาแต่พูดจาไม่เป็นมิตรกับเมธวินอย่างเดียว

“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ อันที่จริงพี่แค่ตั้งใจเข้ามาทักเราเฉยๆ เดี๋ยวพี่ก็กลับละ”

จ้าวสมุทรเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย เขานึกว่าอีกฝ่ายจะตื๊อมากกว่านี้ซะอีก หรือว่าจะยอมแพ้ไปง่ายๆ แบบนี้เลยกันนะ

“ถ้าอย่างนั้นกลับดีๆ นะคะ”

“เจอกันเย็นนี้ค่ะ”

เมธวินขยิบตาให้มีนาอีกครั้ง ก่อนจะลุกเดินออกไปจากร้านโดยที่ไม่มีแม้แต่เครื่องดื่มสักแก้วในมือ

การกระทำที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายหมายความตามที่พูดจริงๆ ทำให้มีนาลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากที่รุ่นพี่เดินหายและลับสายตาไปแล้ว

“ท่าทางพี่เขาเอาจริงไม่ใช่เล่นเลยนะ เสน่ห์แรงจริงๆเลยเพื่อนเรา”

จ้าวสมุทรหลุดหัวเราะในลำคอ ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซวมีนาเพื่อให้บรรยากาศรอบข้างดูผ่อนคลายลง

อันที่จริงเมธวินไม่ได้เป็นคนแรกที่นึกอยากจีบมีนา แต่มีทั้งรุ่นพี่ต่างคณะและเพื่อนรุ่นเดียวกันก็ต่างอยากรุกจีบมีนากันทั้งนั้น เพียงแต่ติดที่ว่ามีจ้าวสมุทรคอยทำตัวเป็นก้างอยู่ตลอด คนเหล่านั้นก็เลยล่าถอยห่างไป

มีก็แต่เมธวินที่ไม่สนใจอะไรเลย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ามีนามีสหภัฐเป็นแฟน

ไม่รู้ว่าในอนาคตเมธวินจะหาเรื่องอะไรมายุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก จ้าวสมุทรอ่านคนประเภทนี้ไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว

“เรามีแฟนแล้ว แล้วก็รักแฟนมากด้วย” มีนายู่ปาก

“รู้แล้วครับ ไว้วันไหนเบื่อแฟนก็บอกเราแล้วกัน”

จ้าวสมุทรขยิบตาให้มีนาด้วยท่าทางขี้เล่น

“บอกแล้วโจจะช่วยยังไง” มีนาหัวเราะร่วน

“ก็เผื่อว่าเธอ ...”

จ้าวสมุทรมองสบตาเพื่อนสาว น้ำเสียงนุ่มน่าฟัง ยามขยับไปใกล้

“จะลองเปลี่ยนมาเล่นกับเราดูบ้างไง“”

มีนาอมยิ้มหวาน ไม่ตอบคำ เธอละสายตาไปตักไอศกรีมเข้าปากแทน

จ้าวสมุทรปรายตามองไอศกรีมในถ้วยของตัวเองที่กำลังละลายอย่างไม่นึกหยิบช้อนขึ้นมาแตะ

เขากับของหวานนี่ไม่เข้ากันที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมยังเลือกที่จะเอ่ยปากชวนคนตัวเล็กให้มานั่งตรงหน้ากันก็ไม่รู้

มันดูเหมือนว่าจ้าวสมุทรอยากจะมานั่งดูมีนาทานไอศกรีมเสียมากกว่า

“เมื่อไหร่พี่ครามจะเลิกนะ อยากให้เลิกไวๆจัง”

มีนามองนาฬิกาทรงกลมที่แปะข้างผนังในร้าน

จ้าวสมุทรถอนหายใจ มือหนาตักไอติมเข้าปากด้วยท่าทางเซ็งๆ

รับรู้แก่ใจว่าการที่มีนาไม่ตอบคำที่เขาเกริ่นออกมาเมื่อครู่ เพราะเหตุผลอะไร

บางทีมันอาจจะดีกว่าการถูกปฏิเสธตรงๆ ก็ได้ล่ะมั้ง

“คิดถึงก็โทรไปหาสิ ส่งข้อความไปก็ได้”

ดังนั้น จ้าวสมุทรเลยได้แต่สวมบทบาท ‘ที่ปรึกษา’ เรื่องหัวใจของมีนาอีกครั้ง บทบาทที่เพื่อนสนิทยัดเยียดให้ แม้ว่าเขาจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม

การที่ยังได้ยืนอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆ และมีเพียงรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้กัน มันก็คุ้มค่าแล้วกับสิ่งที่จ้าวสมุทรพยายามมาตลอด

คนอย่างเขาแมนพอที่จะยืดอกรับความผิดหวังนั้นเอาไว้

บางทีจ้าวสมุทรอาจจะควรลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักกับคนใหม่ๆ ดูบ้าง เผื่อว่าจะมีใครบางคนตกหล่นระหว่างการเดินทางในแบบที่เขาไม่ทันได้รู้ตัว

มีนาทำหน้าเซ็งเมื่อได้ยินคำแนะนำที่ตนนั้นเคยอยากทำมันมากเสียเหลือเกิน

“พี่ครามขี้รำคาญจะตาย ถ้าหากทำแบบนั้นมีหวังโดนหงุดหงิดใส่แน่ๆ

“มีแฟนแล้วยังทำหน้าแบบนี้ เธอโอเคกับเขาจริงๆ หรอมีน” จ้าวสมุทรเลิกคิ้ว

“ก็ต้องโอเคสิ เราอยู่ด้วยกันแบบนี้มาตลอดอยู่แล้วนี่นา”

ประโยคหลังดูเหมือนว่ามีนาอยากจะพูดบอกกับตัวเองมากกว่า

เป็นแฟน นอกจากเรื่องเซ็กส์ที่เพิ่มขึ้นมาก็ไม่ได้มีอย่างอื่นเปลี่ยนแปลง หรือจริงๆ แล้ว เป็นเธอเองที่คาดหวังมากเกินไปกันนะ?

จ้าวสมุทรพยักหน้าเบาๆ สีหน้าที่ไม่เห็นจะโอเคอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด ไม่ได้ทำให้เขาอยากจะคาดคั้นหรือกดดันให้มีนาพูดเล่าออกมาแต่อย่างใด

“วันไหนไม่ไหวก็บอกแล้วกัน เพื่อนคนนี้พร้อมซัพพอร์ตเธอเสมอ”

“ขอบคุณนะ โจเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเราเลย”

มีนายกยิ้มหวาน ความเสียใจที่ปรากฏอยู่ในแววตาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสดใส และมันจริงใจมากเสียจนจ้าวสมุทรเองก็ปฏิเสธมันไม่ลง

“ครับ”

เฮ้อ ชาตินี้จะเป็นได้แค่นี้จริงๆ หรอวะ

นี่มันยิ่งกว่าเฟรนด์โซนตรงที่มีนาไม่ได้ติดที่เขาเป็นเพื่อน แต่ติดที่จ้าวสมุทรเป็นจ้าวสมุทรต่างหาก

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาสหภัฐชะมัดที่ได้ผู้หญิงน่ารักทั้งนิสัยและหน้าตาแบบนี้ไปครอบครอง แถมมีนายังดูหลงอีกฝ่ายยิ่งกว่าอะไรดี

จ้าวสมุทรลอบถอนหายใจ ก่อนจะพากันนั่งกินไอศกรีมต่อ จนค่อยๆ พร่องลงและหลงเหลือเพียงคราบไอศกรีมที่ละลายติดอยู่ก้นถ้วยแก้วใบใส

 

 

“แม่งเอ้ย! ว่างมากหรือไงวะถึงได้นัดเรียนเพิ่มช่วงทุ่มครึ่งอีก โดดก็ไม่ได้ด้วย”

แมทธิวบ่นด้วยสีหน้าเซ็งๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากระบายอารมณ์ออกมาด้วยการกัดแท่งช็อกโกแลตบาร์ที่พกติดตัวเข้าปาก หวังว่าน้ำตาลและโกโก้ในขนมจะทำให้อารมณ์หงุดหงิดนั้นลดน้อยลงไปบ้าง แม้ว่ามันจะแทบไม่ช่วยอะไรก็ตาม

สหภัฐเองก็เซ็งไม่ต่างกัน ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเช็คข้อความแชทที่ขึ้นแจ้งเตือนค้างเอาไว้และยังไม่ได้กดอ่าน เป็นจังหวะเดียวกับที่มีนาโทรเข้ามาหาพอดี ปลายนิ้วเรียวจึงเปลี่ยนไปกดรับสาย

“ฮัลโหล ว่าไงคะหนู”

(พี่เลิกเรียนหรือยังอ่ะคราม)

“เลิกแล้ว แต่อาจารย์นัดเรียนเพิ่ม”

ร่างสูงพรูลมหายใจ อยากจะงอแงขึ้นมาทันใดเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวสุดที่รักที่เขามักจะรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เธอ แต่เมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิทที่มองมาอย่างสนใจและใส่ใจ (มาก) แบบสุดๆ ก็ทำให้สหภัฐเลือกที่จะเก็บอาการที่อยากทำเอาไว้ แล้วเอ่ยถามมีนาออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มแทน

“หนูจะมานั่งเรียนกับพี่ไหมคะ”

แววตาล้อเลียนของแมทธิวและเจสันที่ไม่คิดจะปิดบังความรู้สึก ทำให้สหภัฐรีบเปลี่ยนรูปประโยคในทันที

“หรือหิวรึเปล่า หาอะไรกินรองท้องไปก่อนได้เลยนะ”

(เราไปได้หรอ)

น้ำเสียงของมีนาฉายแววประหลาดใจในสิ่งที่ได้ยิน

(เรากินทุกอย่างจนจะกินไม่ไหวแล้วเธอ)

“งั้นซื้อขนมปังฟักทองกับนมถั่วเหลืองให้พี่ขวดหนึ่ง”

สหภัฐเอ่ยสั่งออเดอร์รองท้อง เพราะตอนนี้เขาหิวจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

“ถึงคณะแล้วโทรมา เดี๋ยวออกไปรับ”

(อื้อๆ)

สายถูกวางไป สหภัฐจะพรูลมหายใจยาว ยามปรายตามองแมทธิวที่ขยับมาใกล้มากขึ้น ดวงตาคู่คมของแมทธิวเป็นประกายขึ้นมาเมื่อได้ยินคล้ายๆ ว่าแฟนสาวของเพื่อนสนิทจะมานั่งเรียนด้วย

เขาแทบเก็บความสงสัยใคร่รู้เอาไว้ไม่อยู่เลย

“จะพาน้องมานั่งเรียนด้วยหรอวะ”

แมทธิวเอ่ยต่ออย่างไม่นึกสนใจแววตาหวงๆของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย

“นายไม่หวงจริงๆ น่ะหรอ

เจสันเพยิดหน้าไปทางบรรดาเพื่อนร่วมชั้นปี

ก่อนหน้านี้แม้จะไม่ได้มีใครสนใจประโยคสนทนาที่สหภัฐพูดคุยกับมีนาคุยกันมากนัก แต่หากได้ลองเห็นมีนามานั่งเรียนด้วยตัวเป็นๆ ก็คงจะมีจำนวนไม่น้อยเลยที่ให้ความสนใจ

“พวกนั้นก็ได้แค่มอง”

สหภัฐยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

ต่อให้อยู่นอกห้องเรียน หรือที่ไหนก็ตาม สหภัฐมักจะตกเป็นเป้าสายตาจนเจ้าตัวนั้นรู้สึกชินชาไปแล้ว

สิ่งที่สหภัฐทำน่าจะเหมือนเป็นการประกาศกลายๆ ว่ามีนาเป็นของเขาด้วยซ้ำ แบบนั้นเขาคงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร

ดีซะอีกที่จะได้ตัดคู่แข่งและกันไม่ให้คนอื่นๆ มายุ่งกับผู้หญิงของเขาอีก

“เพื่อนเราแสดงความเป็นเจ้าของเก่งขนาดนั้น ไม่มีใครกล้าหืออยู่แล้ว”

แมทธิวว่ายิ้มๆ กอดคอเพื่อน ตบบ่าหนักๆ ด้วยท่าทางภาคภูมิ

การที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมทำให้แมทธิวรู้ว่าเรื่องเตะต่อย สหภัฐไม่เคยเป็นสองรองใคร พวกเขาเนี่ยอดีตอันธพาลประจำห้องเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่พักหลังมานี้ไม่ค่อยเอาดีด้านนี้แล้ว เพราะยังห่วงอนาคตและแคร์คำบ่นของครอบครัวอยู่

พวกเขาในอดีตกับคำว่าวัยรุ่นเลือดร้อนก็คงไม่เกินจริง แต่วันนี้พวกเขาเติบโตขึ้นมากพอที่จะรู้ว่าและควรหรือไม่ควรทำ

“เรื่องแบบนี้มันก็อาจจะไม่แน่”

เจสันยักไหล่ คนสมัยนี้น่ากลัวจะตาย บางทีเปิดตัวว่าเป็นแฟนกันแล้วก็ยังคิดอยากแย่งไปเป็นของตัวเองก็มีถมเถ

ยิ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักกันเนี่ยแหละตัวดี ยิ่งไว้ใจไม่ได้เลย

“ใครมันกล้าก็อยากลองดู”

แววตาคู่คมของสหภัฐฉายแววดุดัน น้ำเสียงราบเรียบเสียจนคนมองที่แม้สนิทด้วยกันมานานก็ยังอดที่จะรู้สึกขนลุกไม่ได้

แมทธิวรู้ดีว่าเวลาสหภัฐโกรธ เป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าเข้าใกล้ด้วยมากที่สุด

“เสือจะถูกถอดเขี้ยวเล็บจริงๆ ก็คราวนี้” เจสันว่าพลางกระตุกยิ้ม

“พูดมากน่า” สหภัฐตอบปัด

“บอกแล้วไงว่าถ้ายังไม่แต่ง ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม”

สหภัฐยืนกรานในความคิดตน ให้เพื่อนสนิททั้งสองได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างนึกเอือมระอา

ไอ้นี่มันปากแข็งเสมอนั่นแหละ สงสัยคงต้องให้ถึงวันถูกใส่ปลอกคอมีสายจูงเสียก่อน ถึงจะยอมรับความจริงเสียทีว่าตัวเองในตอนนี้น่ะมันห่างไกลจากสหภัฐคนเดิมมามากแค่ไหนแล้ว

เอะอะอะไรก็มีนาก่อนตลอด เรื่องเที่ยวเรื่องเพื่อนถูกปัดตกเป็นรองแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ครืด ครืด

โทรศัพท์ที่กำลังสั่นครืดอยู่บนโต๊ะดึงความสนใจให้สหภัฐเอื้อมมือไปกดรับ

(เราอยู่ใต้ตึกเรียนเธอแล้ว)

“รอตรงนั้น เดี๋ยวพี่ลงไปรับนะคะ”

สหภัฐแนบหูโทรศัพท์กับบ่าตัวเองยามเอียงคอเล็กน้อย

เขาหันมองสบตาเพื่อนทั้งสองอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าเขาจะลงไปด้านล่างให้เจสันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินลงตึกไป

 

 

 

 

 

มีนามองห้องต่างๆ ในคณะของสหภัฐด้วยความสนใจ

เธอไม่เคยเข้ามาที่นี่มาก่อนเลย ไม่เคยรู้ว่าปกติสหภัฐเรียนอะไร ตึกเป็นยังไง ผู้คนน่าสนใจรึเปล่า

“อย่าอยู่ห่างจากพี่นะมีน”

สหภัฐเอ่ยแค่พอได้ยินกันแค่สองคนให้มีนาเลิกคิ้วสงสัย

“ทำไมล่ะคะ”

สหภัฐเดินต่อ ไม่ตอบอะไร ชายหนุ่มทำเพียงแค่ประสานฝ่ามือและกระชับนิ้วเรียวทั้งห้าให้สอดประสานไปกับนิ้วเล็กๆ ของมีนาเอาไว้ ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมากที่เดินสวนผ่านไปมา บ้างก็หยุดพูดคุยกันในทันทีที่สหภัฐและมีนาปรากฏตัวด้วยกัน

มีนาเม้มปากเข้าหากันด้วยท่าทางประหม่า

เธอก้มมองฝ่ามือที่ถูกกุมเอาไว้ด้วยความรู้สึกอบอุ่นไปทั้งห้องหัวใจ

หญิงสาวมองแผ่นหลังกว้างของสหภัฐ คนที่เธออยากร่วมชีวิตด้วยนับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบหน้ากัน มีนาก็ได้แต่หวังว่าเธอนั้นจะคิดไม่ผิดที่ยอมยกทั้งร่างกายและหัวใจให้แก่คนตรงหน้า

เธอหวังว่าเขาจะสามารถปกป้องเธอและลูกน้อยที่อาจจะมีด้วยกันในอนาคตเอาไว้ได้ตลอดไป

ตึก ตึก ตึก

หัวใจของมีนาเริ่มเต้นระรัวเมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องเรียนที่เธอไม่คุ้นเคย

ความตื่นเต้นปนประหม่าพวยพุ่งท่วมท้นอยู่ในอก ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นทั้งสองข้างแก้มอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

ทั้งชายและหญิงที่เคยเปล่งเสียงเซ็งแซ่อยู่โดยรอบกลับเงียบลงเฉียบพลัน ราวกับว่าเธอและเขานั้นเป็นคนสำคัญที่ก้าวเข้ามาภายในห้อง

มีนากัดปากแน่น

นี่เธอหลงลืมความจริงบางอย่างไปได้ยังไงกัน

พี่ครามของเธอน่ะ มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะเชียวนะ!

แม้จะผ่านมาแล้วถึงสี่ปีเต็ม ทว่าออร่าความดูดีของสหภัฐนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด ตรงกันข้ามเมื่อได้กลายเป็นรุ่นพี่ สหภัฐกลับดูสุขุม อบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ และดูน่าเข้าหามากกว่าเดิมเสียอีก

นี่หรอโลกของสหภัฐ มันช่าง... แตกต่างกับเธอสุดๆ ไปเลย

ช่วงชีวิตมหาลัยของมีนาไม่ได้หวือหวา เธอนั้นไม่ได้มีเพื่อนมากมายหรือคนรู้จักรายล้อม มีเพียงเพื่อนสนิทอย่างจ้าวสมุทรและลิลล์เท่านั้นที่คอยเคียงข้างกัน

เธอก็เป็นแค่นักศึกษาปีหนึ่งคนหนึ่งที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร

ที่สำคัญคือมีนาไม่เคยถูกใครมองด้วยสายตาตกตะลึงเช่นนี้มาก่อน

หญิงสาวรู้สึกเหมือนเธอนั้นเป็นคนพิเศษ และเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่ได้มายืนเคียงข้างสหภัฐ

แววตาของทุกคนในห้องตลอดช่วงเวลาที่ก้าวเข้ามาเหยียบที่นี่ มันกำลังฟ้องว่าสหภัฐไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเลยสักคน

หัวใจดวงน้อยบีบรัดรุนแรงกว่าเก่าเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ มีนาเงยหน้ามองสหภัฐที่ทำตัวเหมือนมันคือเรื่องปกติด้วยความรู้สึกตื้นตันหัวใจ

เพราะแบบนี้เองสินะสหภัฐถึงไม่เคยยอมปล่อยให้เธอเข้ามาอยู่ในโลกของเขาเลยสักครั้ง แสดงว่าก่อนหน้านี้ที่อีกฝ่ายพูดกับเธอ มันก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ!

เรื่องที่บอกว่าเขามองว่าเธอเป็น... เจ้าสาว

สหภัฐจริงจังกับเธอถึงขั้นนั้นจริงๆ สินะ

สหภัฐพามีนาไปนั่งบนเก้าอี้ที่ถูกเว้นที่เอาไว้ให้ โดยมีทั้งเจสัน และแมทธิวนั่งขนาบข้างอยู่

“สวัสดีค่ะ”

มีนายกมือไหว้เพื่อนๆ ของสหภัฐ

“หวัดดีครับ” แมทธิวยกมือรับไหว้ด้วยรอยยิ้ม

ทำไมมีนาช่างแสนดี มีมารยาท ต่างจากเพื่อนเขาคนละขั้วไปเลย

สหภัฐถลึงตาใส่แมทธิว เมื่อเห็นแววตาแซวๆ ของอีกคน ที่แม้ไม่เอ่ยอะไร แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่ แมทธิวหลุดหัวเราะกับท่าทางดังกล่าวของเพื่อน ในขณะที่เจสันพยักหน้ารับไหว้มีนาเบาๆ

มีนายกยิ้มหวาน

น่าแปลกที่เธอในตอนนี้นั้นรู้สึกมีความสุขสุดๆ ทั้งที่มีคนจำนวนไม่น้อยแสดงอาการไม่พอใจออกมาเมื่อเห็นหน้ากัน มีนากลับมองข้ามสายตาของคนพวกนั้นและตั้งใจที่จะตักตวงช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ให้มันอิ่มเอมอยู่ในหัวใจ

สหภัฐทรุดตัวลงนั่งข้าง ก่อนที่มีนาจะยื่นถุงขนมที่แฟนหนุ่มฝากซื้อไปให้เจ้าตัวรับเอาไว้ และยื่นอีกสองถุงให้กับเจสันและแมทธิว

“มีนซื้อมาเผื่อค่ะ คิดว่าพวกพี่น่าจะหิว”

“ว้าว นอกจากจะสวยน่ารักแล้วยังมีน้ำใจมาแบ่งปันพวกพี่อีกหรอคะ”

แมทธิวรับมาเปิดดู ในนั้นมีทั้งนม ขนมปัง และขนมขบเคี้ยว

“ขอบคุณค่ะ”

สหภัฐทำหน้าเซ็งเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ และสรรพนามชวนอ้วกขัดกับบุคลิกห่ามๆ ของแมทธิวอย่างสิ้นเชิง

เชื่อเถอะว่าถ้าอีกคนไม่ใช่เพื่อนที่สนิทมากชนิดที่ว่าตายแทนกันได้ สหภัฐคงได้กระชากคอเสื้อมาต่อยหน้าจนหายหล่อไปนานแล้ว

เจสันหยิบซองมันฝรั่งทอดมาแกะกิน

“อร่อยดีนะ ไว้ซื้อมาฝากพวกพี่บ่อยๆ สิ”

แววตาคู่คมของเจสันแฝงไปด้วยความอบอุ่นและเป็นมิตร ทว่ากับคนที่เคยเรียนมาด้วยกันหลายปีอย่างสหภัฐมีหรือจะไม่รู้ว่าแววตาแบบนั้นหมายถึงอะไร

เอ็นดู..

และถ้ามีนาไม่ใช่คนของเขา เจสันคงไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดตะครุบเหยื่อ

ไม่นานนักอาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามาในห้อง เสียงพูดคุยของเพื่อนๆ ต่างทยอยเงียบลงเช่นกัน

มีนามองเสี้ยวหน้าของสหภัฐที่กำลังมองตรงไปยังอาจารย์ด้วยท่าทางตั้งใจเรียน ก่อนที่เธอจะหลุดยิ้มออกมา

ทำไมวันนี้พี่ครามของเธอน่ารักจังเลยนะ

น่ารักเสียจนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทั้งหมดนี่คือความจริง

มีนาคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปอยู่เสียอีก

สหภัฐเก๊กหน้าเข้ม ทำเหมือนไม่เห็นสายตาของมีนาที่กำลังจ้องมองตนเอง เขาเตรียมยกปากกาขึ้นจ่อกระดาษทำทีจดเล็กเชอร์ แม้ว่าตนเองนั้นจะกำลังรู้สึกประหม่ามากแค่ไหนก็ตาม

ก็รู้อยู่หรอกว่าแฟนเขาน่ะน่ารักมาก แต่ใครจะคิดว่าตั้งแต่ก้าวเข้ามานั่งในห้อง เขาต้องคอยส่งสายตาดุๆ ไปปรามพวกเสือ พวกจระเข้ที่เอาแต่จ้องมองอีกฝ่ายไม่หยุด

น่าแปลกที่มีนาถูกมองอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามีใครจ้องจะเข้ามาขายขนมจีบให้บ้าง

แฟนเขานี่มันน่าหมันเขี้ยวจริงๆ เลย

ให้ตายเถอะ นี่เขาคิดถูกคิดผิดเนี่ยที่พามีนามาเปิดตัว

ดูเหมือนว่าบางคนในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นปีกำลังนึกอยากท้าทายเขากันเพียบ

เพราะสหภัฐเห็นว่าช่วงนี้มีนาทำตัวน่ารักหรอกนะถึงยอมให้เข้ามานั่งเรียนด้วย อีกอย่างพักหลังมานี้ชายหนุ่มเองก็รู้สึกติดกลิ่นแฟนสาวมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทำอะไรจะไปที่ไหนก็อยากให้อยู่ใกล้ๆ กันตลอดเวลา

หรือมันจะถึงคราวที่เสืออย่างเขาถูกถอดเขี้ยวเล็บออกแล้วอย่างที่เจสันว่ากัน

สหภัฐลอบมองมีนาที่กำลังหันมองไปรอบๆ ราวกับเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นกับสถานที่แห่งใหม่

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเลื่อนมือที่ว่างอีกข้างไปกุมมือเล็กเอาไว้ พลางออกแรงบีบเบาๆ ให้มีนาหันมองสบตา

ร่างเล็กหลุดยิ้มออกมาเช่นเดียวกับร่างสูงที่ลอบกระตุกยิ้มมุมปาก

ทั้งสองนั่งจับมือกันอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ จนกระทั่งสิ้นสุดคลาสเรียน

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...