1 2
ทูนหัวของคราม
“กว่าจะกลับไปได้สักที”
หลังสูบบุหรี่เสร็จ
สหภัฐก็อารมณ์ดีขึ้นกว่าเดิม
ชายหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
ก่อนจะเอาจานชามที่พวกเขากินทิ้งไว้เมื่อครู่เดินเข้าไปล้างในโซนครัว
มีนาหันมอง
ก่อนจะถอนหายใจ
สหภัฐถกแขนเสื้อสองข้างขึ้น
เพื่อไม่ให้แขนเสื้อเปียกน้ำจากการล้างจาน ก่อนที่ชายหนุ่มจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อมีนาขยับมาสวมผ้ากันเปื้อนให้กันจากทางด้านหลังจนเหมือนกอดกันกลายๆ
ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาและถูกแทนที่ด้วยความสบายใจ
มือเล็กเอื้อมไปผูกเชือกด้านหลังให้สหภัฐเอ่ยขอบคุณแผ่วเบา
“ขอบคุณ”
มีนากอดเอวสหภัฐแน่น หญิงสาวเอาหน้าซุกกลางแผ่นหลังกว้าง
ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำตา
เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยสักนิด
ใครจะอยากเห็นพี่ชายทะเลาะกับแฟนตัวเองกันล่ะ
สองคนนี้เจอกันทีไร
หน้าบูดบึ้งทุกทีเลย
“อ้อนเอาอะไร
โดนหนักขนาดนั้นเราว่าเธอควรไปนอนพัก”
สหภัฐใช้ฟองน้ำถูจานไปด้วยยามเอ่ยถาม
มีนาส่ายหน้าไปมา
เธอเม้มปากแน่นไม่ตอบอะไร
“เป็นอะไร หนู...”
สหภัฐหยุดมือลง
หันมองสบตาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป
“ขอโทษแทนพี่กุมภ์ด้วยนะ
พี่เขาก็แค่หวงเราไปแบบนั้น” มีนาช้อนตามอง
“เราก็แค่ไม่ชอบ”
สหภัฐถอนหายใจ
“ช่างมันเถอะ เราอยู่กับเธอมาขนาดนี้แล้วมีอะไรให้ไม่ไว้ใจกันอีก”
สหภัฐคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษมากพอแล้วในสิ่งที่ทำกับมีนา
เขาทำมันได้ดีมาตลอด แต่พอได้สัมผัสกันเกินกว่าแค่จับมือ
กุมภากลับแสดงท่าทางเหมือนเขามันไม่คู่ควรหรือเหมาะสมกับมีนา ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เลย
ชายหนุ่มนั้นมั่นคงต่อความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวมาก
แม้จะไม่ค่อยแสดงออก
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร
“ถ้าไม่ไว้ใจพี่กุมภ์คงไม่ปล่อยให้เธออยู่กับเราสองต่อสองแบบนี้หรอก”
“เธอเกลียดเราไหม”
“...”
“เกลียดที่เราทำเรื่องแบบนั้นกับเธอรึเปล่า”
มีนานิ่งไป
ก่อนจะเม้มปากแน่น
เธอไม่ได้เกลียด
เพียงแต่...
“เรารักเธอขนาดนี้
จะไปเกลียดเธอลงได้ไง”
เธอยินดีที่จะมอบทั้งร่างกายและหัวใจให้แก่สหภัฐ
ถ้ามันทำให้อีกฝ่ายสนใจแค่เธอ มีนาก็ยอมทำไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม
สหภัฐรั้งมาจูบ
บดริมฝีปากหนักๆ อย่างร้อนแรง มีนาเชิดใบหน้าขึ้นรับสัมผัส
พรึ่บ!
ร่างเล็กถูกอุ้มขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์สูง
สหภัฐล้วงมือเข้าไปในเสื้อที่ไม่สวมอะไรด้านในของมีนา เขาบีบเคล้นหน้าอกอวบอิ่มแรงๆ
สบสายตารุ่มร้อน
“อื้ออ ซี้ด” มีนาเผลอกัดปาก
ความเสียวซ่านทำให้หญิงสาวเผลอแอ่นอกเข้าหาอย่างนึกลืมตัว
สหภัฐดูดเม้มลำคอขาวจนขึ้นรอยแดง
มือหนาลูบขาอ่อนด้านในขึ้นลงไปมา
“เธอ...”
“หืม?”
“มีนเป็นอะไรสำหรับพี่หรอคราม”
“เจ้าสาว” สหภัฐงับใบหูขาว
คลอเคลียด้วยท่าทางออดอ้อน
“หนูเป็นเจ้าสาวสำหรับพี่นะมีน”
สถานะนี้เขาจะมอบให้มีนาแค่คนเดียวและตลอดไป
มีนารั้งลำคอแกร่งมาจูบ
เรียวลิ้นเล็กค่อยๆ สอดหาและเกี่ยวพันกับลิ้นหนา
สองเรือนร่างกระหวัดกอดกันอย่างแนบแน่น
สลับกันโอบรัด และแลกเปลี่ยนความรักซึ่งกันและกันครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับว่าอรุณนี้มีเพียงแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง
และไม่อาจหยุดยั้งความต้องการของคนทั้งคู่ได้อีกต่อไป
สหภัฐกอดรั้งเอวเล็ก มีนายังคงซุกอกของเขาและนอนบนตัวเขากลางเตียงนุ่มใหญ่
ชายหนุ่มกดจูบเบาๆ ที่เรือนผมสวย สายตาเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างเมื่อเห็นแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้องยามบ่าย
“อือ...”
มีนาขยับซุกแผ่นอกแกร่งเพื่อหลบหนีจากแสงแดดเหล่านั้น
ให้ร่างสูงนิ่งมองภาพนั้นอย่างนึกเอ็นดู ริมฝีปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม สหภัฐขยับเข้าหามีนาอีกครั้งยามเอ่ยกระซิบริมหู
“ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำสิเด็กดี”
มีนางับลำคอแกร่ง
เธอดูดผิวเนื้อของสหภัฐแรงๆ จนเกิดเสียง
“อืมมม...
ทำไมชอบทำรอยนัก” สหภัฐขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“อยากให้คนทั้งโลกรู้หรอว่าเราเป็นของเธอแล้ว”
มีนาส่ายหน้า
“อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอรักแค่เราเท่านั้นต่างหาก”
“โลภมากใหญ่แล้ว”
สหภัฐหลุดเสียงหัวเราะออกมา
ชายหนุ่มบีบปลายจมูกเล็กอย่างนึกหมันเขี้ยว
“โลภมากกว่านี้อีก”
“กว่าที่ว่านี่มันแค่ไหน”
สหภัฐเลิกคิ้ว
มีนาขบกัดริมฝีปากล่างของสหภัฐเต็มแรง
“โอ๊ย! อะไรเนี่ย”
มือหนาดันบ่ามีนาออก
ปากหยักของเขาบวมตุ่ยจนรู้สึกได้
“เธอ!”
สหภัฐเอ่ยเรียกมีนาเสียงดุ
ก่อนจะบ่นอุบอิบ
“เราเจ็บนะ”
“อร่อยดีออก”
มีนายกยิ้มหวาน
ขยับเข้าไปใช้ปลายลิ้นเลียๆ หยดเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมา
“เธอ... ชอบแนวนี้หรอ”
สหภัฐตาโตอย่างนึกตกใจ
มีนาหัวเราะร่วน
ก่อนจะผละตัวออก และลุกออกจากเตียง
“หิวแล้ว
อาบน้ำไปหามื้อเย็นกินกัน”
“เดี๋ยวดิ
ตอบกันมาก่อนว่านี่มันยังไง”
สหภัฐลุกตามมีนาที่ก้าวลงจากเตียง
มีนายกมือปิดสองหู เดินเข้าห้องน้ำไป ทว่าแม้จะพยายามหนี แต่ก็ไม่ทันสหภัฐที่ใช้มือดันบานประตูให้เปิดค้างเอาไว้
เขายกยิ้มเจ้าเล่ห์ยามสบตากับแฟนสาวที่หลงรักสุดหัวใจ
“มาพิสูจน์กันครับว่าเธอชอบแนวนี้จริงหรือเปล่า”
“อะไรของพี่เนี่ยคราม”
ชายโฉด (3)
ไมล์ :
คืนนี้ที่เก่าเวลาเดิม
ดีล??
คราม :
ไม่อะ ไม่มีอารมณ์
Read 2
เจสัน :
งั้นเปลี่ยนแผนเป็นไปปั่นงานกลุ่มที่ห้องไอ้คราม
คราม :
ไปก็ไม่เจอ เพราะไม่ได้อยู่ห้อง
เจสัน :
งานน่ะจะทำไหมคราม
กำหนดส่งอาทิตย์หน้าแล้ว
ยังต้องซ้อมพรีเซนกันอีก
คราม :
ท่องบทไม่กี่นาทีก็ได้แล้ว
พวกนายทำกันไปเลย
ขาดเหลืออะไรบอก เดี๋ยวโอนให้
ไมล์ :
มันยังไงกันแน่วะคราม
ห้องก็ไม่กลับ
เที่ยวก็ไม่เที่ยว
คราม :
เอาหน่า
แค่ช่วงนี้
ไว้มีเวลาจะเล่าให้ฟัง
เจสัน :
เล่ามาเลย ก่อนที่ไอ้ไมล์จะหัวร้อนจนไปลากคอนายมาลงขวด
คราม :
ติดเมีย
Read 2
คราม :
จบป่ะครับ
ไมล์ :
งั้นก็ทำใจเหอะ
แค่ช่วงนี้อ่ะ มันคงไม่มีจริง
เจสัน :
หึ
คราม :
ก็... อาจจะ
ถ้าหลุดไปได้เมื่อไหร่
ฉันก็เหมือนร็อตไวเลอร์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
เจสัน :
กรงนายดูหนานะ
แต่ถึงหลุดออกมาได้ก็มีปลอกคออยู่ดี
คราม :
ปลอกคอแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า
ไมล์ :
ให้มันได้แบบนี้ดิวะ!
เสียชื่อแก๊งเราหมด
คราม :
แก๊งอะไร
ชายโฉดอะหรอ
ไมล์ :
send sticker ((หมีหน้าเบื่อโลก))
คราม :
คนโสดอะ
ไม่เข้าใจคำว่าข้าวใหม่ปลามันหรอก
เจสัน :
มันขั้นนี้แล้วนะ
คราม :
แค่ช่วงนี้
อ่านภาษาไทยไม่แตกฉานหรอเจมส์
เจสัน :
อืมๆ
“เธอทำอะไรคะ”
มีนาขยับสอดตัวเข้ามานั่งตัก
ชะโงกมองจอมือถือของสหภัฐที่กำลังก้มหน้ากดพิมพ์อะไรบางอย่างไม่หยุดมาสักพักหนึ่งแล้ว
“คุยกับเดอะแก๊งค่ะ” สหภัฐตอบกลับ
“เธอไม่คุยบ้างหรอ”
มีนาส่ายหน้า
“อยากลองสนิทกับเพื่อนเธอดูบ้าง”
หญิงสาวเอนหลังพิงอกแกร่ง
ยามมองอีกฝ่ายคุยกับเพื่อนไปด้วย
“สนิททำไม” สหภัฐขมวดคิ้ว
“สนิทกับเราคนเดียวก็พอแล้ว”
เขาเป็นพวกขี้หวงมาก
หึงโหดแบบสุดๆ
ใครจะบ้าปล่อยแฟนไปสนิทกับเพื่อนที่รู้จักนิสัยกันดียิ่งกว่าอะไร
ไม่มีทาง
“เธอไม่อยากให้เราเข้าไปอยู่ในโลกของเธอขนาดนั้นเลยหรอ”
มีนาเม้มปาก
“เปล่าสักหน่อย
เราแค่หวงเธอ” สหภัฐอธิบาย
“หวงมาก
หวงแบบอยากกินเธอเข้าไปเลยอ่ะ ไม่ชอบให้ใครมาคุย มาจ้องมามองเธอ ทั้งๆ ที่เธอเป็นของเรา”
มีนาเลิกคิ้ว
ชะงักไปด้วยความคาดไม่ถึง
“เธอไม่เคยรู้สึกหึงเราบ้างหรอ”
สหภัฐเอ่ยถามยามสบตา
“แบบ... แค่คนอื่นมองก็ไม่ชอบแล้ว”
ไม่ใช่แค่กับเพื่อนของเขา
แต่กับคนอื่นๆ ที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักด้วย
แฟนเขาสวยน้อยซะเมื่อไหร่กัน
เผลอแป๊บเดียวก็มีแต่หนุ่มๆ มองตามเหลียวหลังกันเป็นแถบ
“หึงสิ” มีนายู่ปาก
“แต่หึงแล้วเราทำอะไรได้ล่ะ
เธอไปกับใครตั้งมากมายเรายังทำอะไรไม่ได้เลย”
ประโยคหลังเธอเอ่ยเสียงแผ่ว
อดนึกน้อยใจไม่ได้
“เวอร์แล้ว”
สหภัฐยกมือดันเหม่งมีนาเบาๆ
ราวกับตั้งใจเตือนสติกัน
“เธอทำได้ตลอดนั่นแหละ
อยู่ที่ว่าเธอจะทำหรือไม่มันก็แค่นั้นเอง”
“ชอบให้เราตามหวงเหมือนเมียหลวงในละครหรอ
เธอชอบให้คนอื่นมองเราแบบนั้นรึไง”
มีนาว่าออกมาอย่างนึกงอน
“ไม่เกี่ยว”
สหภัฐเอาคางเกยบ่าเล็ก
งับๆ หัวไหล่มนเปลือยเปล่าเล่นไปมา
“เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
เราก็หลงเธอจนไม่อยากไปหาใครแล้ว”
แม้จะฟังดูเหมือนคำหวานของพวกผู้ชายเจ้าชู้
แต่เชื่อไหมว่าสหภัฐกำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่จริงๆ มีนาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย
เขาก็พร้อมจะพลีกายยกทุกอย่างให้ แค่เพียงอีกฝ่ายเอ่ยปากเท่านั้น
สหภัฐสบตามีนาเป็นประกายระยับ
หญิงสาวจึงสบตากลับ ในหัวครุ่นคิดอยู่หลายอย่าง
“แล้วถ้าวันหนึ่งเราไม่สวย
ไม่เร้าใจเธอเหมือนเดิมแล้วล่ะ”
คิ้วหนากระตุกเข้าหากันในทันใด
“ถามจริงๆ นะ
ทุกวันนี้คิดว่าเราหลงเธอเพราะเธอสวยหรอ”
เพี้ยะ!
มือเล็กฟาดลงกลางอกแกร่งเต็มแรงก่อนจะโวยวายออกมา
“ไอพี่คราม!!
ว่าเราไม่สวยหรอ”
สหภัฐหลุดหัวเราะ
ก่อนจะอธิบาย
“เอาจริงๆ เธอสู้คนอื่นที่เคยเป็นของเราไม่ได้เลยมีน”
สหภัฐว่าตามความจริง
มือหนารั้งร่างเล็กมากอดให้มีนาขยับมานั่งตัก
ด้วยท่าทางหวงแหน
“แต่ไม่รู้ทำไมเราถึงได้รักเธอนัก”
มีนาสบตา น้ำตาคลอ
มันจะไม่เป็นแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ
ก็เธอพยายามแล้วนี่นา
พยายามไม่ทำอะไรที่ครามไม่ชอบ
แม้ว่าต้องอดทนและเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
สหภัฐขมวดคิ้วเข้าหากันน้อยๆ
เมื่อเห็นสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ของมีนาที่ดูจะเป็นทุกข์มากกว่าจะรู้สึกมีความสุข
มีนาส่ายหน้า
ไม่ตอบอะไร เธอก้มซบอกสหภัฐราวกับทนมองสบตาไม่ได้อีก
ฝ่ามือหนาเชยคางเล็กให้เงยขึ้นเล็กน้อย
“มีน”
มีนายกมือปาดน้ำตา
ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น
“มีนรักพี่คราม
รักมากจริงๆ”
“แล้วร้องทำไม”
สหภัฐมองตามด้วยความไม่เข้าใจ
“เปล่านี่”
“เปล่าอะไร”
ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วแตะน้ำตาที่เปรอะบนแก้มใส
“แล้วนี่มันคืออะไรถ้าเธอบอกว่าไม่ได้ร้อง”
มีนากัดปากแน่น
พยายามหลบตาอีกคน
เธอก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไร
มันคล้ายดีใจ แต่ก็นึกน้อยใจในเวลาเดียวกัน
“พูดสิ
พูดในสิ่งที่อยากพูด เราอยากฟังจากปากเธอ” สหภัฐเอ่ยเสียงนุ่ม
น้ำเสียงไม่ได้ดูคาดคั้นจะเอาคำตอบ
ทว่าแววตาที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงก็ทำให้มีนาหลุดที่จะพูดบอกออกมา
“เราแค่กลัว
น้อยใจด้วย”
“หมายถึงอะไร”
“ถ้าตอนนี้เรายังไม่มีอะไรกัน
เธอจะหยุดอยู่แค่เรารึเปล่า”
“...”
“ถ้าเราตามหึงหวงเธอกับผู้หญิงคนอื่น
เธอจะรำคาญเราไหม”
หยดน้ำตาค่อยๆ ซึมรื้นกลับคืนมาอีกครั้ง
ความน้อยใจและความรู้สึกอัดอั้นมากมายที่ต่างพากันประเดประดังเข้ามา
มีนาตัดสินใจที่จะพูดความรู้สึกจริงๆ
ของตัวเธอออกมาอย่างหมดเปลือก
“แล้วถ้าเราทำตัวน่าเบื่อล่ะ
เธอจะทิ้งเราไปรึเปล่า”
“ต่อให้มีอะไรกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะหยุดนะมีน”
มีนาชะงักกึก ความรู้สึกเจ็บไปทั้งหัวใจทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก
“เธอจะหึงหรือเธอจะทำอะไร
มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ”
“...”
“แต่การกระทำของเราต่อจากนั้นมันก็คือสิทธิ์ของเราเหมือนกัน”
มีนาสบตากับสหภัฐด้วยแววตาตัดพ้อ
หญิงสาวกัดปากแน่นจนเจ็บชาไปทั้งริมฝีปาก
เธอก็คิดไว้อยู่แล้ว
คิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ เอาแต่โลกสวยเพ้อฝันอะไรอยู่ล่ะมีน เขาก็พูดชัดเจนขนาดนี้แล้วยังจะทนฝืนต่อไปอีกทำไมกัน
“เธอไม่คิดบ้างหรอว่าการที่เธอทนฝืนทำอะไรที่เธอไม่ได้อยากทำแต่แรก
มันคือการบั่นทอนและลดคุณค่าของตัวเธอเอง”
“เธอไม่จำเป็นต้องดิ้นรนขนาดนั้นหรอก
บางทีเราอาจจะคลานเข่ากลับมาหาโดยที่เธอแทบไม่ต้องออกแรงกระดิกนิ้วเลยด้วยซ้ำ”
สหภัฐเอ่ยต่อ แววตาคู่คมฉายแววจริงจังอย่างชัดเจน
“ฮึก...”
มีนาหันหน้าหนี
ยกมือเช็ดน้ำตา สหภัฐเห็นดังนั้นจึงขยับไปเช็ดน้ำใสที่เปรอะเปื้อนดวงแก้มออกให้
“ร้องทำไม เรายังไม่ได้ว่าอะไรเธอเลย”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“แล้วจะให้เราทำยังไง
ให้ทำทุกอย่างที่อยากทำทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ชอบน่ะหรอ...เราไม่อยากเสียเธอไป”
มีนาพรั่งพรูความรู้สึกออกมาทั้งน้ำตา
สหภัฐยกยิ้ม
มันอาจดูเป็นการกระทำใจร้าย
ที่มีนากำลังร้องไห้แต่เขากลับหลุดยิ้มออกมา
คำพูดของมีนาทำให้สหภัฐรู้สึกดีมากจนไม่อาจเก็บซ่อนความดีใจของตัวเองเอาไว้ได้
ฝ่ามือหนากระชับอ้อมกอดคนตัวเล็ก
ชายหนุ่มกดจูบเรือนผมของมีนาเบาๆ เพื่อปลอบประโลมคนที่กำลังสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยแรงสะอื้น
“ทำไมเธอน่ารักขนาดนี้วะ”
หัวใจแมนๆ สั่นไหวอย่างน่าประหลาด
มันกำลังส่งเสียงและเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่งในแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับหญิงสาวคนไหนมาก่อน
“อยากได้อะไรเรายกให้หมดเลยมีน
ยอมแล้วเนี่ย”
มีนาเบะปากสะอื้น ใบหน้าหวานดูแดงชื้นน่ารังแกกว่าเดิมเสียอีก
สหภัฐสาบานได้เลยว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายคนใดในโลกได้เห็นมีนาในสภาพนี้เด็ดขาด
ชายหนุ่มเอื้อมใช้ฝ่ามือหนาเช็ดน้ำตาให้มีนาอีกครั้ง
เขาพยายามข่มห้ามใจตัวเองเพื่อไม่ให้นึกอยากรังแกคนตัวเล็กขึ้นมาอีก
มีนาเช็ดน้ำมูกกับอกเสื้อสหภัฐ
จนชายหนุ่มได้แต่ตกตะลึงกับการกระทำนั้น แล้วเผลอส่งเสียงโวยวายออกมา
“ยี๋ เธออออ”
เสื้อยืดสีดำสนิทที่มีลายสกรีนวงร็อควงโปรดที่หาซื้อได้ยาก
และราคาแพงหูฉี่ กลับกลายเป็นที่รองรับน้ำตาและเช็ดน้ำมูกใสๆ จนเปรอะหน้านักร้องในดวงใจบนอกของเขาไปหมด
“เสียงดังใส่เราทำไม
รังเกียจหรอ นี่แหน่ะๆ”
มีนาย่นจมูก
ก่อนจะป้ายมือเล็กที่จริงๆ ไม่มีอะไรเลอะลงบนเสื้อยืดของสหภัฐซ้ำๆ หลายๆ ทีอย่างนึกแกล้ง
“โอ้ยไม่เอา พอแล้ว
มันสกปรกนะ ผู้หญิงอะไรเนี่ยยยย” สหภัฐโวยวาย
ให้ตายเถอะ!
แฟนเขาจะฉีกกฎหญิงงามกุลสตรีไปอีกแค่ไหนกัน
“ก็เมียเธอไง”
มีนากอดเอวสหภัฐแน่น ซบใบหน้าที่เคยมีคราบน้ำตาจนมันซึมหายไปกับเสื้อสีดำสนิทของอีกคน
ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ
ก่อนจะหยิบทิชชูยื่นส่งให้
“ขอเถอะ
นิสัยนี้เลิกได้เลิกเลยนะ”
มีนารับมาเช็ดและสั่งน้ำมูกใส่กระดาษทิชชู
ให้สหภัฐมองด้วยความพอใจ
หญิงสาวเงยหน้ามองเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกจ้อง
จนอดที่จะรู้สึกอายไม่ได้
“มองอะไรเล่า”
“เอ้า
แล้วทำไมมองไม่ได้”
มีนายู่ปาก
เธอหันหน้าหลบอีกคน ก่อนจะเช็ดจมูกจนพอใจแล้วจึงยื่นทิชชูใช้แล้วคืนให้สหภัฐ
“ทิ้งให้เราหน่อย”
ชายหนุ่มทำหน้าเซ็ง
ก่อนจะเดินไปหยิบถังขยะมาวางให้ตรงหน้าแทนจนมีนาอดที่จะหลุดหัวเราะออกมาไม่ได้
ทีแบบนี้ล่ะทำมาเป็นรังเกียจ
ตอนที่มันน่ารังเกียจกว่านี้ดันบอกว่าไม่เป็นไร
พี่ครามของเธอนี่มันจริงๆ
เลย
หญิงสาวทิ้งขยะเอง
ก่อนจะเอ่ยบอกอย่างนึกขึ้นได้
“วันนี้เรามีเรียนบ่ายนะ
เลิกเรียนก็มีกิจกรรมต่อ”
“ครับ” สหภัฐพยักหน้ารับเล็กน้อย
เบื่อชะมัด
แต่ก็ยังต้องไปเรียนสินะ
“เธอไปส่งหรือเปล่าคะ”
มีนากอดแขนสหภัฐ
เอ่ยเสียงอ้อน
“ทุกวันนี้หน้าเราดูเหมือนโชเฟอร์ส่วนตัวของเธอสินะ”
มีนาหัวเราะร่วน
ความรู้สึกอัดอั้นในใจคล้ายจะถูกปลดล็อคออกไปจนหมด
เธอรู้สึกโล่งไม่ต่างจากยกภูเขาออกมาจากอกเลย
หวังว่าหลังจากนี้จะไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเศร้าใจอีกแล้วนะ
เธออยากมีความสุขกับสหภัฐจริงๆ
สักที
มีนารักสหภัฐที่สุดเลย
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น