วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 3

 

 

บทที่ ๐๓

‘นาวาสาดซัด’

 

 

 

            “คราวหลังฉันจะไม่เชื่อเธออีกแล้ว จะไม่ปล่อยให้ไปไหนคนเดียวแล้วด้วย”

เดือนอ้ายบ่นอุบ เมื่อเธอกลับมาจากการไปแตะน้ำที่บริเวณสะดือบึงมานานแล้ว แต่ก็ยังหาตัวเพื่อนสนิทสาวไม่เจอสักที แถมโทรศัพท์มือถือก็ดันไม่มีสัญญาณ

โชคดีแค่ไหนที่มาถามหาจากแม่ค้าขายล็อตเตอรี่แล้วอีกฝ่ายจำเพื่อนเธอได้

ไม่อย่างนั้นเดือนอ้ายคงไม่มีวันรู้ว่านลินลิดาพาตัวเองเดินมาไกลถึงอีกฝั่งหนึ่งของเกาะที่เงียบสงบ

ไม่สิ

ต้องบอกว่าเงียบสงัดจนดูวังเวงเลยมากกว่า

“อ้าย ทำไมกลับมาเร็วจัง”

นลินลิดาเลิกคิ้วมองเพื่อนที่เดินเข้ามาหากันด้วยความประหลาดใจ

เธอรู้สึกเหมือนพึ่งมานั่งพักอยู่ที่ศาลนี้ได้เพียงไม่นานเท่านั้นเอง ทั้งยังคำนวณเวลาไปกลับของเพื่อนสนิทไว้เสร็จสรรพว่าเธอจะเดินกลับไปรอเดือนอ้ายทันแน่ๆ

เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะกลับมาเร็วขนาดนี้

“เร็วอะไร ฉันไปเกินครึ่งชั่วโมงอีก”

“ครึ่งชั่วโมง?” นลินลิดาทวนคำ

จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเธอพึ่ง... เดี๋ยวนะ

นัยน์ตาคู่สวยก้มมองนาฬิกา ก่อนจะนิ่งไป

เธออยู่ตรงนี้มาเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วจริงด้วย ทำไมถึงไม่เห็นรู้ตัวเลย

“แล้วนี่ทำอะไร นั่งสมาธิหรอ”

คนอย่างนลินลิดาเนี่ยนะจะนั่งสมาธิ บอกว่าปลานอนฝันกลางวันได้ยังน่าเชื่อกว่าเลย

“เปล่า นั่งพักสายตาเฉยๆ”

ไม่รู้ทำไมนลินลิดาถึงได้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายคล้ายมีคนคอยขับกล่อมให้หลับนอน คอยโอบประครองด้วยสองมือ

“ตรงนี้เนี่ยนะ”

เดือนอ้ายมองไปรอบๆ ด้วยท่าทางหวาดหวั่น

ศาลไม้เก่ากับต้นไม้สูงใหญ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไร้ผู้คน เป็นเธออย่าว่าแต่พักสายตาเลย แค่เดินเข้ามาก็ยังรู้สึกกลัว

“อื้อ”

“เฮ้อ… ตามใจเธอ แต่ตอนนี้เรากลับกันเถอะ คุณลุงรออยู่ที่ท่าเรือนานแล้ว”

“ก็ได้ๆ”

นลินลิดาลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของเดือนอ้าย ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ทำบ่อยๆ ระวังตีนกาจะขึ้นก่อนวัยอันควรนะ”

“ก็เธอเป็นเด็กดื้ออีกแล้ว”

“ดื้อซะที่ไหน”

“ไม่ดื้อจะเดินมาถึงที่นี่ได้หรอ”

สองสาวคุยกันตลอดระหว่างทางที่ต้องเดินกลับ

“ก็แม่ค้าแนะนำมา เห็นว่าศาลนี้ให้เลขแม่นนะ เธอไม่สนใจหรออ้าย”

นลินลิดาพยายามหาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจจากเพื่อนสนิทให้เลิกดุกันสักที

“ฉันไม่สนเรื่องโชคลาภหรอก ถ้าเป็นเรื่องเนื้อคู่ก็ว่าไปอย่าง”

“เธอเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าจะอยากมีแฟนไปทำไม โสดก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ”

นอกจากเรื่องงานและเงินแล้ว ในตอนนี้นลินลิดาแทบไม่คิดเรื่องอื่นเลย

มีแฟนจะไปมีความสุขได้เท่ามีเงินได้ยังไง

“แล้วเธอไม่อยากมีหรือไง เราโตๆ กันแล้วนะหนูบัว งานก็มีทำแล้ว เหลือแต่แฟนเนี่ยแหละที่ยังไม่มีกับเขาสักที” เดือนอ้ายพูดแล้วก็เศร้า

“ถ้ามีแล้วต้องเสียใจ ฉันไม่มีแล้วดีกว่า”

“ไม่เอาน่า ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะแย่เหมือนแฟนเก่าเธอสักหน่อย”

“นั่นเรียกว่าแฟนเก่าได้หรออ้าย คบกันยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”

แฟนกันวันเดียวหรือยังไง กว่าจะได้คบก็คุยกันมาเป็นปีๆ พอตกลงเป็นแฟนดันจับได้ว่าอีกฝ่ายมีกิ๊กมาตลอดหลายปีที่คุยกันซะได้

แบบนั้นแล้วใครจะคบต่อก็เชิญ แต่นลินลิดาขอบาย

แค่นึกถึงก็รู้สึกเซ็งที่เธออุตส่าห์ทุ่มเทเวลาอดหลับอดนอนคอลสายกันนานเป็นปี ดีหน่อยที่อย่างน้อยเธอไม่หลงคารมหมอนั่นจนเผลอปล่อยตัวปล่อยใจเข้า

ไม่อย่างนั้นคงได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าหนักกว่านี้แน่ๆ

เดือนอ้ายหัวเราะแหะๆ หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยเพราะเอาเข้าจริงนลินลิดาก็พูดถูกทุกประการ

คงต้องโทษที่เพื่อนเธอดันเจอมาแต่ผู้ชายเลวๆ

สาธุ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอให้เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ มีผู้ชายที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตบ้างก็แล้วกัน

 

 

 

ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงท่าเรือ เรือลำเดิมของคุณลุงยังจอดรออยู่ที่เดิมเพื่อรอรับสองสาวเพื่อนซี้

คุณลุงเมื่อเห็นว่าสองสาวขึ้นนั่งบนเรือเรียบร้อยแล้วก็ติดเครื่องยนต์ออกเคลื่อนตัวทันที

แกร๊กๆๆ

ครืด

พรึ่บ!

อยู่ๆ เรือยนต์ก็ดับลงกลางบึงใหญ่

“เครื่องเป็นอะไรคะลุง” เดือนอ้ายตะโกนถาม

“นั่งชมบึงรอไปก่อนนะหนู เดี๋ยวลุงขอดูยายแก่นี่นิดหนึ่ง พอได้ออกจากท่าเข้าหน่อยมาดื้อใส่กันอีกแล้ว”

คุณลุงเอ่ยเรียกเรือคู่ใจด้วยสรรพนามที่บ่งบอกถึงความสนิทสนมและอยู่ด้วยกันมานาน

ชายสูงวัยหันหลังให้พร้อมกับเริ่มสำรวจความผิดปกติของเครื่องยนต์

นลินลิดามองไปยังผิวน้ำข้างตัวที่ดูลึกจนมองไม่เห็นผืนดินด้านล่าง หญิงสาวเผลอลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

บ้าจริง! อยู่ดีๆ ก็นึกถึงคำพูดของหมอดูคนนั้นขึ้นมาอีกแล้ว

มือเล็กกำขอบเรือไม้แน่น

ครืด!

ไม่ว่าคุณลุงจะพยายามติดเครื่องใหม่แค่ไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะสตาร์ดติด

“รอหน่อยนะหนู เดี๋ยวลุงโทรให้เพื่อนมารับไปก่อนแล้วกัน ท่าทางยายแก่นี่น่าจะดื้ออีกนาน”

นลินลิดาพยักหน้ารับ

เดือนอ้ายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเล่นฆ่าเวลา

ตรงนี้พวกเราออกจากเกาะมาไกลพอสมควร โทรศัพท์ก็มีสัญญาณเล่นอินเตอร์เน็ตได้ปกติ เมื่อเห็นว่าคุณลุงติดต่อคนมารับได้แล้วเดือนอ้ายก็ไม่ได้รู้สึกร้อนใจอะไร ต่างจากนลินลิดาโดยสิ้นเชิง

ทุกวินาทีที่ต้องนั่งเฉยๆ รออยู่บนเรือที่ลอยกลางบึงน้ำนั้นช่างเชื่องช้าและผ่านไปได้อย่างยากเย็น

 

 

 

“เพื่อนลุงมาแล้ว ทางนี้ๆ”

ลุงสารถียืนขึ้นโบกมือให้เพื่อนที่กำลังขับเรืออีกลำมาหา

การรอคอยสิ้นสุดลง เช่นเดียวกับนลินลิดาที่เริ่มยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ

มือเหี่ยวย่นตามวัยของผู้สูงอายุค่อยๆ เอื้อมมือไปดึงขอบเรือของเพื่อนให้เข้ามาเทียบข้างๆ กัน

เดือนอ้ายลุกขึ้นก้าวข้ามไปนั่งบนเรืออีกลำก่อนด้วยความช่วยเหลือของสองลุง

“ลุงไม่ไปด้วยกันหรอคะ” นลินลิดาหันไปถาม

“ไม่ล่ะ ลุงรอคนมาลากเรือ ไม่อยากทิ้งยายแก่เอาไว้ลำพัง”

นักแข่งรักรถฉันใด ลุงก็รักเรือของตัวเองฉันนั้น

ถึงจะอยากกลับบ้านก็ทิ้งให้ลอยอยู่กลางบึงอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายไม่ได้หรอก

“เกาะดีๆ นะหนูบัว เรือมันโคลงมากเลย”

เดือนอ้ายเอ่ยเตือน เมื่อกี้เธอเกือบหล่นลงน้ำเพราะก้าวพลาด

ดูเผินๆ เหมือนการเปลี่ยนเรือจะง่าย แต่สำหรับคนที่ไม่ชินเรืออย่างพวกเธอนั้นมันไม่ง่ายเลย

เรือกับเรือมันโคลงเคลงยิ่งกว่าอะไร

นลินลิดาพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ

เดือนอ้ายยื่นมือมาช่วยพยุงเพื่อนในทันที

“ระวังสะดุดขอบเรือนะ เมื่อกี้ฉันเกือบแล้ว”

เรือสองลำโคลงเคลงไปมา ยิ่งมีการขยับตัวของคนบนเรือ เรือก็ยิ่งโคลงหนักกว่าเดิม

พรึ่บ!

“กรี๊ด!”

ตู้ม!

“หนูบัว!”

นลินลิดาก้าวขาข้างหนึ่งขึ้นมาบนเรืออีกลำแล้ว แต่กระเป๋าผ้าเจ้ากรรมดันเลื่อนหล่นลงจากบ่า นั่นทำให้หญิงสาวเสียการทรงตัว

เรือสองลำโยกไปมา ก่อนที่เธอจะตกน้ำลงไป โดยที่สองลุงสารถีหรือแม้แต่เดือนอ้ายที่อยู่ใกล้ๆ ก็คว้าตัวเอาไว้ไม่ทัน

“ลุงคะ!”

“ยัยหนูเอ้ย! ให้ตาย หล่นไปได้ยังไงเนี่ย”

ลุงคนใหม่พึมพำด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

แม้เคยเดินเรือมาหลายสิบปี แต่ก็ใช่ว่าจะมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวตกเรือให้เห็นอยู่บ่อยๆ เรียกได้ว่านานทีปีหนเลยก็ว่าได้ 

เขาพยายามคิดหาวิธีรอด ก่อนจะรีบเอ่ยถามหญิงสาวรุ่นหลานข้างกาย

“เพื่อนหนูว่ายน้ำเป็นไหม”

เดือนอ้ายส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว หญิงสาวน้ำตาคลอ ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก หากเธอมั่นใจว่าตนน่าจะสามารถกระโดดลงไปช่วยเพื่อนขึ้นมาได้ หญิงสาวคงไม่ลังเลเลยที่จะทำ

แต่นี่มัน...

“อิหนู จับไม้นี่ไว้เร็ว”

ลุงคนแรกที่มาด้วยกันพยายามยื่นไม้พายที่มีติดเรือไว้อยู่ตลอดให้นลินลิดาคว้ามันเอาไว้

ก้นบึงนี้ลึกเหลือคณา หากอีกฝ่ายว่ายไม่เป็น กระโดดลงไปช่วยมีหวังคงจมลงไปทั้งคู่

“ตั้งสติไว้ลูก มีชูชีพอยู่ลอยตัวนิ่งๆ เอาไว้”

ถ้ายิ่งตกใจตีโพยตีพายทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง

“แค่กๆๆ”

นลินลิดาที่เริ่มตั้งสติได้กอดเสื้อชูชีพที่สวมอยู่เอาไว้แน่น

เสื้อนี่พยุงตัวเธอให้ลอยขึ้นอย่างที่คุณลุงพยายามตะโกนบอก

เธอลอยออกมาไกลจากตัวเรือพอสมควร ไม้พายของลุงก็ยื่นมาไม่ถึง อีกอย่างนลินลิดาไม่กล้าปล่อยมือจากชูชีพที่สวมอยู่ออกเพื่อยื่นไปคว้าไม้แห่งความช่วยเหลือนั่นไว้ด้วยซ้ำ

“ยัยบัว ฮือ…”

เดือนอ้ายร้องไห้น้ำตานอง เธอเป็นห่วงเพื่อนจับหัวใจ

“ค่อยๆ ตีขา ยื่นมือมาเดี๋ยวลุงช่วยเอง”

คุณลุงพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

เหตุการณ์นักท่องเที่ยวตกน้ำไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา ทั้งสองต่างมีประสบการณ์เป็นอย่างดี ทว่าการจะช่วยชีวิตใครก็ต้องใช้สติและความคิดที่ถี่ถ้วนและว่องไว ไม่อย่างนั้นอาจจะสูญเสียมากกว่าดี

ตูมมม!

คุณลุงคนใหม่เห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจกระโดดตามลงไปช่วยนลินลิดา เพราะนอกจากเสื้อชูชีพจะพาตัวหญิงสาวลอยไปไกลจากเรือตามกระแสน้ำแล้ว อีกฝ่ายยังดูทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าเอาแต่กอดชูชีพอันเก่าไว้แน่นอยู่อย่างนั้น

ครั้นจะออกเรือเพื่อขยับไปใกล้ๆ ก็ดันทำไม่ได้ เพราะหากมีคนตกน้ำอยู่ใกล้เรือมากเกินไป อาจจะทำให้คนๆ นั้นถูกพัดไปติดอยู่กับใบพัดเรือด้านล่างจนได้รับอันตรายจากใบมีดคมเอาได้

“อึ่ก! แค่กๆๆ”

นลินลิดาพยายามตั้งสติตีขาพาตัวเองเข้าไปใกล้ๆ คุณลุงที่พยายามว่ายน้ำตัวเปล่าเข้ามาหาเธอ มือเล็กค่อยๆ ยื่นไปหาลุงด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ

หมับ!

สองมือประสานกันได้สำเร็จ คุณลุงสารถีรีบดึงแขนนลินลิดาเพื่อให้อีกฝ่ายเกาะกอดบ่าและลำคอของตนเอาไว้เพื่อพากลับขึ้นเรือทันที แต่ในระหว่างนั้นดันมีเรืออีกลำที่โผล่มาจากไหนไม่รู้แล่นผ่านด้วยความเร็ว

กระแสน้ำกระเพื่อมตามแรงยนต์สาดซัดเข้าหาเรือสองลำที่ดับเครื่องหยุดนิ่งจนโยกโคลงไปมาอีกครั้ง

มือของนลินลิดาเลื่อนหลุดจากฝ่ามือหนาของคุณลุงในจังหวะนั้นเองทั้งที่เท้าข้างหนึ่งกำลังก้าวเหยียบบนขอบเรือได้แล้วแท้ๆ

ตู้ม!

โชคไม่เข้าข้างที่ครั้งนี้ชูชีพของเธอดันเกี่ยวเข้ากับอะไรบางอย่างที่ติดข้างตัวเรือจนสายที่เคยรัดตัวเอาไว้ขาดออกจากกัน ก่อนจะเลื่อนหลุดออกจากลำตัว

“หนูบัว!”

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ทิวาเริงวิมาน ตอนที่ 26 (ตอนจบ)

  บทที่ ๒๖ ‘เคียงใจนิจนิรันดร์’       องค์สมุทราเหม่อมองไปยังลานเทวาลัย ตอนนี้เขาอยู่ในร่างกายมนุษย์ ทั้งยังสวมใส่เสื้อผ้ายุคปัจจุ...