บทที่ ๐๓
‘นาวาสาดซัด’
“คราวหลังฉันจะไม่เชื่อเธออีกแล้ว
จะไม่ปล่อยให้ไปไหนคนเดียวแล้วด้วย”
เดือนอ้ายบ่นอุบ
เมื่อเธอกลับมาจากการไปแตะน้ำที่บริเวณสะดือบึงมานานแล้ว แต่ก็ยังหาตัวเพื่อนสนิทสาวไม่เจอสักที
แถมโทรศัพท์มือถือก็ดันไม่มีสัญญาณ
โชคดีแค่ไหนที่มาถามหาจากแม่ค้าขายล็อตเตอรี่แล้วอีกฝ่ายจำเพื่อนเธอได้
ไม่อย่างนั้นเดือนอ้ายคงไม่มีวันรู้ว่านลินลิดาพาตัวเองเดินมาไกลถึงอีกฝั่งหนึ่งของเกาะที่เงียบสงบ
ไม่สิ
ต้องบอกว่าเงียบสงัดจนดูวังเวงเลยมากกว่า
“อ้าย ทำไมกลับมาเร็วจัง”
นลินลิดาเลิกคิ้วมองเพื่อนที่เดินเข้ามาหากันด้วยความประหลาดใจ
เธอรู้สึกเหมือนพึ่งมานั่งพักอยู่ที่ศาลนี้ได้เพียงไม่นานเท่านั้นเอง
ทั้งยังคำนวณเวลาไปกลับของเพื่อนสนิทไว้เสร็จสรรพว่าเธอจะเดินกลับไปรอเดือนอ้ายทันแน่ๆ
เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะกลับมาเร็วขนาดนี้
“เร็วอะไร ฉันไปเกินครึ่งชั่วโมงอีก”
“ครึ่งชั่วโมง?” นลินลิดาทวนคำ
จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเธอพึ่ง... เดี๋ยวนะ
นัยน์ตาคู่สวยก้มมองนาฬิกา ก่อนจะนิ่งไป
เธออยู่ตรงนี้มาเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วจริงด้วย
ทำไมถึงไม่เห็นรู้ตัวเลย
“แล้วนี่ทำอะไร นั่งสมาธิหรอ”
คนอย่างนลินลิดาเนี่ยนะจะนั่งสมาธิ
บอกว่าปลานอนฝันกลางวันได้ยังน่าเชื่อกว่าเลย
“เปล่า นั่งพักสายตาเฉยๆ”
ไม่รู้ทำไมนลินลิดาถึงได้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายคล้ายมีคนคอยขับกล่อมให้หลับนอน
คอยโอบประครองด้วยสองมือ
“ตรงนี้เนี่ยนะ”
เดือนอ้ายมองไปรอบๆ
ด้วยท่าทางหวาดหวั่น
ศาลไม้เก่ากับต้นไม้สูงใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไร้ผู้คน
เป็นเธออย่าว่าแต่พักสายตาเลย แค่เดินเข้ามาก็ยังรู้สึกกลัว
“อื้อ”
“เฮ้อ… ตามใจเธอ แต่ตอนนี้เรากลับกันเถอะ
คุณลุงรออยู่ที่ท่าเรือนานแล้ว”
“ก็ได้ๆ”
นลินลิดาลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของเดือนอ้าย
ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ทำบ่อยๆ ระวังตีนกาจะขึ้นก่อนวัยอันควรนะ”
“ก็เธอเป็นเด็กดื้ออีกแล้ว”
“ดื้อซะที่ไหน”
“ไม่ดื้อจะเดินมาถึงที่นี่ได้หรอ”
สองสาวคุยกันตลอดระหว่างทางที่ต้องเดินกลับ
“ก็แม่ค้าแนะนำมา เห็นว่าศาลนี้ให้เลขแม่นนะ
เธอไม่สนใจหรออ้าย”
นลินลิดาพยายามหาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจจากเพื่อนสนิทให้เลิกดุกันสักที
“ฉันไม่สนเรื่องโชคลาภหรอก
ถ้าเป็นเรื่องเนื้อคู่ก็ว่าไปอย่าง”
“เธอเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าจะอยากมีแฟนไปทำไม
โสดก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ”
นอกจากเรื่องงานและเงินแล้ว
ในตอนนี้นลินลิดาแทบไม่คิดเรื่องอื่นเลย
มีแฟนจะไปมีความสุขได้เท่ามีเงินได้ยังไง
“แล้วเธอไม่อยากมีหรือไง เราโตๆ กันแล้วนะหนูบัว
งานก็มีทำแล้ว เหลือแต่แฟนเนี่ยแหละที่ยังไม่มีกับเขาสักที”
เดือนอ้ายพูดแล้วก็เศร้า
“ถ้ามีแล้วต้องเสียใจ ฉันไม่มีแล้วดีกว่า”
“ไม่เอาน่า ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะแย่เหมือนแฟนเก่าเธอสักหน่อย”
“นั่นเรียกว่าแฟนเก่าได้หรออ้าย
คบกันยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”
แฟนกันวันเดียวหรือยังไง
กว่าจะได้คบก็คุยกันมาเป็นปีๆ
พอตกลงเป็นแฟนดันจับได้ว่าอีกฝ่ายมีกิ๊กมาตลอดหลายปีที่คุยกันซะได้
แบบนั้นแล้วใครจะคบต่อก็เชิญ แต่นลินลิดาขอบาย
แค่นึกถึงก็รู้สึกเซ็งที่เธออุตส่าห์ทุ่มเทเวลาอดหลับอดนอนคอลสายกันนานเป็นปี
ดีหน่อยที่อย่างน้อยเธอไม่หลงคารมหมอนั่นจนเผลอปล่อยตัวปล่อยใจเข้า
ไม่อย่างนั้นคงได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าหนักกว่านี้แน่ๆ
เดือนอ้ายหัวเราะแหะๆ
หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยเพราะเอาเข้าจริงนลินลิดาก็พูดถูกทุกประการ
คงต้องโทษที่เพื่อนเธอดันเจอมาแต่ผู้ชายเลวๆ
สาธุ
ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอให้เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ มีผู้ชายที่ดีๆ
เข้ามาในชีวิตบ้างก็แล้วกัน
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงท่าเรือ
เรือลำเดิมของคุณลุงยังจอดรออยู่ที่เดิมเพื่อรอรับสองสาวเพื่อนซี้
คุณลุงเมื่อเห็นว่าสองสาวขึ้นนั่งบนเรือเรียบร้อยแล้วก็ติดเครื่องยนต์ออกเคลื่อนตัวทันที
แกร๊กๆๆ
ครืด
พรึ่บ!
อยู่ๆ เรือยนต์ก็ดับลงกลางบึงใหญ่
“เครื่องเป็นอะไรคะลุง” เดือนอ้ายตะโกนถาม
“นั่งชมบึงรอไปก่อนนะหนู
เดี๋ยวลุงขอดูยายแก่นี่นิดหนึ่ง พอได้ออกจากท่าเข้าหน่อยมาดื้อใส่กันอีกแล้ว”
คุณลุงเอ่ยเรียกเรือคู่ใจด้วยสรรพนามที่บ่งบอกถึงความสนิทสนมและอยู่ด้วยกันมานาน
ชายสูงวัยหันหลังให้พร้อมกับเริ่มสำรวจความผิดปกติของเครื่องยนต์
นลินลิดามองไปยังผิวน้ำข้างตัวที่ดูลึกจนมองไม่เห็นผืนดินด้านล่าง
หญิงสาวเผลอลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่
บ้าจริง! อยู่ดีๆ
ก็นึกถึงคำพูดของหมอดูคนนั้นขึ้นมาอีกแล้ว
มือเล็กกำขอบเรือไม้แน่น
ครืด!
ไม่ว่าคุณลุงจะพยายามติดเครื่องใหม่แค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะสตาร์ดติด
“รอหน่อยนะหนู
เดี๋ยวลุงโทรให้เพื่อนมารับไปก่อนแล้วกัน ท่าทางยายแก่นี่น่าจะดื้ออีกนาน”
นลินลิดาพยักหน้ารับ
เดือนอ้ายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นฆ่าเวลา
ตรงนี้พวกเราออกจากเกาะมาไกลพอสมควร
โทรศัพท์ก็มีสัญญาณเล่นอินเตอร์เน็ตได้ปกติ เมื่อเห็นว่าคุณลุงติดต่อคนมารับได้แล้วเดือนอ้ายก็ไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไร
ต่างจากนลินลิดาโดยสิ้นเชิง
ทุกวินาทีที่ต้องนั่งเฉยๆ
รออยู่บนเรือที่ลอยกลางบึงน้ำนั้นช่างเชื่องช้าและผ่านไปได้อย่างยากเย็น
“เพื่อนลุงมาแล้ว ทางนี้ๆ”
ลุงสารถียืนขึ้นโบกมือให้เพื่อนที่กำลังขับเรืออีกลำมาหา
การรอคอยสิ้นสุดลง
เช่นเดียวกับนลินลิดาที่เริ่มยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ
มือเหี่ยวย่นตามวัยของผู้สูงอายุค่อยๆ
เอื้อมมือไปดึงขอบเรือของเพื่อนให้เข้ามาเทียบข้างๆ กัน
เดือนอ้ายลุกขึ้นก้าวข้ามไปนั่งบนเรืออีกลำก่อนด้วยความช่วยเหลือของสองลุง
“ลุงไม่ไปด้วยกันหรอคะ” นลินลิดาหันไปถาม
“ไม่ล่ะ ลุงรอคนมาลากเรือ
ไม่อยากทิ้งยายแก่เอาไว้ลำพัง”
นักแข่งรักรถฉันใด ลุงก็รักเรือของตัวเองฉันนั้น
ถึงจะอยากกลับบ้านก็ทิ้งให้ลอยอยู่กลางบึงอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไม่ได้หรอก
“เกาะดีๆ นะหนูบัว เรือมันโคลงมากเลย”
เดือนอ้ายเอ่ยเตือน
เมื่อกี้เธอเกือบหล่นลงน้ำเพราะก้าวพลาด
ดูเผินๆ เหมือนการเปลี่ยนเรือจะง่าย
แต่สำหรับคนที่ไม่ชินเรืออย่างพวกเธอนั้นมันไม่ง่ายเลย
เรือกับเรือมันโคลงเคลงยิ่งกว่าอะไร
นลินลิดาพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ
ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ
เดือนอ้ายยื่นมือมาช่วยพยุงเพื่อนในทันที
“ระวังสะดุดขอบเรือนะ เมื่อกี้ฉันเกือบแล้ว”
เรือสองลำโคลงเคลงไปมา
ยิ่งมีการขยับตัวของคนบนเรือ เรือก็ยิ่งโคลงหนักกว่าเดิม
พรึ่บ!
“กรี๊ด!”
ตู้ม!
“หนูบัว!”
นลินลิดาก้าวขาข้างหนึ่งขึ้นมาบนเรืออีกลำแล้ว
แต่กระเป๋าผ้าเจ้ากรรมดันเลื่อนหล่นลงจากบ่า นั่นทำให้หญิงสาวเสียการทรงตัว
เรือสองลำโยกไปมา ก่อนที่เธอจะตกน้ำลงไป
โดยที่สองลุงสารถีหรือแม้แต่เดือนอ้ายที่อยู่ใกล้ๆ ก็คว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน
“ลุงคะ!”
“ยัยหนูเอ้ย! ให้ตาย หล่นไปได้ยังไงเนี่ย”
ลุงคนใหม่พึมพำด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
แม้เคยเดินเรือมาหลายสิบปี
แต่ก็ใช่ว่าจะมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวตกเรือให้เห็นอยู่บ่อยๆ
เรียกได้ว่านานทีปีหนเลยก็ว่าได้
เขาพยายามคิดหาวิธีรอด
ก่อนจะรีบเอ่ยถามหญิงสาวรุ่นหลานข้างกาย
“เพื่อนหนูว่ายน้ำเป็นไหม”
เดือนอ้ายส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว หญิงสาวน้ำตาคลอ
ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก หากเธอมั่นใจว่าตนน่าจะสามารถกระโดดลงไปช่วยเพื่อนขึ้นมาได้
หญิงสาวคงไม่ลังเลเลยที่จะทำ
แต่นี่มัน...
“อิหนู จับไม้นี่ไว้เร็ว”
ลุงคนแรกที่มาด้วยกันพยายามยื่นไม้พายที่มีติดเรือไว้อยู่ตลอดให้นลินลิดาคว้ามันเอาไว้
ก้นบึงนี้ลึกเหลือคณา หากอีกฝ่ายว่ายไม่เป็น กระโดดลงไปช่วยมีหวังคงจมลงไปทั้งคู่
“ตั้งสติไว้ลูก มีชูชีพอยู่ลอยตัวนิ่งๆ เอาไว้”
ถ้ายิ่งตกใจตีโพยตีพายทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง
“แค่กๆๆ”
นลินลิดาที่เริ่มตั้งสติได้กอดเสื้อชูชีพที่สวมอยู่เอาไว้แน่น
เสื้อนี่พยุงตัวเธอให้ลอยขึ้นอย่างที่คุณลุงพยายามตะโกนบอก
เธอลอยออกมาไกลจากตัวเรือพอสมควร
ไม้พายของลุงก็ยื่นมาไม่ถึง
อีกอย่างนลินลิดาไม่กล้าปล่อยมือจากชูชีพที่สวมอยู่ออกเพื่อยื่นไปคว้าไม้แห่งความช่วยเหลือนั่นไว้ด้วยซ้ำ
“ยัยบัว ฮือ…”
เดือนอ้ายร้องไห้น้ำตานอง
เธอเป็นห่วงเพื่อนจับหัวใจ
“ค่อยๆ ตีขา ยื่นมือมาเดี๋ยวลุงช่วยเอง”
คุณลุงพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ
เหตุการณ์นักท่องเที่ยวตกน้ำไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา
ทั้งสองต่างมีประสบการณ์เป็นอย่างดี
ทว่าการจะช่วยชีวิตใครก็ต้องใช้สติและความคิดที่ถี่ถ้วนและว่องไว
ไม่อย่างนั้นอาจจะสูญเสียมากกว่าดี
ตูมมม!
คุณลุงคนใหม่เห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจกระโดดตามลงไปช่วยนลินลิดา
เพราะนอกจากเสื้อชูชีพจะพาตัวหญิงสาวลอยไปไกลจากเรือตามกระแสน้ำแล้ว
อีกฝ่ายยังดูทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าเอาแต่กอดชูชีพอันเก่าไว้แน่นอยู่อย่างนั้น
ครั้นจะออกเรือเพื่อขยับไปใกล้ๆ ก็ดันทำไม่ได้
เพราะหากมีคนตกน้ำอยู่ใกล้เรือมากเกินไป อาจจะทำให้คนๆ
นั้นถูกพัดไปติดอยู่กับใบพัดเรือด้านล่างจนได้รับอันตรายจากใบมีดคมเอาได้
“อึ่ก! แค่กๆๆ”
นลินลิดาพยายามตั้งสติตีขาพาตัวเองเข้าไปใกล้ๆ
คุณลุงที่พยายามว่ายน้ำตัวเปล่าเข้ามาหาเธอ มือเล็กค่อยๆ
ยื่นไปหาลุงด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
หมับ!
สองมือประสานกันได้สำเร็จ
คุณลุงสารถีรีบดึงแขนนลินลิดาเพื่อให้อีกฝ่ายเกาะกอดบ่าและลำคอของตนเอาไว้เพื่อพากลับขึ้นเรือทันที
แต่ในระหว่างนั้นดันมีเรืออีกลำที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แล่นผ่านด้วยความเร็ว
กระแสน้ำกระเพื่อมตามแรงยนต์สาดซัดเข้าหาเรือสองลำที่ดับเครื่องหยุดนิ่งจนโยกโคลงไปมาอีกครั้ง
มือของนลินลิดาเลื่อนหลุดจากฝ่ามือหนาของคุณลุงในจังหวะนั้นเองทั้งที่เท้าข้างหนึ่งกำลังก้าวเหยียบบนขอบเรือได้แล้วแท้ๆ
ตู้ม!
โชคไม่เข้าข้างที่ครั้งนี้ชูชีพของเธอดันเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่างที่ติดข้างตัวเรือจนสายที่เคยรัดตัวเอาไว้ขาดออกจากกัน
ก่อนจะเลื่อนหลุดออกจากลำตัว
“หนูบัว!”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น