1 1
กิจกรรมผู้ใหญ่
ร่างสูงโปร่งของใครบางคนหยุดยืนรออยู่หน้าห้อง
เหล่าบรรดาลูกน้องของเขาในชุดดำที่ตามมายืนขนาบข้างลงมือกดกริ่งหน้าประตูห้องให้
พร้อมกับหอบหิ้วถุงอาหารเช้ามากมายที่พึ่งแวะซื้อมาเอาไว้เต็มสองมือ
‘กุมภา’ หรือ
‘กุมภ์’ ขมวดคิ้วมุ่น เมื่อไร้การตอบรับใดๆ อย่างที่ควรจะเป็น
มือหนาขยับปลายนิ้วไปกดกริ่งอีกครั้งด้วยตัวเอง
แกร่ก!
สหภัฐขมวดคิ้วมุ่น
ยามมองหน้าพี่ชายแท้ๆ ของแฟนด้วยสีหน้าไม่รับแขก
“มาทำไม”
ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก
ยามเอนหลังพิงขอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ
กุมภามองว่าที่น้องเขยที่น้องสาวชอบมาพร่ำเพ้อให้ฟังบ่อยๆ
ด้วยท่าทางนิ่งๆ เขาพ่นลมหายใจออกมา
“นายอีกแล้วหรอ”
คำทักทายที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ได้ยินดีเลยสักนิดที่เห็นหน้ากันทำให้สหภัฐหลุดหัวเราะ
เขายักคิ้วกวนๆ ส่งให้กุมภาไปหนึ่งที
“แล้วนายจะทำไม”
รอยยิ้มล้อเลียนของผู้ชายที่ดูโตแต่ตัวในสายตาของกุมภาและไม่มีเหมาะสมกับน้องสาวของเขาเลยสักนิด
ทำใหเจ้าตัวตวัดสายตามองอย่างไม่นึกสบอารมณ์
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในห้อง
ก่อนจะหันมองหาน้องตัวเอง
“หนูมีนล่ะ”
“หลับอยู่ในห้อง” สหภัฐตอบห้วน
“นายค่อยมาวันอื่นเถอะ”
“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น”
กุมภาถามกลับ ยามก้าวเดินเข้ามาภายในโซนห้องนั่งเล่น
เขาพยักหน้าให้คนสนิทจัดเตรียมอาหารที่ซื้อมาขึ้นโต๊ะ
วันนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะมาทานมื้อเช้ากับน้องสาวเพียงคนเดียวที่เขาเหลืออยู่
“แล้วมึงจะปลุกมีนให้ตื่นขึ้นมารึไง
พึ่งได้นอนไปตอนตีห้าเอง”
อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะบอกเท่าไหร่หรอก
เขารู้จักนิสัยของกุมภาดี
อีกฝ่ายหวงน้องยิ่งกว่าอะไร
ทำยังไงได้ล่ะ ต่อให้ไม่รู้ความจริงในวันนี้
วันข้างหน้ากุมภาก็ต้องรู้อยู่ดีว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันยังไง
สหภัฐนึกไปถึงคนตัวเล็กที่คงยังนอนหลับใหลอยู่ภายในห้องนอนด้วยความอ่อนเพลีย
เขาก็ไม่อยากจะปลุกเหมือนกัน
“ทำไมถึงได้นอนดึกกันนัก”
กุมภาขมวดคิ้วอีกครั้ง
ตั้งแต่มาเหยียบที่นี่ไม่กี่นาที
เขาขมวดคิ้วมากที่สุดในรอบเดือนอีก
“ทำกิจกรรมผู้ใหญ่”
สหภัฐว่าพลางกระตุกยิ้มมุมปาก
“คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายถึงอะไร”
สหภัฐไม่ได้อยากจะกวนกันเลยสักนิด
แต่เห็นหน้านิ่งเรียบกับแววตาไม่เป็นมิตรทั้งๆ
ที่รู้จักกันมาเนิ่นนานแล้วก็อดแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้
“หมายความว่ายังไงคราม”
“ก็...”
สหภัฐยกยิ้ม
แววตาคู่คมแสดงออกถึงความขี้เล่น ทว่าคนฟังกลับไม่ขำด้วย
พลั่ก!
หมัดลุ่นๆ กระแทกเข้าไปที่ใบหน้าคมคายของว่าที่น้องเขยเข้าอย่างจังราวกับไม่คิดจะทนฟังอีกต่อไป
“นายนี่มัน...”
มือหนากำเข้าหากันแน่น
กุมภาขบกรามจนสันกรามขึ้นเด่นชัดขณะพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของตน
เขาว่าจะไม่ทำอะไรรุนแรงหรือใช้กำลังแล้วเชียว
สหภัฐแลบลิ้นเลียมุมปากที่คาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือด
โดยไม่คิดจะตอบโต้อะไรกลับไปเลยสักนิดเดียว
“โทษทีว่ะ พอดีอดใจไม่ไหวจริงๆ”
ชายหนุ่มเอ่ยบอกด้วยท่าทางจริงจัง
“ไอ้คราม!”
“เมื่อคืนมีนาสมยอม
ไม่ได้มีการบังคับกันเลยแม้แต่นิดเดียว”
“มีนชอบผู้ชายแบบนายไปได้ยังไง
นายยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่รึเปล่า”
สหภัฐพ่นลมหายใจอย่างนึกเซ็งกับประโยคดังกล่าว
ไอ้ที่เขาพยายามอดทนมาหลายต่อหลายปีนี่ไม่นับเลยหรือไงกัน
“เราพึ่งมีอะไรกันหลังจากที่คบกันมาเกือบสิบปี
นายไม่คิดว่าฉันเองก็ทนมานานมากแล้วบ้างหรือไง”
จริงอยู่ว่าสหภัฐกับมีนาพึ่งคบกันได้ไม่นาน
แต่พวกเขารู้จักและสนิทกันมานานมากกว่าที่ใครหลายคนจะคาดคิด
พอได้ครอบครองสถานะที่ชัดเจนขึ้นมา
อะไรๆ มันก็ถูกยุยงได้ง่ายมากขึ้นกว่าปกติเพราะสหภัฐไม่สามารถอ้างกับตัวเองได้แล้วว่าเขากับมีนายังไม่ได้เป็นอะไรกัน
“แต่มีนยังเรียนอยู่เลยคราม
ทำอะไรทำไมไม่คิดถึงอนาคตของมีนบ้าง”
กุมภาอธิบาย เขาไม่ใช่คนหัวโบราณที่จะไม่เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้
ทว่าสิ่งที่เขาห่วงคืออนาคตของมีนา
เขาไม่อยากให้น้องต้องมารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปทีหลัง
“ก็คิดแล้ว
คิดมาตั้งนานแล้ว”
สหภัฐรู้ดีว่าพวกเขาเคยแต่งงานกันก่อนที่จะมีความสัมพันธ์ทางกาย
แต่ถ้าไม่นับครั้งแรกที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ในทุกๆ
รอบของเมื่อคืนสหภัฐเองก็ป้องกันตลอด
เขาสวมถุงยางทุกครั้ง
เพื่อป้องกันและดูแลอนาคตของคนที่เขารัก ส่วนเรื่องแต่งงาน
ไม่ว่ายังไงเจ้าสาวเพียงคนเดียวที่สหภัฐต้องการก็มีแค่มีนาอยู่ดี
สหภัฐพ่นลมหายใจออกมายาวๆ
เมื่อสบตากับกุมภาอีกครั้ง
“เอาไว้ถ้าท้องเมื่อไหร่
กูจะรับผิดชอบอย่างดีเลย”
“เรื่องแบบนี้มันต้องรอท้องก่อนอย่างนั้นหรอ”
กุมภาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
สหภัฐเองก็มองกลับมาด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน
“ทำไม... นายรีบหรอ อยากให้น้องแต่งงานทั้งๆ
ที่ยังเรียนปีหนึ่งอยู่หรือไง”
ชีวิตวัยรุ่นมันน่าสนุกกว่านั้นเยอะ
สหภัฐยังไม่อยากทำตัวเป็นสามีที่เอาแต่คอยจำกัดอิสระของมีนา หญิงสาวควรที่จะมีโอกาสและเวลาในการที่จะได้ซึมซับช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้เต็มเปี่ยม
ชีวิตภายในรั้วมหาวิทยาลัยมันไม่อาจเอาคืนกลับมาได้แล้ว
หากเวลาเหล่านี้นั้นผ่านพ้นไป
ทั้งเพื่อน
อาจารย์ในคลาส ปาร์ตี้ สังคม แต่งสวยหล่อ
เกิดมาทั้งทีมันก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มหรือเปล่า
“ฉันมีแค่น้องคนเดียวคราม”
กุมภาเองก็รักของเขา
“ถ้านายทำมีนเสียใจ
อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้เข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตของน้องสาวฉันอีก”
หากถึงวันนั้นขึ้นมาจริงๆ
ต่อให้พลิกแผ่นดินหา สหภัฐก็จะไม่มีวันได้กลับมาครอบครองพื้นที่ส่วนตัวของมีนาอีกต่อไป
รวมถึงหัวใจด้วย
“ครับ”
สองหนุ่มสบตากันนิ่ง
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเพื่อต่อบทสนทนาอีก
มีนาเริ่มรู้สึกตัว
ปรือตาตื่นขึ้นมา เธอกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ ด้วยความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งตัว
รู้สึกได้เลยว่าเสียงของเธอในตอนนี้คงต้องแหบแห้งมากแน่ๆ
นวลแก้มใสค่อยๆขึ้นสีเลือดฝาดเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ยามมองเห็นซองยาคุมฉุกเฉินที่เหลืออยู่อีก 1 เม็ด
มันต้องกินอีกเม็ดหนึ่งตามเวลาที่กำหนดนี่นา
แม้ว่าเมื่อคืนสหภัฐจะป้องกันทั้งคืน
แต่ทั้งคู่นั้นเริงรักกันหนักมากจนมีนาเองก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามันมีช่วงไหนที่เขาลืมใส่หรือเปล่า
หญิงสาวกัดปากแน่น
ดวงตากลมโตฉายแววสับสนไม่มั่นใจ มีนาพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง
ก่อนจะเอื้อมไปหยิบยาอีกเม็ดขึ้นมากินและดื่มน้ำตาม
แกร่ก!
“ตื่นแล้วหรอคะ”
เสียงทุ้มนุ่มติดอบอุ่นของสหภัฐที่ดูจะหวานขึ้นมากกว่าในทุกทีดังขึ้นให้ได้ยิน
สหภัฐขยับเข้าไปกอดภรรยาในทางพฤตินัย
ก่อนจะกดริมฝีปากหอมแก้มมีนาด้วยความอ่อนโยน ชายหนุ่มปรายตามองยาที่ถูกกินจนเหลือแผงเปล่าด้วยสีหน้าปกติ
ก่อนจะหันกลับมาสบตาคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนอีกครั้ง
“หิวไหม
เดี๋ยวพี่ทำอะไรง่ายๆ ให้กิน”
มีนาพยักหน้า
เธอค่อยๆ เปล่งเสียงออกไปด้วยเนื้อเสียงที่ต่างออกไปจากเดิม
“เราปวดไปทั้งตัวเลย”
“แบบนี้แหละคนไม่ค่อยออกกำลังกาย”
“ไว้พี่จะพาออกบ่อยๆ
ดีไหมคะ หนูจะได้ชิน”
มีนายู่ปาก
ไม่อยากนึกเถียงอะไรกลับไป จึงเลือกที่จะชูมือขึ้นให้อุ้มแทน
ชายหนุ่มตอบรับคำขอด้วยการอุ้มร่างเล็กให้ลอยหวือขึ้นจากเตียง
ก่อนจะทำหน้าหนักอย่างนึกแกล้ง
“อ้วนจนอุ้มไม่ไหวแล้วเนี่ย”
งับ!
มีนากัดหัวไหล่หนาจนจมเขี้ยวเพื่อลงโทษคนขี้แกล้งให้สหภัฐเบ้หน้าเล็กน้อยด้วยความเจ็บ
แต่ไม่คิดจะว่าอะไรออกมา เขาเอ่ยกระซิบข้างหูแฟนสาวเสียงเบา
“มีนครับ พี่เรามาหา”
“ฮะ!?”
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สีหน้าและแววตาสุดแสนตระหนกปรากฏออกมาผ่านสีหน้าทำสหภัฐหัวเราะ
“ให้พาออกไปเลยดีไหม”
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวๆๆ”
สหภัฐเงยหน้าสบตา
ขณะที่ท่อนแขนแกร่งยังคงอุ้มมีนาขึ้นในท่าเจ้าสาว
“งั้นเราเดินเอง เธอไม่ต้องอุ้มเเล้ว”
“ได้ที่ไหน โดนไปทั้งคืนขนาดนั้นก็ต้องเจ็บบ้างแหละ”
ถึงสหภัฐจะไม่ใช่ผู้หญิง
เขาก็พอรู้ว่าแรงของตัวเองเมื่อคืนที่ส่งไปถึงมีนานั้นรุนแรงมากเท่าใด มันแรงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายปวดระบมไปทั้งร่างกายได้เลย
เผลอๆ ตอนนี้หากปล่อยให้เดินเอง
มีนาคงลุกแทบไม่ไหวด้วยซ้ำ
มีนากัดปากแน่น หัวใจดวงเล็กเต้นโครมครามอย่างนึกกังวล
ออกไปแบบนี้พี่ก็รู้น่ะสิ
“ไม่ต้องห่วงหรอกมันรู้หมดแล้ว
เราเล่าให้ฟังเองแหละ”
สหภัฐเอ่ยบอกเมื่อพอจะมองออกว่าสิ่งที่มีนากำลังคิดอยู่ในหัวคือเรื่องอะไร
“พี่คราม!
พูดจริงหรอ”
“ทำไม”
ร่างสูงขมวดคิ้ว
ยามเอ่ยต่อ
“ไม่อยากให้มันรู้หรอ”
“แล้วพี่เราจะคิดยังไง”
มีนาหลุบตาลงต่ำ
ความกังวลที่มียังคงไม่จางหาย
เธอซบใบหน้าลงกับอกแกร่งราวกับอยากจะหลีกหนีความจริงตรงหน้าไปให้พ้น
กุมภาของเธอน่ากลัวขนาดไหน
สหภัฐเองก็รู้
รายนั้นนอกจากจะมีบุคลิกนิ่งขรึมแล้ว
นัยน์ตาคมนั่นยังดูราบเรียบ ไร้อารมณ์จนน่ากลัว กุมภาดูมีอำนาจในมืออยู่ตลอดเวลาแล้ว
สิ่งเดียวที่มีนาไม่คิดจะทำอีกเลยตลอดชีวิตนับตั้งแต่จำความได้ก็คือการทำหพี่ชายของตัวเองโกรธ
เพราะถ้ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่
แม้แต่ตัวเธอเองที่เป็นถึงน้องสาวสุดที่รักก็ไม่อาจจะหยุดยั้งคลื่นพายุลูกใหญ่นั่นได้
“คิดยังไงก็ปล่อยมันสิ”
สหภัฐยกมือลูบเรือนผมของหญิงสาวด้วยท่าทางนุ่มนวล
หวังปลอบประโลมไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกกังวลมากจนเกินไป
“นี่ยังไม่ได้เล่าเลยนะว่าเมื่อคืนเราจัดกันไปกี่ท่า”
ร่างสูงว่าติดกวน เพื่อให้แฟนสาวของเขาคลายความกังวล
“เธอ...” มีนายู่ปาก
กอดรัดเอวหนาเอาไว้แน่นก่อนจะลากเสียงยาว
มันไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นซะหน่อย
ทำไมสหภัฐถึงได้ยังมีท่าทางอารมณ์ดีต่อได้อีกนะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย
“อะไรคะ
ความจริงทั้งนั้น”
มีนาเงยหน้างับแผ่นอกแกร่งอย่างนึกหมันเขี้ยวกับคำพูดหน้าตายของอีกคน
“อืมมม เดี๋ยวเถอะ”
สหภัฐเอ่ยปรามเสียงเบา
เดี๋ยวก็ทำอีกรอบซะเลย
เด็กอะไรน่าฟัดจริงๆ
“หิวแล้ว
ถ้าเธอทำอีกเราต้องขาดใจแน่”
มีนาว่าออกมาเมื่อเห็นสายตาของสหภัฐที่ดูเหมือนจ้องจะกลืนกินเธอลงท้องเข้าไปในทุกที
“อ่า...” สหภัฐพยักหน้ารับ
“มันซื้อของมาเยอะด้วยสิ
งั้นเดี๋ยวไปกินแล้วกลับมาทำต่อเนอะ”
สหภัฐถูศีรษะกับบ่าเล็กด้วยท่าทางออดอ้อน
“เธอยังไหวอยู่อีกหรอ”
มีนามองอึ้งๆ
เธอไม่คิดว่าร่างสูงจะยังมีเรี่ยวแรงหลงเหลืออยู่อีก
“ไหวค่ะ
แค่นี้สบายมาก ครามน้อยยังใช้การได้อีกยาวๆ”
สหภัฐว่ายิ้มๆ
ให้มีนาเอ่ยบอกเสียงเบา
“แต่ของเราจะพังอยู่แล้ว”
ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยความขัดเขิน
“งั้นรอบนี้พี่สัญญาว่าจะทำเบาๆ
ดีไหม”
น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันสุดแสนโรแมนติกทำมีนาเผลอกัดปากตัวเองแน่น
ให้ตายเถอะ!
แค่นี้เธอยังดูรักเขาไม่พออีกรึไงกัน
ทั้งสายตา สีหน้า
น้ำเสียงที่กำลังเอ่ยกับเธอ มันทำให้มีนาเผลออดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ที่สหภัฐทำแบบนี้...
เพราะเขาเองก็รักเธอใช่ไหม
ถึงจะไม่เคยได้ยินหลุดจากปากเลยสักครั้ง
แต่เธอก็ยังแอบมีหวังใช่หรือเปล่า
“ขี้อ่อย”
สหภัฐขยับนิ้วเรียวดีดปลายจมูกโด่งรั้นเบาๆ
ยามเอ่ยเตือน ให้กับสีหน้าออดอ้อนที่มีนาเผลอทำออกมา โดยไม่ได้ตั้งใจ
“เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยเลย”
ทำหน้าน่ารักแบบนั้นใส่กันบ่อยๆ
คิดว่าเขามีภูมิต้านทานมากนักรึไง
อะไรที่เป็นมีนา
สหภัฐก็แพ้เสมอนั่นแหละ
หมับ!
มือเรียวคว้าลำคอแกร่งให้ขยับมาใกล้
ก่อนจะทาบทับริมฝีปากตามลงไปแผ่วเบา ผิวนุ่มหยุ่นเสียดสีกันไปมา
สร้างความรู้สึกชวนจั๊กกะจี้หัวใจอยู่ไม่น้อย
ก่อนที่ปลายลิ้นหนาจะเริ่มค่อยๆ
สอดแทรกเข้ามาหาความหวานในโพรงปากนุ่ม
เกาะเกี่ยวกันครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อแลกเปลี่ยนความหวานซึ่งกันและกัน
“อึก อือ”
มีนาเริ่มหอบหายใจกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
แก้มขาวขึ้นสีแดงฝาด ดวงตากลมโตสบกับนัยน์ตาคู่คมที่ยังคงมองสบตากลับมาไม่ห่าง
มือเรียวไล่แตะสันกรามหนา จับยึดพลางออกแรงดึงเข้าหาตัวเบาๆ เพื่อลิ้มรสสัมผัสของกันให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
“อืม...”
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตู ทำให้มีนาเผลอผละออกจากสหภัฐราวกับต้องของร้อน
หัวใจดวงเล็กหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อเธอเผลอหลงลืมความจริงที่ว่าพี่ชายของเธออยู่ด้านนอกห้องนอนไปสนิท
แย่แล้ว! พี่กุมภ์ยังอยู่ในห้องนี่นา
นี่เธอทำอะไรลงไปเนี่ย
น่าอายชะมัดเลย
สหภัฐแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองเล็กน้อย
เขายังคงจับจ้องไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มของมีนาที่ดูเหมือนจะเริ่มบวมเจ่อขึ้นมากกว่าเดิมนิดหน่อย
ก่อนจะปรายตามองไปยังบานประตู
“โดนตามแล้ว จับแน่นๆ
นะคะ”
ชายหนุ่มกระชับกอดเพื่ออุ้มให้ร่างเล็กลอยหวือขึ้นเล็กน้อย
เขาตรงไปที่ประตูก่อนจะหมุนลูกบิดออกด้วยมืออีกข้างหนึ่ง และพามีนาเดินออกไป
กุมภาตักอาหารให้น้องสาว
ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มหูขึ้นมากว่าเดิมนิดหน่อย ต่างจากเวลาคุยกับคนอื่น
โดยเฉพาะกับสหภัฐ
“ทานเยอะๆ นะมีน
ช่วงนี้หนูดูผอมลงรึเปล่า”
ชายหนุ่มตวัดตามองสหภัฐเป็นเชิงตำหนิ
ก่อนจะหันไปสบตามีนาอีกครั้ง
“หรือว่ามันดูแลไม่ดี”
“แก้มเป็นกระติกขนาดนั้นเอาอะไรมาผอม”
สหภัฐทำหน้าเซ็ง
คนไม่ชอบหน้ากันก็คือจะหาเรื่องกันให้ได้เลย
ที่นอนกอดอยู่ทุกคืนก็ว่ามีนามีน้ำมีนวลกำลังพอดีอยู่นะ
ไม่เห็นจะใกล้เคียงคำว่าผมตรงไหนเลย
มีนาตักกับข้าวที่พี่ชายตักให้เข้าปาก
หญิงสาวเอ่ยเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงหวานๆ เพื่อห้ามทัพระหว่างพี่ชายและสหภัฐที่อาจจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
“ร้านประจำของเราใช่ไหมคะ
พี่กุมภ์นี่รู้ใจมีนจริงๆ เลย”
“ปกติก็พาไปกินออกจะบ่อย
อย่ามาอวยออกนอกหน้านอกตาว่ะมีน”
สหภัฐพูดแทรกอย่างนึกหมันไส้
คำที่ได้ยินทำมีนาแยกเขี้ยวใส่ในทันที
พี่ครามนะพี่คราม ขัดกันได้ไม่รู้จังหวะเลย
สหภัฐหลุดหัวเราะให้กับแววตาดุๆ
ของคนตัวเล็กที่ไม่ต่างจากลูกแมวขู่ฟ่อ
มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วไวน์ทรงสูงกระดกเข้าปากด้วยท่าทางสบายๆ
เช้าๆ แบบนี้ได้นั่งทานอาหารพร้อมหน้ากับแฟนและพี่ชายแฟน
มันเป็นอะไรที่แอบอิ่มเอมหัวใจอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่าพี่ชายของมีนาจะกำลังทำหน้าเอือมเหมือนคนอมทุกข์ที่เห็นหน้าเขาร่วมโต๊ะอาหารก็เถอะ
คนอะไรเอาแต่ทำหน้าโหดเพราะหวงน้องอยู่ได้
น่าเซ็งชะมัด
มีนาตักกับข้าวให้กุมภาบ้าง
โดยเลือกจากกับข้าวที่พี่ชายของเธอนั้นชอบมากที่สุดอย่างรู้ใจ
“พี่กุมภ์ก็ทานเยอะๆ นะคะ”
“ไม่คิดจะตักให้ผัว...
เอ้ย! ให้พี่บ้างหรอมีน” สหภัฐแกล้งเย้าแหย่
แกร้ง!
กุมภาวางช้อนลง นัยน์ตาคมหันมองหน้าสหภัฐด้วยแววตาเรียบนิ่ง
ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ในขณะที่สหภัฐอมยิ้มส่งให้น้อยๆ เขายักคิ้วกวนๆ ส่งให้
ยามยกแก้วไวน์ชูเล็กน้อยเป็นเชิงผูกมิตรภาพ
กุมภาถอนหายใจยาวออกมา
ชายหนุ่มหยิบทิชชูมาเช็ดคราบอาหารบนริมฝีปากด้วยบุคลิกคุณชาย
ก่อนจะสบตาน้องสาวอีกครั้ง
“พี่จะไปดูงานต่างประเทศสักเดือนสองเดือน
เราอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมมีน”
“ได้อยู่แล้ว”
สหภัฐตอบกลับแทน
“ดูแลมีนให้ดีก็แล้วกัน
ไม่ใช่ดีแต่กวนฉันไปวันๆ”
“ครับ พี่ชาย”
สหภัฐคลี่ยิ้มรับ
“เปลี่ยนแฟนไหมมีน
อยากได้แบบไหนเดี๋ยวพี่จะให้คนหาให้”
บอกตามตรงถ้าเลือกได้
กุมภาไม่ถูกใจน้องเขยคนนี้เลยสักนิด
ชอบเอาแต่กวนประสาทกัน
แถมเท่าที่ได้ฟังกิตติศัพท์ก็มีแต่เรื่องผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวัน
“พูดจาไม่น่าฟังแบบนี้
อยากโดนสักหมัดสินะ”
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะเลิกทำตัวกีดกันสักที
สหภัฐดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม
เขาเริ่มรู้สึกฉุนขึ้นมานิดหน่อยแล้ว ร่างสูงขยับถกแขนเสื้อขึ้นข้างหนึ่งด้วยท่าทางเอาเรื่อง
ดูเหมือนสหภัฐจะลืมไปแล้วว่ากุมภามีบรรดาลูกน้องมาด้วย
และคนของเขาก็มีมากกว่า 5 คนซะอีก หรือกุมภาควรสั่งให้คนของตัวเองมาสั่งสอนมารยาทให้กับน้องเขยคนนี้ซะบ้างดี
สหภัฐจะได้หัดสงบปากสงบคำเอาไว้สักหน่อย
“ไม่เอาน่า
เลิกหาเรื่องกันสักนาทีไม่ได้หรอคะ”
มีนาเริ่มเกาะแขนสหภัฐ
เธอไม่อยากให้คนรักรู้สึกหงุดหงิดมากไปกว่านี้
ยิ่งได้เห็นใบหน้านิ่งๆ
ของพี่ชาย มีนาก็อดกลัวไม่ได้ว่ามันจะเกิดสงครามเล็กๆขึ้นในห้องของเธอจริงๆ
“ก็ดูมันดิ พี่เธอเริ่มก่อนนะมีน
คนอุตส่าห์พูดดีด้วยแท้ๆ”
“เธอก็ชอบกวนพี่เราจริงๆ
นั่นแหละ พอกันทั้งคู่เลย”
มีนาขยับมากอดแขนกุมภาบ้าง
ก่อนจะเอ่ยบอก
“ไม่อยากให้พี่ไปไหนไกลนานๆ
เลย คราวนี้ไม่ไปไม่ได้หรอคะ”
สหภัฐปรายตามอง
กำแก้วไวน์ในมือแน่นกว่าเดิมเล็กน้อยราวกับพยายามหักห้ามตัวเองอย่างงสุดความสามารถเพื่อไม่ให้พูดอะไรที่มันมากกว่านี้
เขาขี้เกียจจะฟังมีนาบ่นหลังจากที่กุมภากลับไปแล้ว
กุมภายกมือลูบเรือนผมสวยของน้องสาวด้วยท่าทางเบามือ
“งานสำคัญน่ะ
ถ้าเลือกได้พี่ก็ไม่อยากห่างมีน”
“งั้นรีบกลับมานะคะ
ใกล้จะวันเกิดมีนแล้วด้วย”
“อีกสามเดือน
พี่จะกลับมาให้ทัน”
สหภัฐหยิบมือถือมากดเล่น
เขาเลือกที่จะเอาตัวเองออกจากบทสนทนา แม้ว่าจะกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะก็ตาม
มีนายกยิ้มหวานส่งให้พี่ชาย
กุมภาปรายตามองสหภัฐเล็กน้อย
“ฝากด้วย”
สหภัฐทำหูทวนลมเหมือนไม่สนใจ
ไม่รับฟัง
“อื้อๆๆ
พี่ครามต้องดูแลมีนดีอยู่แล้วล่ะน่า พี่กุมภ์ไม่ต้องห่วงเลยนะ”
สหภัฐขบกรามตัวเองเล็กน้อย
ในหัวเขาเอาแต่คิดว่าเมื่อไหร่กุมภาจะกลับไปสักที เขาเบื่อที่จะต้องปั้นหน้าใส่เต็มทีแล้ว
คิดว่าสหภัฐอยากผูกมิตรด้วยนักหรอ
เลือกได้ก็ไม่อยากจะยุ่งนักหรอก เอาแต่ทำหน้าไม่ชอบกันอยู่ได้ มันค่อนข้างน่ารำคาญในสายตาเขา
มีนาสอดประสานฝ่ามือกับสหภัฐ
ก่อนจะออกแรงบีบเบาๆ เพื่อผ่อนคลายให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้น สหภัฐพ่นลมหายใจยาวๆ ออกมา
ชายหนุ่มเก็บมือถือลงก่อนจะมองสบตากับมีนาอีกครั้ง
สาบานได้ว่าถ้ามีนไม่ได้อยู่ตรงนี้
ใบหน้าเรียบราวหุ่นกระป๋องนั่นของกุมภาต้องโดนเขาสอยร่วงแล้วแน่ๆ
หมับ!
ชายหนุ่มคว้าใบหน้าหวานมาบดจูบระบายอารมณ์ในวินาทีนั้นแทบจะทันที
“อื้ม!”
มีนาตาโตอย่างคาดไม่ถึงกับสิ่งที่สหภัฐกำลังกระทำ
ปลายลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามาเกี่ยวพันกันและกันอย่างรวดเร็วทำให้เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“อ่า... อืม”
สหภัฐสบตากับกุมภาด้วยแววตาท้าทาย
ริมฝีปากยังคงบดคลึงปากนุ่มของมีนาอยู่แบบนั้นอย่างไม่คิดจะปล่อยออก
“อึก”
มีนากำเสื้อครามแน่น ลมหายใจของเธอเริ่มหอบกระชั้นชิดอย่างไม่ตั้งใจ
ไม่รู้ว่าเพราะก่อนหน้านี้เธอพึ่งผ่านบทรักร้อนๆ
มาตลอดทั้งคืนหรือเปล่า ถึงทำให้หญิงสาวรู้สึกอ่อนไหวได้ง่ายมากถึงขนาดนี้
“อืมมม”
สหภัฐประคองสองข้างแก้มมีนา
กดจูบดูดดื่มครั้งเล่าครั้งเล่าจนเกิดเสียงดูดดึงจาบจ้วงกึกก้องไปทั้งห้องอาหาร มีนาเลื่อนมือไปดันอกแกร่งออกเพียงเบาๆ
ให้สหภัฐยอมผละออกโดยง่าย มือเล็กกำเสื้อตรงอกของเขาเอาไว้แน่น
ชายหนุ่มยกยิ้มหวาน
แววตาคู่คมที่มองกลับมานั้นดูไม่ได้ยิ้มตามปากด้วยเลยสักนิดจนคนมองอย่างมีนาเผลอกัดปากตัวเองแน่น
เธอก้มมองมือตัวเองที่สั่นไหว
ในขณะที่สหภัฐลุกออกไปจุดบุหรี่สูบที่ระเบียง
โดยไม่คิดจะพูดอะไรกับเธอเลยแม้แต่คำเดียว
ควันสีเทาอมขาวลอยคลุ้งไปทั่ว
ร่างสูงหันหลังให้บานหน้าต่างใส ยามเหม่อมองไปยังตึกรามบ้านช่อง
และบรรยากาศโดยรอบเสมือนพยายามเฟ้นหาวิธีที่จะทำให้ตัวเขาเองนั้นอารมณ์เย็นลง
กุมภาลุกขึ้นยืน
เขาไม่ออกความเห็นใดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลย
“พี่กลับล่ะ”
มีนาเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย
เธอขยับตัวลุกขึ้นตาม ขณะที่กุมภาหันมองสบตา
“พี่...”
“ถ้าเราคิดดีแล้วเรื่องมัน
พี่ก็จะไม่ว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก”
ก่อนหน้านี้หลายปี
กุมภาและมีนามักจะมีปากเสียงกันเรื่องสหภัฐอยู่บ่อยครั้ง แต่ในตอนนี้กุมภาคิดว่ามีนานั้นโตมากพอที่จะตัดสินใจในบางสิ่งได้ด้วยตัวเอง
โดยเฉพาะกับเรื่องความรักที่น้องสาวนั้นเทิดทูนนักหนา
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วในสายตาของเขา
สหภัฐก็เป็นแค่คนไม่เอาถ่านคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่กาลเทศะเท่านั้นเอง
ของแบบนี้ถ้าไม่เจอกับตัว
น้องสาวของเขาก็คงไม่มีวันเข็ดกับมัน
กุมภาเลือกที่จะปล่อยให้มีนามีอิสระในการเลือกคู่ชีวิตของตัวเอง
มีนาเม้มปาก
ดวงตากลมโตสั่นคลอนคล้ายกับจะร้องไห้ออกมา
“ไว้เจอกันนะมีน”
เสียงของกุมภาราวกับดึงสติของเธอเอาไว้
มีนากลืนก้อนความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ก่อนจะพยักหน้ารับพี่ชายเบาๆ เธอมองตามจนกระทั่งกุมภาเดินออกจากห้องไป
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น