1 7
ว่าที่เจ้าสาว
สหภัฐล้วงมือรับโทรศัพท์
เขาใช้บ่าตัวเองยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อแนบคุย ขณะยืนทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโปะไข่ลวกโรยสาหร่ายอยู่ด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ
อีกมือมีกระป๋องน้ำมะนาวโซดาที่ถือเอาไว้
“โหล มีไร”
เขาเอ่ยถามแมทธิวเสียงห้วน
(ฟังฉันให้ดีนะ
ตอนนี้หมอบอกว่าเด็กนายกำลังท้อง)
“ฮะ!”
ชายหนุ่มตกใจจนเกือบทำถ้วยบะหมี่หลุดมือ
“นายว่าไงนะ”
เขาเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง
(ตอนนี้ฉันกับเจมส์อยู่โรงพยาบาล)
เมื่อตั้งใจฟังดีๆ
สหภัฐจึงได้ยินเสียงรอบข้าง ทั้งเสียงพูดคุยจอแจ และเสียงสัญญาณประกาศที่เราคุ้นหูกันดีว่าเพื่อนของเขาไม่ได้อำกันเล่นๆแน่ๆ
“...”
ชายหนุ่มโยนทุกอย่างลงถังขยะ
ก่อนจะชะงักน้ำมะนาวในมือ
“เดี๋ยวฉันรีบไป นายแชร์โลมาให้หน่อย”
ร่างสูงกระดกเครื่องดื่มรวดเดียวหลายอึก
ก่อนจะโยนใส่ถังขยะบริเวณด้านหน้าแล้ววิ่งไปที่รถทันที
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
มีนานอนพักอยู่บนเตียงโรงพยาบาลในห้องฉุกเฉิน
เธอรู้สึกเวียนหัวจนเหมือนจะเป็นลมตลอดเวลา
“มีนนน
เป็นยังไงบ้าง”
ลิลล์วิ่งเข้ามาพร้อมจ้าวสมุทร
สีหน้าของเธอเปี่ยมด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาวคนสนิท ขณะที่จ้าวสมุทรขมวดคิ้ว
มองไปรอบๆด้วยความสงสัย
ทำไมพวกเพื่อนพี่ครามถึงอยู่นี่ได้
แล้วเจ้าตัวไปไหน
เจสันมองหน้าแมทธิวที่พึ่งเดินกลับเข้ามาเป็นเชิงถามว่าโทรบอกสหภัฐเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย
แมทธิวจึงพยักหน้าให้อีกฝ่าย
“เวียนหัวอ่ะ ไม่ไหว”
มีนาเอ่ยบอกลิลลี่เสียงอ่อน
“นอนพักไปก่อนนะมีน
ดีขึ้นค่อยกลับบ้าน” เจสันกล่าว
“ขอบคุณนะคะ” มีนายกยิ้มจางๆ
ด้วยใบหน้าไร้สีเลือด ริมฝีปากบางดูซีดเซียวซะจนราวกับเป็นคนละคนก่อนหน้า
“เพื่อนลิลล์เป็นอะไรหรอคะ
คุณหมอบอกว่ายังไงบ้าง”
เจสันมองหน้ามีนา
ก่อนจะตอบกลับ เมื่อเห็นว่าสาวน้อยดูมีสีหน้าที่เหมือนยังไม่พร้อมจะบอก
“อาหารเป็นพิษน่ะ
สงสัยมื้อเย็นคงจะไม่ถูกปาก”
มีนาเม้มปาก
มองหน้าเจสันอย่างนึกขอบคุณ
พลั่ก!
สหภัฐดันประตูเปิดเข้ามาเต็มแรง
“ลูกฉันล่ะ ลูกฉันเป็นอะไรไหม”
มีนาอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
เจสันหลับตาลง ก่อนจะพรูลมหายใจหนักๆแล้วหันมองหน้าเพื่อน
จะโวยวายทำพระเเสงอะไรวะ
“ลูก?”
จ้าวสมุทรมองหน้ามีนา
“หมายความว่ายังไงกันมีน”
สหภัฐขยับมาหามีนาที่นอนซมอยู่บนเตียง
เขายกมือขึ้นกุมมือเล็กเอาไว้ แววตาคู่คมฉายชัดถึงความเป็นห่วง
ราวกับว่าหลงลืมความโกรธเคืองก่อนหน้าไปเสียสนิท
“เป็นอะไรรึเปล่า
เจ็บตรงไหนมั้ย รู้สึกแปลกๆที่ไหนมั้ยมีน ให้เราไปตามหมอให้เอามั้ย”
มีนาเผลอกัดปากแน่น รู้สึกอ่อนไหวจนน้ำตาคลอ
เธอนึกน้อยใจอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราพึ่งบอกเลิกใส่กันไปแท้ๆ
พอรู้ว่าเธอกำลังตั้งท้องเลยรีบปรี่มาหากันแบบนี้น่ะหรอ
พี่ครามเห็นเธอเป็นอะไรกันแน่
ชายหนุ่มเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของ
‘ภรรยา’ จึงรีบเอื้อมมือเพื่อกดกริ่งเพื่อเรียกพยาบาลด้วยความร้อนใจ
ทว่า...
หมับ!
“คราม ใจเย็น
หมอพึ่งตรวจเสร็จ ออกไปเมื่อกี้ ถามเยอะแยะจนน้องเขามึนไปหมดแล้วเนี่ย”
แมทธิวเอ่ยบอก
แต่สีหน้าสหภัฐก็ยังไม่ได้ดูคลายกังวลแต่อย่างใด
มีนาหอบหายใจเหนื่อย
พยายามกลั้นไม่ให้ตัวเองอาเจียนออกมาอีก เธออาเจียนจนไม่แทบเหลืออะไรในท้องแล้ว
“พี่ว่าพวกเรากลับกันก่อนเถอะ
ปล่อยให้สามีภรรยาเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง น่าจะดีกว่า” เจสันกล่าว
ลิลล์ที่แม้จะยังงงๆ
แต่ก็ยอมดึงแขนจ้าวสมุทรเดินออกไปจากห้อง
“อ่า พวกฉัน...กลับก่อนนะ”
แมทธิวพูดบอกกับสหภัฐให้ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
“ขอบใจมากที่โทรมาบอก”
แมทธิวพยักหน้า
กอดคอเจสันตามคนที่เหลือออกไป
“ทีนี้ก็เหลือแค่เราแล้วนะ...มีน”
สหภัฐสบตามีนายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แม้จะราบเรียบ
แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความอบอุ่น หากเขาจะไม่เป็นห่วงลูกกับเมีย ก็คงจะเกินคนไปหน่อย
“เธอกลับไปเถอะ
เราอยู่คนเดียวได้”
“อย่ามาพูดแบบนี้นะ เธอจะให้เราทิ้งเธอ
ทั้งๆที่ลูกของเราสองคนอยู่ในพุงเธอได้ยังไง”
“แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเราเป็นลูกเธอ”
มีนาเอ่ยเสียงสั่น
เธอสบตากับเขาทั้งน้ำตา
ในเมื่อก่อนหน้านี้อีกฝ่ายยังไล่ให้เธอไปมีสามีใหม่อยู่เลย
ทีตอนนี้จะมาใส่ใจกันงั้นหรอ จะให้มีนาทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง ในเมื่อพวกเราแทบจะเลิกกันอยู่แล้ว
สหภัฐชะงักนิ่งกับคำที่ได้ยิน
“ทำไมพูดแบบนี้”
มีนาหลบตา สหภัฐขยับไปใกล้
จับสองแก้มของมีนาให้เงยหน้าขึ้นสบตากับตน
“ตอบสิ ทำไมพูดแบบนี้
มีน!”
มีนาน้ำตาไหลเงียบๆ
ไม่ตอบอะไร
“ทำไม!
จะบอกว่าในท้องนั่นไม่ใช่ลูกเราหรอ จะพูดแบบนั้นใช่มั้ย!”
ชายหนุ่มฉุนกึก
ขบกรามแน่นจนสันกรามนูนเด่นชัด
“ฮึก...”
“ตอบสิวะ!”
มีนาสะอื้น ดันสหภัฐออก
“เราจะไปบอกหมอให้ตรวจดีเอ็นเอ
เธอจะได้ไม่ต้องมาพูดจาแบบนี้ใส่กันอีก”
สหภัฐหยัดตัวลุกขึ้นยืนให้มีนาคว้าแขนเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ไม่เอา
มีนไม่ตรวจนะพี่คราม”
สหภัฐดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม
แววตาขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไม
ติดปัญหาตรงไหนอีก”
มีนสบตาสหภัฐ
เธอนิ่งเงียบไม่ตอบคำ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเสียใจ
แค่รู้ว่าท้องตอนนี้จิตใจของเธอก็บอบบางมากพอแล้ว
นี่อีกฝ่ายยังจะเอาแต่ใจอยากจะรู้คำตอบเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนั้นให้ได้
ไม่ใจร้ายไปหน่อยหรอ
สหภัฐพ่นลมหายใจหนักๆ
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของตนก่อนจะทรุดตัวนั่งลงที่เดิม
ชายหนุ่มขับไล่ความหงุดหงิดฟุ้งซ่านที่มีอยู่เต็มอก
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมาย
ที่เขายังคงสงสัย และเก็บเอาไว้ในใจ
แต่เขาก็เลือกที่จะไม่หยิบประเด็นเหล่านั้นขึ้นมาให้เราต้องมีปากเสียงกันอีก
เอาเป็นว่ารอให้มีนาดูโอเคขึ้นกว่านี้ก่อน
แล้วเรื่องอื่นเราค่อยว่ากัน
มีนาร้องไห้เงียบๆ
สองแขนขยับขึ้นเช็ดน้ำตาด้วยความรู้สึกนึกน้อยใจ ความเสียใจประเดประดังเข้าใส่เธอ
จนเธอเลือกที่จะขยับนอนหันหลังให้อีกคน
ร่างสูงปรายตามอง
ไม่พูดอะไรอีก
กลางดึก
สหภัฐนั้นนอนไม่หลับ
เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจนตอนนี้เป็นเวลาตีสองแล้ว แต่ก็ไม่อาจข่มใจหลับได้ง่ายๆสักที
เขาลุกขึ้นเอื้อมมือขยับไปห่มผ้าผืนใหญ่สีขาวตราโรงพยาบาลให้มีนา เมื่อเห็นว่าผ้าห่มร่นลงมาจนถึงเอวอีกคน
ทั้งยังปรับแอร์
นิ่งมองมีนาผ่านความมืดอย่างนึกเป็นห่วง
ทั้งๆที่สร้างเรื่องเอาไว้ให้กันตั้งมากมาย
แต่ทำไมแค่พอรู้ว่าอีกฝ่ายท้อง
เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างกลับมาหากันได้ง่ายๆขนาดนี้ก็ไม่รู้
นี่เขา...ใจอ่อนเกินไปรึเปล่านะ
ไหนจะเรื่องเจสันอีก
ยังไม่เคลียร์อะไรเลยสักอย่าง
แต่ทำไมไม่รู้เซ้นส์บางอย่างของเขามันกำลังบอกกันว่า
บางทีสองคนนี้อาจจะไม่มีอะไรกันจริงๆก็ได้
มีแค่เขาที่หึงจนเป็นหมาบ้า
หน้ามืดตามัวแบบนั้นเอง
สหภัฐแค่คิดไม่ถึงว่าหลังจากที่มีนาได้รับทุกความรู้สึกของเขาไปแล้ว
ในวันที่เขายกเธอขึ้นเหนือหัวอย่างเทิดทูน ยอมลดทิฐิทุกอย่างลงอย่างที่ไม่เคยทำกับใครที่ไหนมาก่อน
ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งหรือนอนกับผู้หญิงคนไหนอีกแล้วถ้าคนๆนั้นไม่ใช่มีนา
จะกลับกลายเป็นวันเดียวกันกับวันที่เขาได้เห็นมีนาทำในสิ่งที่ตน
‘เคยทำ’ กับคนอื่นมากมาย โดยไม่เคยคำนึงหรือคิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเลยสักครั้ง
ร่างสูงเม้มปากแน่น
เริ่มเข้าใจในวินาทีนั้นเอง
แท้จริงแล้วผู้หญิงที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ตรงหน้าของเขา
อาจจะไม่เคยคิดทรยศความรักของเราเลยก็ได้
ทุกอย่างมันอาจเป็นเพียงบททดสอบเพื่อที่มีนาจะได้มั่นใจว่าเขานั้นรักและเชื่อมั่นในตัวเธอจริงๆ
ให้ตายเถอะ!
ทำไมสหภัฐถึงได้เป็นผู้ชายที่โง่เง่าขนาดนี้กันนะ
หึงเขาเหมือนหมาบ้า
แถมยังไม่คิดจะหยุดฉุกคิดอะไรบ้างเลย
เอาแต่ใจ เผด็จการ
ไม่เคยมองลึกลงไปว่ามีนากำลังต้องการหรือรู้สึกอะไรกันแน่
ชายหนุ่มมองร่างของแฟนสาวด้วยความรู้สึกผิดจับหัวใจ
เขาทรุดกายลงนั่งด้านข้างเตียง ก่อนจะกุมมือมีนาเอาไว้
แววตาคู่คมฉายแววสั่นไหวรุนแรง
ในอกไม่ต่างจากมีพายุพัดโหมกระหน่ำและเขาเองก็ได้แต่หวัง
ขอให้มีนาได้โปรดให้โอกาสกันอีกสักครั้ง
ขอแค่อีกครั้งเดียวเท่านั้น
ให้ผู้ชายเลวๆคนนี้ได้แก้ตัวให้สมกับที่เธอมอบความรักอันบริสุทธิ์ให้กันเสียที
ครืด
เสียงสั่นครืดของโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงทำสหภัฐก้มมอง
เขาปรายตามองไปยังข้อความของสายขิมที่กำลังทักเข้ามา
((อย่าบอกนะว่าวันนี้จะเทนัดน่ะ
เลทมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะคุณชาย))
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
เกือบจะปัดทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าอะไรบางอย่างและร่างของมีนากับลูกที่นอนหลับสนิทอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะหันกลับไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตนเคยทำเอาไว้อีกครั้ง
เขาเป็นคนพ่อแล้ว
และในวันนี้สหภัฐจะไม่หนีอีกต่อไป
สายขิม
Kîm :
อย่าบอกนะว่าวันนี้จะเทนัดน่ะ
เลยมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะคุณชาย
คราม :
โทษทีว่ะ
คงไม่ได้ไปแล้ว
Read
Kîm :
ขิมต้องทำใจให้ชินแล้วสินะ
คราม :
หมายถึง
ต่อจากนี้ คงไม่ได้ไปอีกแล้วนะ
Kîm :
ก่อนหน้านี้ก็พูดแบบนี้ทีนึงแล้ว
ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าพิมพ์มาเลยพี่คราม
คราม :
พี่กำลังจะแต่งงาน
Read
คราม :
ไว้จะส่งการ์ดเชิญไปให้
Kîm :
กับมีนน่ะหรอ
ตอนนี้เลยเนี่ยนะ
คราม :
คิดว่าน่าจะไม่เกินเดือน
ต้องเตรียมหลายอย่างอ่ะ
Kîm :
แปลกๆนะว่ามั้ย
ทั้งๆที่พี่กับมีนก็ยังเรียนไม่จบแท้ๆ
Read
คราม :
แปลกตรงไหน
ก็แค่ปรับความเข้าใจกันแล้ว
และพี่ก็ไม่อยากปล่อยให้เวลามันผ่านไปนานมากกว่านี้
Kîm :
งั้นหรอคะ
ขิมนึกว่ามันจะเหมือนกับเวลาที่พวกดาราในวงการชอบทำกันซะอีก
Read
Kîm :
อย่างเช่น…
Read
Kîm :
ท้องก่อนแต่ง
Read
สหภัฐนิ่ง
ใบหน้าหล่อเหลาเครียดจนน่าใจหาย
เขาไม่ร็จะคิดหาคำไหนตอบกลับไปเพื่อให้มีนาดูดีที่สุด เพื่อให้อีกคนไม่ต้องเผชิญหน้ากับคำติฉินนินทาที่มีเขาเป็นตัวต้นเหตุที่พาให้เรื่องมันบานปลายมาถึงตรงนี้
แต่สุดท้ายเสียงอืออาของคนบนเตียงก็ทำให้เขาเลิกสนใจสายตาของคนอื่น
และหันกลับไปสนใจคนที่เขาควรสนใจจริงๆตั้งแต่แรกแทน
ใครจะว่ายังไงก็ช่าง
แต่หลังจากนี้เขาจะทำหน้าที่สามีและพ่อให้ดีที่สุด
ให้สมกับที่มีนควรได้รับมัน
“อือออ”
มีนาขมวดคิ้ว เธอนอนกระสับกระส่ายด้วยสีหน้าไม่สบายตัวเรียกให้สหภัฐขยับไปหา
ใบหน้าของชายหนุ่มที่เคยเป็นกังวลเริ่มค่อยๆถูกปรับให้ดีขึ้น
“ฮึก...คราม”
สหภัฐขยับขึ้นเตียง
นอนกอดแผ่นหลังเล็กเอาไว้ ยามเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟัง
“ไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ครามอยู่นี่แล้วมีน”
ร่างสูงกดหอมที่ขมับเล็ก
น้ำเสียงของเขาเจือความเจ็บปวด ทว่าคนป่วยคงไม่ทันสังเกตเห็น มีนาสะอื้นเบาๆ ก่อนที่อ้อมกอดอุ่นๆของแฟนหนุ่มจะพาให้เธอผล็อยหลับไปอีกครั้ง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบในความมืด
เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะกดลูบเรือนผมของอีกคนเบาๆด้วยท่าทางอ่อนโยน
พี่ขอโทษครับมีน
พี่ขอโทษ
คำที่อยากเอ่ยยังคงดังก้องอยู่ในหัว
ชายหนุ่มสัญญากับตัวเองในวินาทีนั้นเองว่าจะเป็นสหภัฐคนใหม่
คนที่จะทำให้มีนาภาคภูมิใจจนใครคนอื่นนึกอิจฉาเชียวล่ะ
เช้าวันต่อมา
“ฮึก อือ...”
มีนาตื่นมาพร้อมกับฝันร้ายที่มีตอนจบที่ดีจนน่าใจหายจนเผลอหลุดสะอื้นออกมาในยามเช้า
มือเล็กยกขึ้นปาดดวงตาของตนเบาๆก็สัมผัสได้ว่าใบหน้ามีน้ำใสอาบสองแก้ม
เธอฝันว่าพี่ครามใจร้าย
ไปเที่ยวควงผู้หญิงคนอื่นต่อหน้า แต่ก็ฝันว่าอยู่ๆเขาก็มาขอเธอแต่งงาน
หญิงสาวหัวเราะให้กับความฝันลมๆแล้งๆของตนเอง
มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง
ไม่มีทางเลยสักนิด
มีนายกมือขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ
เธอเผลอเม้มปากแน่นเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
เธอกำลังจะมีลูกน้อยที่ลืมตาเกิดมา
ถึงจะแอบเศร้าและหดหู่ไปบ้างเรื่องกลัวว่าพี่ชายอย่างกุมภาจะดุเธอหรือเปล่า
เรื่องที่เธอต้องดรอปเรียนเพราะอุ้มท้องแบบนี้
แต่ก็นั่นแหละ เฮ้อ
มีนาถอนหายใจยาวออกมา
เราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
ความจริงก็คือความจริง
ถึงจะอยากเที่ยวเล่นอยู่ในความฝันมากแค่ไหน
แต่หญิงสาวก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่าเธอจำเป็นต้องเลี้ยงลูกคนเดียวได้อยู่ดี
ถ้าพี่ครามมางอแงจะพรากลูกจากเธอไป
ถึงเวลานั้นมีนาอาจจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากพี่ชายแท้ๆของตนขึ้นมาจริงๆ
ถึงแม้ว่าเด็กจะเกิดมาทั้งที่เธอยังไม่พร้อม
และยังเรียนมหาลัยไม่จบ
แต่เธอก็รู้สึกผูกพันและรักเลือดเนื้อเชื้อไขของตนอยู่ดี
อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ยังเป็นเครื่องยืนยันให้กับเธอได้บ้างว่าครั้งหนึ่ง
มีนาเคยมีความสัมพันธ์กับสหภัฐจริงๆ
แม้ว่าตัวเขาเองอาจจะทำไปแค่เพียงต้องการร่างกายของเธอก็เถอะ
น่าน้อยใจชะมัดเลยเนอะว่ามั้ย
ริมฝีปากบางยิ้มเยาะกับชะตากรรมและความฝันโง่ๆที่ทำให้เธอพาตัวเองมาถึงจุดนี้
ความรักนับสิบกว่าปีที่ทำให้เธอยอมพลีกายถวายหัวใจให้กับผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้น
มีนาก็แค่แอบหวังว่าเราจะคิดตรงกัน
หลายครั้งสหภัฐมักจะเผลอหลุดมุมน่ารักๆ
อบอุ่น พึ่งพาได้ให้เธอเห็นอยู่บ่อยๆจนทำให้มีนาเผลออดคิดไม่ได้ว่าวันหนึ่ง ตัวเธออาจจะสามารถปราบพยศเสือร้ายตัวนี้ขึ้นมาได้จริงๆก็ได้
แกร่ก
เสียงบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาทำเธอเงยหน้าขึ้นมอง
ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นผู้ชายที่มีใบหน้าตรงกับคนที่เธอฝันถึงเมื่อคืนจนเผลอหงุดหงิดแล้ะรองไห้ด้วยความอิ่มเอมใจขึ้นมาในเช้านี้
“ตื่นแล้วหรอคะ
เราซื้อโจ๊กร้านโปรดมาให้เธอด้วยนะ วันนี้ป้าเขาใจดีมากเลย แถมปาท่องโก๋ให้ตั้งสองถุงแหน่ะ”
สหภัฐเอ่ยบอกเล่าด้วยรอยยิ้ม
ทว่ามีนากลับไม่ได้รู้สึกยินดีด้วย
เธอไม่กล้านึกเข้าข้างตัวเองอีกต่อไปแล้ว
พี่ครามก็เป็นแบบนี้ทุกที
เวลาทำผิดก็ชอบทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เห็นเธอเป็นเพียงตุ๊กตาไร้หัวใจนักใช่มั้ย เธอเองก็จะทำแบบนั้นกับเขาบ้างเหมือนกัน
“ไม่ต้องรับผิดชอบมีนนะพี่คราม
ลูกมีนมีนดูแลเองได้”
สหภัฐชะงักไปเล็กน้อย
เขาไม่เอ่ยโต้เถียงออกมาทันทีอย่างที่ชอบทำ ทว่าเขาระบายยิ้มบางออกมา
“พี่ขอโทษนะ”
“...”
“ขอโทษที่มองข้ามความรู้สึกของหนูมาตลอด”
ประโยคดังกล่าวทำมีนาเงยหน้าสบตาร่างสูงในทันทีอย่างคาดไม่ถึง
เธอคิดว่าเขาจะพูดจาใจร้ายใส่กันเหมือนอย่างทุกครั้งเสียอีก
“ขอโทษที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
ขอโทษที่โง่เป็นควาย และพึ่งมาคิดได้เอาตอนนี้”
“...”
มีนาเกือบหลุดขำกับคำพูดตรงไปตรงมาของอดีตแฟนหนุ่ม
แต่เธอก็รีบหุบยิ้มลงทันใด และแกล้งทำหน้าเรียบๆเหมือนไม่รู้สึกอะไรต่อ
เธอเองก็เป็นแฟนละครตัวยงเหมือนกันนะ
พวกพระเอกธงแดงที่ชอบยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้งน่ะ เธอเห็นมันมาหมดแล้ว
แถมยัง...เผลอคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เลยว่าอยากมีพระเอกแบบนั้นข้างกายเอาไว้บ้างสักคน
สีหน้าเย็นชาแบบนี้ใช่มั้ยล่ะที่มันกระชากใจกันนัก
วันนี้มีนาจะแสดงให้พี่ครามดูเอง
“พี่จะไม่ขอแก้ตัวอะไรกับสิ่งที่เคยทำพลาดไป
แต่พี่อยากขอโอกาสจากหนูได้ไหมคะ”
นัยน์ตาคู่คมฉายแววจริงจังจนมีนาเผลอใจกระตุก
ร่างบางเม้มริมฝีปากเข้าหากันด้วยท่าทางประหม่า
“หนูจะด่าว่าพี่หน้าด้านก็ได้
แต่พี่รักหนูกับลูกจริงๆนะ”
สหภัฐเอ่ยเสียงสั่น
เขาพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา เพราะอยากแสดงให้มีนาเห็นว่าเขาเองก็จริงจังเป็น
และพร้อมจะดูแลเธอกับลูกในท้องจขริงๆ
กึก
สหภัฐคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น
กล่องสีแดงกำมะหยี่ที่ถูกเปิดออกพร้อมกับแหวนเพชรมูลค่ากว่า 8
กะรัตที่มาจากเงินเก็บเกือบทั้งหมดของเขาถูกเปิดอ้าออก
ยามสบตากับหญิงสาวผู้เป็นที่รักที่ตนตัดสินใจแล้วว่านับตั้งแต่วินาทีนี้ต่อไป
จะถอดเขี้ยวเล็บของตนออกโดยสมบูรณ์
“แต่งงานกับพี่นะคะหนูมีน”
“อะ...โอ๊ย!!”
มีนาเอื้อมมือหยิกแขนตัวเองจนเผลอส่งเสียงร้องดังลั่นห้องจนสหภัฐรีบลุกขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วง
“หนู! เป็นอะไรคะ
เจ็บตรงไหน หมอ!!! เมียผมจะคลอดแล้ว”
คราวนี้สหภัฐตะโกนเรียกคนด้านนอกเสียงดังลั่น
ทั้งยังกดกริ่งเรียกพยาบาลรัวๆให้มีนาตาโตด้วยความตกใจ
“เดี๋ยวพี่คราม
มีนไม่ได้เป็นอะไร”
พี่ครามนี่มันพี่ครามจริงๆเลย
เธอพึ่งท้องอ่อนๆเอง ตกใจจนกระวีกระวาดแก้มสั่นหมดแล้ว
“หมอออออ!!!”
“ครามคะ ฟังมีนก่อน”
สหภัฐถึงกับชะงัก
เมื่อกี้เขาตกใจจนไม่ทันได้ฟังมีนาด้วยซ้ำ แต่ประโยคนี้ที่มาพร้อมกับฝ่ามือนุ่มๆที่กำลังกอบกุมทั้งสองข้างแก้มของตนเอาไว้ทำชายหนุ่มเงียบเสียงลงแทบจะทันที
มีนาหลุดรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวันเมื่อเห็นสายตาและสีหน้าเหวอๆของว่าที่สามี
“มีนไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะคะ”
“หนูครับ...”
นับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมาด้วยซ้ำที่มีนาจะใช้หางเสียงคะขาหวานหูแบบนี้กับเขา
หัวใจแมนๆสั่นไหวรุนแรงอย่างน่าประหลาดคล้ายมีดาวนับร้อยล้านดวงอัดแน่นอยู่ภายในและพร้อมจะระเบิดออกมากลายเป็นปุยเมฆนุ่มๆโอบอุ้มเราสองคนเอาไว้
“อื้อ มีนฟังอยู่”
“พี่รักหนู
พี่รักหนูมากเลย พี่อยากแต่งงานกับหนู อยากดูแลลูกของเราด้วยกัน
อยากทำให้หนูมีความ...อึก! อื้มมม”
ริมฝีปากหยักถูกทาบทับด้วยอวัยวะเดียวกันแทบจะทันทีที่ได้ยินคำพูดที่พรั่งพรูด้วยความรู้สึกของสหภัฐออกมา
มีนาเอียงเบี่ยงลำคอเล็กน้อยเพื่อให้เราสองคนได้สัมผัสกันอย่างแนบชิดมากยิ่งขึ้นพลางขยับกลีบปากไปมาด้วยท่าทางไม่ประสีประสา
ใบหน้าหวานเห่อร้อน
หัวใจดวงเล็กเต้นระรัวเร็ว หากแต่มีนากลับไม่คิดอยาจะหยุดตัวเอง
แกร่ก
“คนไข้คะ...ว๊ายยย!!!”
เสียงตกใจของคุณพยาบาลที่รีบวิ่งเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงกริ่งดังระรัวไม่อาจดึงความสนใจของเราสองคนได้อีกต่อไป
เพราะในวินาทีนี้
หัวใจของทั้งสหภัฐและหนูมีน
กำลังร่ำร้องและมีเพียงกันและกัน...ตลอดไป
- บทส่งท้าย -
3 เดือนต่อมา
“ไอ้ครามอ่ะ”
แมทธิววางกระเป๋าเป้ลงบนโต๊ะ
ยามเอ่ยถามเพื่อนสนิทอีกคนที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในโรงอาหารใต้คณะ น่าแปลกที่คนที่ควรจะมาถึงก่อนเพื่อนกลับหายเข้ากลีบเมฆ
ไร้เงาไร้ตัวตน แถมยังไม่ตอบแชทกันเป็นเดือนๆ
“ครามไม่ได้บอกนายหรอ”
เจสันทำหน้างง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างนึกสงสัย
“บอกอะไร”
“มันบินไปอยู่กับมีนที่ต่างประเทศ
เรื่องเรียนเดี๋ยวค่อยตามทำงานส่งทีหลัง”
“ฮะ?”
แมทธิวอ้าปากค้างไปแล้ว
ดูท่าจะคาดไม่ถึงกับสิ่งที่ได้ยินมากเลยทีเดียว
“ทำไมมีแค่ฉันที่ไม่รู้วะ”
มือหนายกขึ้นเกาหัวแกรกๆด้วยท่าทางงุนงง
“ไม่ใช่แค่นายไมล์
ถ้าฉันไม่ได้ไปหาครามที่บ้านก็คงไม่รู้เหมือนกัน”
เจสันอธิบาย
เขาเองก็พึ่งรู้ข่าวในตอนที่ไปหาสหภัฐถึงบ้าน แล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังเก็บข้าวของเตรียมเดินทางไปสนามบินพอดี
นับว่าเป็นจังหวะที่บังเอิญเอามากๆ
แถมเพื่อนสนิทยังกำชับกันว่าไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร
เว้นแต่แมทธิวจะมาถาม ค่อยตอบ
“หมดกัน
จุดจบเสือร้าย แม่งกลายเป็นเสือร้องโฮ่ง”
แมทธิวว่าติดตลก แถมเสือตัวนี้ยังดูจะพร้อมหอนอีกยาวๆ
ถึงขนาดหอบลูกหอบเมียไปอยู่ที่อื่นแบบนี้
พนันได้เลยว่าไม่มีทางกลับมาเป็นเสือร้ายอย่างเดิมได้แน่ๆ
เหลือจะเชื่อเลยจริงๆ
เจสันหลุดหัวเราะในคอ
เขาส่ายศีรษะไปมาเบาๆ ก่อนจะยกกาแฟร้อนขึ้นจิบต่ออย่างไม่คิดอะไรมากนัก
เอาเป็นว่า ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่
เขาเองก็มีแพลนว่าจะไปเยี่ยมหลานถึงที่นั่นเหมือนกัน
เมือง XXX
ทางตอนเหนือของประเทศ
XXX
หิมะโปรยปรายทั่วบริเวณ
ละอองเกล็ดน้ำแข็งกระจัดกระจายไปตามทิศทางลม ความหนาวเหน็บจากสภาพอากาศที่ต่างกันกับถิ่นที่อยู่ของตนเป็นอย่างมากควรจะทำให้หนุ่มสาวรู้สึกทรมาน
ตรงกันข้ามความอบอุ่นจากฝ่ามือกลมป้อมตามขนาดถุงมือที่สวมหลายชั้นกลับทำให้หัวใจทั้งใบฟูฟ่องเสมือนได้รับวิตามินจากแสงอาทิตย์
มือหนาของสหภัฐกำลังค่อยๆประคองมีนาให้เดินมายังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อทำการเซอร์ไพร์สคุณแม่ท้องอ่อน
ขณะที่มีนาก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง ดวงตากลมโตหลับแน่นตามคำร้องขอของผู้เป็นสามี
“ค่อยๆเดินนะ”
สหภัฐเอ่ยบอกยามประคองและทะนุถนอมอีกคนยิ่งกว่าไข่ในหิน
เขาค่อยๆเดินนำ มือข้างหนึ่งจูงมีนาเพื่อนำทาง
มืออีกข้างประคองเอวกันเอาไว้เพราะเกรงว่าภรรยาสุดที่รักของเขาจะเผลอก้าวพลาดจนล้มคะเมนตีลังกาลงไปเสียก่อน
“หลับตาไว้ก่อนนะ
ห้ามแอบดูล่ะ”
“เรามองไม่เห็น เธอเล่นอะไรของเธอเนี่ย”
มีนาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
หัวใจดวงเล็กอดไม่ได้ที่จะเต้นตึกตักอย่างมีชีวิตชีวา สองขาที่เคยก้าวไม่มั่นคง
กลับรู้สึกมั่นใจในฝ่ามือหนาของสหภัฐว่าจะพากันเดินไปถึงจุดหมายดั่งที่พวกเราตั้งใจเอาไว้
ทุกความผิดพลาด
สอนให้เราเติบโตขึ้น
แม้ว่าทุกสิ่งจะเกิดจากความไม่ตั้งใจ
แต่ก็ใช่ว่าในวันนี้พวกเขาจะไม่พร้อมที่จะอ้าแขนและโอบอุ้มเจ้าก้อนน้อยๆในท้องเสียหน่อย
ไม่ว่าอย่างไร
เลือดเนื้อเชื้อไขของเราก็ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว และมีนากับสหภัฐก็ตั้งใจว่าจะดูแลชีวิตนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่ตนจะสามารถ
จะพากันประคับประคองครอบครัวให้มีแต่ความสุข แม้ว่าในระหว่างทางนั้นจะต้องพบเจอกับอะไร
แต่เราไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ
จะสู้ไปให้สุดทางเชียวล่ะ
“อ่ะ ถึงแล้ว
ลืมตาได้”
สหภัฐเอ่ยบอกให้มีนาค่อยๆลืมตาขึ้นมอง
ดวงตากลมพยายามปรับโฟกัสช้าๆ ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ
“สวยมั้ย ชอบรึเปล่า”
ชายหนุ่มเอ่ยถาม
เขาเก็บสีหน้าความตื่นเต้นของตนเอาไว้ไม่มิด ตรงหน้าของพวกเขาเป็นบ้านสไตล์ลอฟท์หลังหนึ่ง
ตัวบ้านถูกฉาบด้วยอิฐสีเทาสลับน้ำตาล มีหน้าต่างบานใหญ่ 2-3 บาน ประตูบ้านกว้างมากๆเป็นไม้สักลายฉลุอย่างดีที่สุด
โดยรอบมีต้นไม้ที่แม้จะมีหิมะปกคลุมอยู่ทั่วแต่ก็นับว่ามีชีวิต
มีธารน้ำแข็งข้างบ้านตรงบริเวณด้านหน้าของสวนผักผลไม้ออร์แกนิค
หากผ่านพื้นช่วงหน้าหนาวนี้ไป แน่นอนว่าธารน้ำแข็งย่อมถูกเปลี่ยนเป็นลำธารขนาดย่อม
เช่นเดียวกับต้นไม้บริเวณรอบที่น่าจะมีความเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว
เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านในบ้าน
จะพบเตาผิงไฟตั้งตระหง่านอยู่ด้านซ้าย เหมาะกับการนั่งปิ้งมาร์ชแมลโล่ว
และพูดคุยเล่นกันกับเบาะขนสัตว์อุ่นๆ มีต้นสนที่ถูกประดับตกแต่งด้วยไฟและของตกแต่งวิบวับสะท้อนแสง
มีดาวประดับอยู่บนยอดสูงสุดเกือบสองเมตรครึ่ง
“นี่มันอะไรกันพี่คราม…”
เซอร์ไพร์สที่คาดไม่ถึงและไม่ได้อยู่ในหัวของมีนาเลยสักนิด
ทำสาวน้อยหลุดพึมพำออกมา มีนากวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความอึ้ง
นี่น่ะหรอที่บอกว่าจะเซอร์ไพร์สกัน
เซอร์ไพร์สมากจริงๆด้วย
ก่อนหน้านี้พวกเขาพักอยู่ที่โรงแรม
มีบ้างบางครั้งที่สหภัฐจะออกไปซื้อข้าวซื้อขนมกลับมาให้ทาน แต่ใครจะไปคิดว่าการเปรยออกมาว่า
‘ถ้าได้มีบ้านอยู่ที่นี่ก็คงจะดีเนอะ’ จะกลายมาเป็นความจริงแบบนี้
ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ
มีนารู้สึกอิ่มเอมหัวใจจนไม่อาจยกคำพูดใดออกมาเพื่อทดแทนความรู้สึกนี้ของตนได้เลย
เธอเคยคิดว่าเรื่องลูก
สหภัฐก็แค่อยากรับผิดชอบให้มันจบๆไปเท่านั้น
ไม่คิดเลยว่าเขาจะวางเธอเอาไว้ในอนาคตของตัวเองจริงๆ
“เรือนหอของเราไง มีนชอบมั้ย”
“ฮึก...”
มีนาหลุดร้องไห้ออกมา
เธอโผกอดเอวหนาเอาไว้แน่น
ความรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออกมันเป็นแบบนี้เองสินะ
“พี่อยู่ตรงนี้แล้ว
พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะ”
สหภัฐอาจไม่ใช่คนที่พูดจาหวานหู
ไม่ใช่หนุ่มในฝันของใคร ไม่มีแม้แต่หางเสียงน่าฟัง
ทั้งยังสั้นห้วนและติดกวนๆไปวันๆ
แต่ทั้งหมด
ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของเขา ล้วนออกมาจากหัวใจ
นั่นเป็นสิ่งที่มีนารับรู้
และชื่นชมอีกคนมาตลอด จนถึงวันนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นของเธอที่มีต่อเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้เพียงเสี้ยวนาที
“ฮือ คราม”
น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลพรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก
มือเล็กกำชายเสื้ออีกคนแน่น รู้สึกจุกไปทั้งอก
แต่มันกลับไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ ทว่ากลับเป็นน้ำตาที่เกิดจากความดีใจต่างหาก
มีนาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าเธอกับพี่ครามจะพากันมาถึงจุดนี้ได้จริงๆ
เราดูเข้ากันไม่ได้ด้วยซ้ำ
เจอหน้าทีไรก็มีแต่ทะเลาะ
แต่สหภัฐกลับยังคงแสดงออกให้เห็นเสมอว่าพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง
และปรับปรุง รวมถึงยอมละทิ้งชีวิตวัยรุ่นทุกอย่างของตน แล้วหันมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธอและลูก
“ขอบคุณนะเธอ
ขอบคุณที่ไม่เคยคิดจะทิ้งเราเลย”
สหภัฐเอ่ยบอกเสียงนุ่ม
มือหนายกขึ้นลูบแผ่นหลังบางเพื่อปลอบประโลมอีกคนช้าๆ กระทั่งมีนาค่อยๆคลายสะอื้นลง
เขาไม่ลืมที่จะหยิบทิชชูส่งยื่นให้แก่ภรรยาคนสวย
แม้พุงจะป่องป่อง มีลูกน้อยในครรภ์แต่กลับยังดูดีไม่เปลี่ยนไปจากครั้งแรกที่เราพบกัน
สาวน้อยคนนั้นกลับมาเป็นผู้หญิงที่สวยขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ
สหภัฐอยากจะรู้จริงๆ
“ใครบอก
เราคิดจะทิ้งตั้งหลายครั้งเถอะ”
“อ่าวมีน”
มีนาหลุดหัวเราะ
ก่อนจะซุกใบหน้าที่เปื้อนทั้งน้ำตาน้ำมูกลงกับบ่าอีกคน
“รักเธอนะ
มีนรักพี่ครามที่สุดเลย”
“อื้อ
พี่ครามรักหนูมีนค่ะ รักมากๆเลยเหมือนกัน”
Because… ‘ Meen to be Kram .’
Wish u have a good luv.
Thanks for ur support <3
-
ยัสเต -
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น